ชวนแบ่งปันเรื่องดี ๆ 5 “พอดแคสต์” ที่จะทำให้ซิสสวยและเก่งขึ้นในทุกวัน

“พอดแคสต์” เมื่อโลกหมุนไปข้างหน้า นอกจากการอ่านหนังสือ การเรียนหนังสือในห้อง หรือการออกไปคุยกับคนเก่ง ๆ สาว ๆ อย่างเราโชคดีที่มี “พอดแคสต์”ดี ๆ ให้เลือกฟังเยอะมาก ความดีงามของการฟังพอดแคสต์คือเราฟังตอนไหนก็ได้ฟังระหว่างแต่งหน้าตอนเช้าฟังระหว่างรถติดตอนเย็นหรือแม้แต่ช่วงทำงานบ้านเหงา ๆ โดยไม่อยากปล่อยเวลาไหลไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะการศึกษาวิจัยชี้ว่าการฟังไม่ได้เรียกร้องสมาธิจากเรามากเหมือนการอ่านหรือการพูดคุยกับคนจริง ๆ เราจึงฟังพอดแคสต์เพื่อเรียนรู้ เพื่อสวยและเก่งขึ้นในทุกวัน พร้อม ๆ กับที่ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และ 5 พอดแคสต์ต่อไปนี้สาว ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด! Mission to the Moon สำหรับสาว ๆ ที่เคยสงสัยว่าคนเก่ง ๆ หรือคนระดับผู้บริหารนั้นเขาแบ่งเวลากันยังไงกันนะ จัดการงานที่มีล้นมือแบบไหนให้ทันแถมออกมาดีได้ เพราะลำพังพวกเรา แค่ต้องทำการบ้านหรืองานที่ล้นมือก็ทำไม่เคยทัน หรือถ้าทันก็แทบจะเลยเดดไลน์ บอกเลยว่า Mission to the Moon คือพอดแคสต์ความยาวหลัก 5-30 นาทีที่ห้ามพลาด เพราะคุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของบริษัทศรีจันทร์สหโอสถเอาเทคนิคดี ๆ ของการจัดสรรเวลา การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการตั้งเป้าหมาย […]

จงระวัง! 5 “คำพูดร้ายในที่ทำงาน”ที่ดูหวานแต่จริง ๆ เคลือบยาพิษ!

“คำพูดร้ายในที่ทำงาน” สาว ๆ จบใหม่อย่างเราหรือบางทีเพิ่งทำงานมาได้ไม่นาน หลายครั้งก็รู้ไม่ทันคำพูดของออฟฟิศหรือองค์กรที่เราทำงานด้วย องค์กรที่น่ารัก มืออาชีพและใส่ใจพนักงานตัวน้อย ๆ อย่างเราก็มีจำนวนมาก แต่ใครจะรู้ว่าบางทีเราก็หลงกลคำพูดที่ดูสวยหรูแต่จริง ๆ แล้วเคลือบยาพิษไว้จนชุ่ม! การจะเป็นสาววัยทำงานนอกจากต้องสวย เก่ง ฉลาดแล้ว ยังต้องรู้เท่าทัน “คำพูดร้ายในที่ทำงาน” รู้ทันคนและการเอาเปรียบที่อาจเกิดขึ้นได้ไปพร้อม ๆ กัน “ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวนะคะ” สังคมไทยเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญและมีความรู้สึกเชิงบวกกับคำว่า “ครอบครัว” มาก เพราะครอบครัวหมายถึงความรัก ความผูกพัน การเสียสละและการดูแลกันและกัน เวลามีคนในออฟฟิศบอกเราว่า “ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวนะคะ” จึงไม่แปลกที่เรามองว่านี่คือคำหวานหูน่าชื่นใจ แต่ใครจะรู้ว่าการใช้คำว่าครอบครัวนั้นอาจเป็น “คำพูดร้ายในที่ทำงาน” เพราะการทำงานต้องอาศัยระบบที่มั่นคงความเป็นมืออาชีพที่น่าเชื่อถือการอ้างคำว่าครอบครัวอาจหมายถึงการบอกเป็นนัยๆให้เราเสียสละโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมารองรับดังนั้นสาวๆจงระวังไว้ให้ดี “ทำเกินหน้าที่เยอะ ๆ จะได้เก่งขึ้น” เป็นเรื่องจริงที่ว่ายิ่งทำงานเยอะ เราก็จะยิ่งได้เรียนรู้ไว แต่การทำงานเยอะจนล้นแล้วล้นอีก เหนื่อยแล้วเหนื่อยอีกกับอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่เรา จนพาลทำให้หน้าที่รับผิดชอบเราทำได้ไม่เต็มที่ แถมยังเหนื่อยสาหัสจนไม่อาจเรียนรู้อะไรไหว แต่คนในออฟฟิศก็เอาแต่อ้างคำว่า “จะได้เก่งขึ้น ๆ ” แม้ฟังแล้วคล้ายจะเป็นความหวังดี แต่หากเราทำงานล้นมือจนไม่มีเวลาทำงานตัวเองให้ดี BEAUTY HUNTER ว่านอกจากจะไม่เกิดการเรียนรู้ อาจทำให้สุขภาพกายและใจพัง แถมหน้าที่รับผิดชอบเราโดยตรงก็อาจไปไม่รอดก็เป็นได้ “ออฟฟิศนี้เวลางานยืดหยุ่นนะครับ” “ออฟฟิศนี้เวลางานยืดหยุ่น” […]

5 “คำสอนแม่”ที่ตอนเด็กเบื่อแทบตาย แต่โตเป็นสาวแล้วเอามาใช้ได้จริง

“คำสอนแม่” เมื่อพูดถึงคุณแม่ นอกจากเราจะนึกถึงอาหารอร่อยที่สุดในโลก นึกถึงบ้านแสนอบอุ่น อีกสิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ “คำสอนแม่” ที่ตอนเด็ก ๆ เราฟังแล้วต้องอุดหูด้วยความงอแงทุกครั้งไปแต่ยิ่งโตเป็นสาวมากขึ้นเท่าไหร่ดูเหมือนว่าคำสอนที่แม่เคยพูดไว้ต่อไปนี้จะยิ่งจริงขึ้นเรื่อย ๆ จนถ้าเราทำตามรับรองว่าชีวิตเราจะง่ายขึ้นหลายระดับจริง ๆ “เก็บของให้เป็นที่เป็นทางสิลูก“ เรื่องเก็บของไม่เป็นที่ หาของไม่เจอคงเป็นเรื่องบ่นอันดับหนึ่งของคุณแม่ผู้น่ารักแทบทุกบ้าน ก็ลูกสาวอย่างเราช่างวางของระเกะระกะเสียจริง ตอนเด็กเราก็คงรำคาญการต้องเก็บอะไร ๆ ให้เป็นที่ แต่ยิ่งโตขึ้นมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งเข้าใจว่าถ้าทำตามคำสอนแม่ วางของไว้ในที่เดิมทุกครั้ง ชีวิตเราจะง่ายขึ้นอีกหลายระดับและของเราจะไม่หายอีกเลย ถึงขั้นมีงานวิจัยรองรับเลยว่าถ้าเราเก็บของเป็นที่หรือไว้ที่เดิมของมันทุกครั้ง เราจะไม่มีทางหาอะไรไม่เจอ คำสอนแม่นี่ดีจริง ๆ “กินเสร็จก็ล้างจานเลย ไม่ต้องหมกไว้“ “กินเสร็จก็ล้างจานเลย ไม่ต้องหมกไว้” อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่แม่ไม่อยากให้เศษอาหารหมักหมมส่งกลิ่นไปทั่ว แต่หากสาว ๆ โตขึ้นและมองลึกไปกว่านั้น คำสอนนี้ของแม่คือปรัชญาระดับลึกซึ้ง ที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกหลายคนใช้ โดยกฎก็คือถ้าอะไรที่ทำเสร็จได้ภายใน 2 นาที ให้ลงมือทำเลย วิธีการคิดเดียวกันกับไม่เหมือนกันจานไว้นี้จะทำให้เราทำงานเร็วขึ้น เคลียร์งานง่ายขึ้น ไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่งจนดินพอกหางหมูแน่นอน “เจอหมาเห่า ห้ามวิ่งหนีนะ เดี๋ยวมันไล่ตาม“ เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนตอนยังเด็กคงซนใช่เล่น และหนึ่งสิ่งที่แม่สอนพวกเราก็คือเวลาไปเล่นนอกบ้าน ถ้าเจอหมาเห่า เราห้ามวิ่งหนี เพราะหมาตัวนั้นจะคิดว่าเราเล่นกับมัน หรือเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวแล้วมันจะวิ่งไล่ตาม ทางที่ดีคืออยู่นิ่ง […]

เตือนภัย! “เพื่อนยืมเงิน”ให้ยืมแบบไหนถึงไม่เสียเพื่อนและเสียเงินไปตลอดกาล

“เพื่อนยืมเงิน” เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร หลายครั้งเพราะรู้สึกสนิทกันมาก ๆ และเพื่อนเดือดร้อนจริง ๆ ถึงเลือกมายืมเงินเรา แต่ความเชื่อใจอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะหลายครั้งแค่ความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้การยืมเงินที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร กลายเป็นผิดใจจนเสียเพื่อนมานักต่อนักแล้ว ดังนั้น มาลองดูกันหน่อยว่าถ้า “เพื่อนยืมเงิน” เราควรให้ยืมแบบไหน ถึงจะไม่เสียทั้งเงินและเพื่อนไปตลอดกาล เรามีสิทธิถามเหตุผล เพื่อตัดสินใจ อย่าเขินอาย คนทุกคนสามารถมีปัญหาทางการเงินหรือเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินจนไม่สามารถบริหารเงินตัวเองทันกันได้ทั้งนั้น ก่อนจะให้เพื่อนยืมเงิน เรามีสิทธิถามว่าเพื่อนต้องการยืมเงินก้อนนี้ไปทำอะไร นอกจากจะได้รู้ต้นตอของปัญหาแล้ว เราก็มีสิทธิตัดสินใจจากเหตุผลและความจำเป็นนั้นของเพื่อน รวมถึงประเมินความเสี่ยงด้วย ถ้าเพื่อนบอกว่าต้องใช้เงินด่วนเพราะคนที่บ้านประสบอุบัติเหตุแล้วเงินเดือนเพื่อนยังไม่ออก แบบนี้เราก็จะเข้าใจได้ว่าเรื่องนี้จำเป็นและเร่งด่วน รวมถึงถ้าเงินเดือนเพื่อนออกเพื่อนก็มีแนวโน้มจะนำมาใช้คืน แต่หากเหตุผลเป็นการเอาเงินไปหมุน หรือโปะหนี้เก่า เราก็ต้องประเมินว่าเราพร้อมเสี่ยงมั้ย? หรือควรแนะนำให้เพื่อนไปเจรจากับสถาบันทางการเงินหรือเจ้าหนี้มากกว่าจะยืมหนี้ใหม่ใช้หนี้เก่าไปไม่รู้จบ มีหลักฐานให้ชัด เพื่อมิตรภาพที่ชัดเจน การที่เราตัดสินใจให้เพื่อนยืมเงิน หมายความว่าเราก็เชื่อใจเพื่อนและมิตรภาพระหว่างเรากับเพื่อนแล้ว แต่หลายครั้งที่การยืมเงินกันระหว่างเพื่อนต้องพังลงเพราะมีฝ่ายหนึ่งไว้ใจ แต่อีกฝ่ายทำลายความไว้ใจลงจนย่อยยับ ดังนั้นทางที่ดีที่สุด เราควรมีหลักฐานการให้ยืมที่ชัดเจน เพื่อนที่มายืมเรา ถ้าเคารพและให้เกียรติความไว้ใจครั้งนี้ ย่อมต้องเข้าใจเราและไม่คิดเล็กคิดน้อยแน่นอน ที่สำคัญถ้าคืนถูกต้องตามเวลา การมีหลักฐานก็ไม่มีฝ่ายไหนเสียหายทั้งนั้น โดยการมีหลักฐานไม่จำเป็นต้องถึงขั้นร่างสัญญาอย่างเป็นทางการ แค่พิมพ์คุยกันทางไลน์ แชทเฟซบุ๊ก หรือเมสเสจให้เป็นลายลักษณ์อักษรก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้แล้ว (แม้เราจะไม่ได้คิดจะใช้จริง ๆ ก็เถอะ) […]

จบใหม่ อยากได้งาน มาดู “วิธีทำเรซู่เม่”ให้น่าเชื่อถือมาก แม้ประสบการณ์ยังไม่มาก

“วิธีทำเรซู่เม่” เราเข้าใจความรู้สึกดีว่าสาว ๆ หลายคนที่เพิ่งเรียนจบ แม้อาจจะมีประสบการณ์การทำงานไม่แน่นเหมือนรุ่นพี่ แต่เราก็มั่นใจว่าเรื่องไฟที่พุ่งแรงและความกระตือรือร้นเราไม่เป็นรองใครแน่ ๆ แต่หลายครั้งที่องค์กรบางแห่งยังไม่มั่นใจในศักยภาพของเรานัก BEAUTY HUNTER อยากตบบ่าให้กำลังใจว่า ห้ามท้อ! แล้วเอา “วิธีทำเรซู่เม่”ของเราไปใช้ รับรองว่าแม้ประสบการณ์ยังไม่มาก แต่น่าเชื่อถือจนได้งานทำอย่างที่หวังไว้แน่นอน ต้องไม่ยาวเกินไปจนน่าเบื่อ ความยาวของเรซูเม่ไม่ได้แปลว่าเราเก่งกาจ มีศักยภาพ หรือเคยทำกิจกรรมตอนเรียนมามากมายจนจำไม่หมด แต่เรซูเม่ที่ยาวเหยียดมากเกินไปจะทำให้เราดูไม่มืออาชีพ เพราะไม่สามารถจับประเด็น รวมประเด็นหรือสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพได้ ดังนั้น “วิธีทำเรซู่เม่”ให้ดูน่าเชื่อถือจึงไม่ควรยาวเกินไป จากการฟังความคิดเห็นของเอชอาร์มั้งหลายมานั้น ไม่ควรยาวเกิน 1 หน้าด้วยซ้ำ เพราะถ้าเราสามารถรวบประเด็นได้ ดึงความสนใจดี เรซูเม่หน้าเดียวเนื้อ ๆ ย่อมดีกว่าสี่ห้าหน้าแบบน้ำ ๆ ไว้ถ้าเราได้รับเลือกให้เข้าสู่การสัมภาษณ์งาน ตอนนั้นจะแสดงผลงานหรือพูดเรื่องประสบการณ์เพิ่มเติมก็ไม่สายเกินไป ความสามารถต้องระบุให้ชัด สิ่งที่สาว ๆ จบใหม่อย่างเรากังวลใจที่สุดคือเรายังไม่มีประสบการณ์การทำงาน เราจึงกลัวว่าเรซูเม่ของเราจะโล่งว่างเกินไป เคล็ดลับก็คือทุกอย่างที่เราเรียนรู้และทำได้ถือเป็นประสบการณ์ทั้งสิ้น (แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องใส่ทุกกิจกรรมที่เคยทำตั้งแต่สมัยอนุบาลนะคะ) ลองใตร่ตรองดูว่าศักยภาพที่เด่น ๆ ของเราตอนนี้ได้มาจากกิจกรรมใด หรือประสบการณ์ไหนในช่วงที่เราเรียน จากนั้นระบุให้ชัด ไม่ต้องทำเป็นกราฟสุดตระการตา หรือแผนผังสวยอลังการ แค่บรรยายให้กระชับและได้ใจความ เช่น ดิฉันเคยเป็นประธานรุ่น ซึ่วเป็นที่มาของความเป็นผู้นำ การพูดในที่สาธารณะ […]

ถึงไม่ใหญ่แต่แฮปปี้ “ข้อดีของสาวหน้าอกเล็ก”ที่เราอาจหลงลืมมันไป

“ข้อดีของสาวหน้าอกเล็ก“ ไม่ว่ารูปร่างแบบไหนก็มีความสวยตามแบบของตัวเอง แต่เราเข้าใจดีว่าบางทีสาวไซส์ไข่ดาวก็มักจะโดนล้อ โดนแซว บางครั้งก็ขำ แต่หลายครั้งเราก็ไม่ตลกด้วย จนพาลไม่พอใจขนาดหน้าอกของตัวเองและรู้สึกแย่ไปสารพัด แต่จริง ๆ แล้ว “ข้อดีของสาวหน้าอกเล็ก“มีมากกว่าที่เราคิด เราอาจโดนกระแสสังคมกดดันจนเราเผลอลืมมันไป ลองอ่าน ทบทวนแล้วกลับมารักและมั่นใจในร่างกายของตัวเองในแบบที่เราเป็นดูกันใหม่นะคะ ออกกำลังกายสะดวก การที่เรามีขนาดหน้าอกไซส์ไข่ดาวและโดนเพื่อนบางคนล้อมาตั้งแต่สมัยประถมตอนปลาย ยันมัธยมหรือมหาวิทยาลัย เราอาจรู้สึกว่าตัวเองช่างแย่ ไม่สวย ไม่มีความเป็นผู้หญิงเหมือนคนที่หน้าอกใหญ่โตเอาเสียเลย แต่บางทีข้อดีง่าย ๆ เราก็หลงลืมมันไป หน้าอกขนาดไม่ใหญ่มาพร้อมความคล่องตัว สังเกตไหมว่าเวลาเราออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหน หรือการออกแรงแบบใด ทำให้เราทำได้โดยไม่มีอุปสรรคเป็นน้ำหนักหรือความโย้ยานบริเวณหน้าอกมากวนใจ เราจึงสามารถออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องมีอุปสรรคเรื่องเครื่องแต่งกายและความคล่องตัวเท่าไหร่นัก หาเสื้อผ้าใส่ง่าย ไม่ดูโป๊ จริง ๆ ไม่ว่าจะมีขนาดหน้าอกแบบไหน คนอื่นก็ไม่มีสิทธิมาตัดสินเราว่าเราแต่งตัวเป็นอย่างไร แต่ข้อดีของสาวหน้าอกเล็กคือการที่ไม่ว่าเราจะแต่งตัวลักษณะไหนก็ดูปกติ ธรรมดา ไม่โป๊ ไม่ดึงดูดสายตาไปยังจุดที่เราไม่ได้อยากถูกจ้อง เราจึงสามารถใส่เสื้อผ้าได้ทุกแบบอย่างสบายใจ ไร้กังวล ไม่ว่าจะเกาะอก สายเดี่ยว เอวลอย คว้านหลัง แค่ไหนก็คล่องตัว ราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องปวดหลังและเสี่ยงมะเร็งเต้านมน้อยกว่า เรื่องสุขภาพกายก็เป็นอีกผลพลอยได้ที่เราแทบไม่เคยนึกถึง แต่การมีหน้าอกขนาดใหญ่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบขนาดใหญ่เช่นกัน เนื่องจากน้ำหนักของหน้าอกจะทำให้เวลาเดินไปไหน ย่อมรู้สึกเหมือนแบกของชิ้นใหญ่ไปด้วยตลอดเวลา สาวหน้าอกใหญ่อาจต้องเผชิญกับอาการปวดหลัง หากเดินยืนนั่งไม่ถูกวิธี ในขณะที่สาวไซส์ไข่ดาวอย่างเราก็เบาใจไปได้ […]

“ความรักในที่ทำงาน”ทำแบบไหนเบ่งบาน ทำแบบไหนร่วงโรย? (และไม่เสียงาน)

“ความรักในที่ทำงาน” ขึ้นชื่อว่าเมล็ดพันธุ์แห่ง “ความรัก” ย่อมงอกงามโดยไม่เลือกที่และเวลา ไม่ว่าเราจะพยายามห้ามใจหรือรู้สึกถึงสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยขนาดไหน แต่รู้ตัวอีกที “ความรักในที่ทำงาน”ก็ผลิหน่อออกมาเสียแล้ว แทนที่จะทำลายความงดงามนั้นลง เรามาดูกันดีกว่าว่าเมื่อมี “ความรักในที่ทำงาน” สาว ๆ ควรทำอะไรเพื่อให้รักนั้นเบ่งบานหรือควรเลี่ยงอะไรไม่ให้ความรักร่วงโรย แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่เสียงานด้วย! เรื่องหึง เรื่องหวง ต้องพักก่อน ตอนเป็นเพื่อนร่วมงานก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอตกบงปลงใจเป็นแฟนกันในที่ทำงานแล้้ว เราก็ดันรู้สึกหึง รู้สึกหวงสาว ๆ ทุกคนที่มาอยู่ใกล้เข้าเสียได้ เรามีสิทธิรู้สึกและอาจบอกหวานใจของเรารับรู้และวางตัวให้ดี แต่จำไว้ว่าเราไม่มีสิทธิอะไรไปแสดงอาการหึงหวงหรือชี้นิ้วสั่งห้ามสาว ๆ คนไหนทำงานกับหวานใจของเราเด็ดขาด ต่อให้รู้สึกมากล้น ก็ต้องเก็บไปคุยกันนอกรอบ เพื่อความเป็นมืออาชีพ ที่สำคัญเพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าเราเชื่อใจเขา ไม่ได้ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ทะเลาะกันแค่ไหน ห้ามเล่นใหญ่ในออฟฟิศ ลิ้นกับฟัน อยู่ใกล้กันก็ต้องกระทบกระทั่งกันเป็ฯธรรมดา ยิ่งกลับบ้านก็เจอกัน อยู่ในที่ทำงานก็เจอกัน เราอาจมีเรื่องให้ทะเลาะกันมากกว่าคู่ที่ไม่ได้มีความรักในออฟฟิศด้วยซ้ำ แต่กฎเหล็กที่สำคัญก็คือไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหนก็ห้ามเล่นใหญ่โวยวายใส่กันในที่ทำงานเด็ดขาด เราเองต้องเคารพและให้เกียรติสถานที่ทำงาน พอ ๆ กับที่ต้องให้เกียรติหวานใจของเรา การงานสำคัญที่สุด เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าความรักในที่ทำงาน ถ้าเกิดขึ้นกับคนในตำแหน่งเดียวกันก็ยังพอถูไถ แต่เพราะความรักไม่เลือกที่เกิด บางทีเราดันปิ๊งหนุ่ม ๆ ที่เราเป็นคนคุมทีมเขา หรือบางทีเราก็อาจปิ๊งเข้ากับเจ้านายที่ดูแลเรา วิธีการที่ดูเป็นมืออาชีพและไม่เสียงานที่สุดคือต้องตกลงกันให้เข้าใจว่าทันทีที่ก้าวขาเข้าออฟฟิศ เราคือเพื่อนร่วมงานที่หวังดีต่อกัน […]

เป็นผู้หญิงต้องเฟียซ! 5 “หนังสือ” ที่จะให้เรารู้ว่าผู้หญิงหวานได้ก็แซ่บได้

“หนังสือผู้หญิง”  ความอ่อนหวาน นุ่มนวล ก็มีข้อดีของมัน แต่ในวันที่โลกกำลังบีบอัดให้สาว ๆ อย่างเราไม่อาจอ่อนหวานนุ่มนิ่มอย่างเดิมอย่างเดียวอีกต่อไป นี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะประกาศให้โลกรู้ว่า “ฉันก็เฟียซเป็นนะ!” เพราะผู้หญิงมักโตมาด้วยความคิดว่าต้องอ่อนหวานเท่านั้น แต่วันนี้ BEAUTY HUNTER อยากชวนทำความรู้จัก “หนังสือ” 5 เล่มนี้จะทำให้เข้าใจว่าผู้หญิงอย่างเราสวยได้ หวานได้ แต่ก็เฟียซได้ และแซ่บในแบบของตัวเองได้เหมือนกัน! 100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก: Elena Favilli, Francesca Cavallo เริ่มกันแบบเบา ๆ ซอฟต์ ๆ สร้างแรงบันดาลใจเพราะนี่คือหนังสือที่รวมรวมเรื่องราวของผู้หญิง 100 คนที่เปลี่ยนโลกใบนี้! มีตั้งแต่พระนางเจ้าอลิซาเบธ ไล่มาจนถึงอองซานซูจีที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านเรา หรือเซเลบริตี้สาวคนดังที่ทุกคนล้วนมีเรื่องราวแซ่บ ๆ เด็ด ๆ เป็นของตัวเอง ความดีงามของเล่มนี้ที่จะทำให้สาว ๆ ต้องรักคือภาพประกอบสวย สีสันสวยงามตลอดเล่ม และเรื่องราวของแต่ละคนนั้นไม่ยาวเกินจะขี้เกียจอ่าน แต่ก็ไม่สั้นเกินจนไม่ได้รับแรงบันดาลใจและความแซ่บจากตัวแม่แห่งโลกใบนี้ อ่านจบแล้วจะเข้าใจเลยว่าผู้หญิงอย่างเรานอกจากอ่อนหวานแล้ว ถ้าคิดจะพิชิตโลกทั้งใบก็สบายมาก! Summer พายุ ฤดู ร้าย: เพณิญ […]

สวยแค่ไหนก็พัง “5 พฤติกรรมไม่ปัง”แถมรั้งความสวยให้หดหาย

เกิดมาหน้าตาสวยก็อาจจะถือว่าโชคดีได้ในสิ่งที่คนอื่นพยายามมาแทบตายก็ไม่ได้มาครอบครองแล้ว แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าสวยแต่รูปจูบไม่หอม เพราะต่อให้งามงดหยดย้อยปานนางฟ้าแต่ว่าพฤติกรรมส่วนตัวชวนให้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ความสวยบนใบหน้าก็คงหมดความหมายไปโดยปริยาย โดยเฉพาะ 5 พฤติกรรมนี้ สวยแค่ไหนก็พังแน่นอน! พูดจาสุนัขไม่รับประทาน มันไม่ได้มีกฎข้อไหนที่ห้ามผู้หญิงอย่างเราพูดคำหยาบคาย บางทีเพื่ออรรถรสเวลาอยู่กับแก๊งเพื่อนสาวด้วยกันเราก็มีหยาบคายบ้างเป็นสีสัน แต่สำหรับสาวสวยระดับสิบแต่พูดจาหยาบคายสุนัขไม่รับประทานแบบไม่รู้จักกาลเทศะ บอกได้เลยว่าสวยแค่ไหนก็พัง! ความงามช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ เหยียดรูปร่างหน้าตาคนอื่น รู็แล้วว่าสวยมากกก แต่การสวยมากไม่ได้แปลว่าเราจะมีสิทธิไปเหยียดรูปร่างหน้าตาคนอื่น รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ เราได้มามากกว่าคนอื่นก็แค่เพราะโชคดีกว่า แต่อย่าเอาสิ่งที่เราคิดว่าเราโชคดีกว่าใคร ๆ ไปเหยียดคนอื่นให้ดูแย่ เพราะถ้าทำแบบนั้นไปสวยแค่ไหนก็พังพินาศ ไม่รอดแน่นอน! ใช้ความสวยไปทำร้ายจิตใจคนอื่น เราสวย และรู้จักใช้เสน่ห์ตัวเองให้เป็นประโยชน์นั้นไม่ใช่เรื่องผิดบาปร้ายแรง ตราบเท่าที่เราไม่ทำร้ายคนอื่น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ซิสคิดว่าซิสสวยสุด ๆ โปรยเสน่ห์นิด ๆ อ่อยหน่อย ๆ ผู้ชายก็หลงโงหัวไม่ขึ้น แล้วซิสดันใช้ความสวยรวยเสน่ห์นั้นในการหลอกให้ผู้ชายต้องเปย์เพื่อซิส หรือคบซ้อนหลาย ๆ คน เมื่อนั้นที่ทุกคนรู้ความจริงบอกได้เลยว่าสวยแค่ไหนก็พัง และจะไม่มีใครเห็นว่าความสวยนั้นมีคุณค่าอีกเลย สวยนะ แต่หลงตัวเอง ความสวยเป็นสิ่งที่ต้องเก็บไว้ให้คนอื่นเขาเป็นคนชื่นชมเรานะคะซิส หรือถ้าเราจะชมตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองก็ทำอยู่หน้ากระจกเงียบ ๆ คนเดียวก็พอ อย่าให้ถึงขั้นมั่นหน้าในความสวยแล้วชมตัวเองต่อหน้าคนอื่นทู้กวัน หรือเวลาอยู่ในวงเพื่อนก็เอาแต่เล่าว่าผู้ชายมารุมตอมเยอะแค่ไหน จากที่คนชื่นชอบจะกลายเป็นรำคาญไปได้และไม่ว่าสวยแค่ไหนถ้าหลงตัวเองขนาดนี้ก็พังเห็น ๆ สวยแล้วคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ท่องไว้ค่ะซิสว่าความสวยก็เป็นแค่อีกคุณลักษณะหนึ่งของมนุษย์ […]

หุ่นดีได้แม้วันพักผ่อน “5 ทริคกิน ดื่ม เที่ยวชิลช่วงปีใหม่ไม่ให้หุ่นพัง”

สำหรับสาว ๆ ที่อดทนรักษาหุ่นกันมาทั้งปี ทั้งการคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือบางคนก็เพิ่งมาเอาจริงเอาจังคุมอาหารเต็มที่ ออกกำลังกายเต็มความสามารถช่วงใกล้ ๆ สิ้นปีนี่แหละ (รู้ทันหรอก!) แต่พอช่วงวันหยุดยิบย่อยในเดือนธันวาและช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ทำเอาเสียหลัก เพราะนั่นคือช่วงแห่งการปาร์ตี้ พักผ่อน กินไม่ยั้ง สำหรับซิสคนไหนที่ไม่อยากให้การรักษาหุ่นที่ตั้งใจทำมาต้องพังทลาย นี่คือ 5 ทริคกิน ดื่ม เที่ยวชิลช่วงปีใหม่ไม่ให้หุ่นพัง ดื่มให้ถูก หุ่นก็ไม่พัง เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์คือวายร้ายทำลายการรักษาหุ่นเบอร์ต้น ๆ ของเรา แต่วันหยุดทั้งที จะไม่ให้แตะของมึนเมาเลยก็คงเศร้าไปหน่อย ดังนั้นจงดื่มอย่างมีสติ เช่น ถ้าเป็นสายแข็งดื่มเพียว ๆ ไปเลย แต่ถ้าไม่ก็ผสมน้ำเปล่าเข้าไว้ เพราะการดื่มแบบนี้แคลอรี่จะน้อยกว่าดื่มผสมโค้กและโซดา หรือถ้าเป็นสายเบียร์ก็พยายามหาไลท์เบียร์มาดื่มแทนเบียร์ปกติ เพราะเฉลี่ยแล้วไลท์เบียร์มีแคลอรี่น้อยกว่าเบียร์ธรรมดาราว ๆ 40 แคลอรี่ ซิสคะ อย่าประมาทเรื่องกับแกล้ม! บางทีแอลกอฮอล์มันไม่หนักมากเท่ากับแกล้มในงานปาร์ตี้ ที่เราดื่มไปก็หาอะไรยัดเข้าปากไปเพลิน ๆ หยุดเดี๋ยวนี้! เพราะปริมาณกับแกล้มทั้งคืนอาจจะมากกว่าอาหารหนึ่งมื้อเสียอีก ดังนั้นลองเปลี่ยนเป็นหาผักสด ๆ มาจิ้มน้ำพริกรสแซ่บกินเป็นกับแกล้มแทน อร่อยไปอีกแบบ แถมช่วยไม่ไห้เรากินของที่ทำให้อ้วนมากเกิน ก่อนปาร์ตี้ จงกิน ปาร์ตี้มักมีอาหารยวนใจ แต่ทำให้พุงยื่นเป็นจำนวนมาก […]

Advertisement
1 2 3 5
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement