เจอผู้ชายคิดร้ายในปาร์ตี้! 5 เรื่องที่สาว ๆ ต้องสังเกตให้ไวและ “เอาตัวรอด” ให้ได้

“เอาตัวรอด” ข่าวน่าเศร้าของพริตตี้สาวที่ชวนให้สังคมหดหู่ไปตาม ๆ กัน นอกจาก BEAUTY HUNTER จะขอแสดงความเสียใจแล้ว ก็อยากชวนสาว ๆ มาอ่านวิธีสังเกตสถานการณ์ผิดปกติและ “เอาตัวรอด” ให้ได้เมื่อเจอผู้ชายที่คิดร้ายกับเรายามไปปาร์ตี้ เอาตัวรอดด้วยการบอกคนที่ไว้ใจไว้เสมอ แม้เราจะเก่งในทุกเรื่อง แต่บางเรื่องเราก็อาจต้องทำให้ติดเป็นนิสัย เมื่อต้องไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงควรบอกคนที่ไว้ใจไว้เสมอ อาจจะเพื่อน ครอบครัว ว่าเรากำลังจะไปที่ไหนและถ้ากลับถึงบ้านแล้ว เราจะบอกเขา เมื่อเกิดมีคนคิดร้ายและเกิดอะไรที่ไม่ดีกับเราไม่ได้กลับตามเวลาที่ควรกลับ คนใกล้ตัวจะได้รู้ว่าต้องเริ่มต้นตามหาเราที่ไหน เอาตัวรอดด้วยการใส่ใจปริมาณแอลกอฮอล์ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ฝั่งสาว ๆ อย่างเราต้องคอยระวังตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ผู้ชายควรเคารพและให้เกียรติ แต่ในเมื่อไม่มีอะไรการันตีได้ระหว่างนี้เราก็ต้องพยายามดูแลตัวเอง โดยเฉพาะปริมาณแอลกอฮอล์ ที่เราต้องรู้ว่าปริมาณเท่าไหนที่เรากำลังโอเค ไม่มากเกินไป และถ้าเลยจุดที่โอเคไปแล้ว เราต้องหยุดกิน หรือพักหาอะไรกิน เดินเล่น ให้แอลกอออล์ในเลือดลดลงก่อน เพื่อให้เรามีสติอยู่ตลอด เอาตัวรอดด้วยการเดินไปไหนพกแก้วไปด้วย หลายครั้งผู้ชายที่คิดร้ายกับเราก็ใช้วิธีสกปรกอย่างการพยายามใส่อะไรลงไปในเครื่องดื่มที่เรากินและแก้วเครื่องดื่มของเราเวลาที่เราไปเข้าห้องน้ำหรือเผลอวางทิ้งไว้ตอนคุยกับเพื่อนก็อาจเป็นจุดที่ผู้ชายเหล่านั้นเล็งไว้ดังนั้นในปาร์ตี้ที่คนพลุกพล่านและต้องเดินไปมาอยู่ตลอดเอาตัวรอดได้ด้วยการพกแก้วเครื่องดื่มติดตัวตลอดเวลา เอาตัวรอดด้วยการปฏิเสธเสียงดัง สาว ๆ อย่างเรามักรู้สึกอับอายเมื่อถูกลวนลาม แต่เจ้อยากบอกว่าเราห้ามปล่อยให้ความอายทำให้ผู้ชายพวกนั้นลอยนวลหรือหลงคิดว่าเรายินยอม ทันทีที่ถูกแตะเนื้อต้องตัวในจุดที่ไม่โอเค แต่พยายามเลี่ยงแล้วผู้ชายคนนั้นก็ยังทำ เราต้องรักษาสิทธิของตัวเองด้วยการปฏิเสธสังดัง ๆ ขึ้นมากลางวงเพื่อย้ำกับเขาว่าเราไม่โอเคและเพื่อให้คนอื่นในปาร์ตี้สังเกตเห็นว่ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เอาตัวรอดด้วยเทคโนโลยี ข้อดีของการอยู่ในยุคที่สมาร์ตโฟนเป็นสารพัดสิ่ง เราเองก็ต้องใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ ฟีเจอร์ง่าย […]

5 “หนังสือออกใหม่” ในงานหนังสือนี้ ที่สาว ๆ อ่านแล้วจะรักตัวเองในแง่มุมใหม่ ๆ

หนังสือออกใหม่ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติวนกลับมาเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือคราวนี้ย้ายไปจัดที่เมืองทองธานีแทนที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งปิดปรับปรุง สาว ๆ คนไหนอยากหาอะไรอ่านเพลิน ๆ ไม่หนักไป แต่อ่านแล้วเห็นคุณค่าในตัวเอง รักตัวเองในมุมที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราก็มีพลังกับเขาอยู่เหมือนกัน นี่คือ 5 “หนังสือออกใหม่” ในงานหนังสือนี้ ที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด  ปีแสง เรื่องราวของนักจิตบำบัดสาวที่เคยปวดเจ็บ แต่ก็เติบโตมาได้ในเล่มนี้ จะทำให้สาว ๆ อย่างเราเข้าใจว่าเราทุกคนล้วนมีบาดแผลและเรื่องเจ็บปวดเป็นของตัวเอง จุดสำคัญไม่ใช่การปฏิเสธว่ารอยแผลเป็นไม่มีอยู่จริง แต่หนังสือออกใหม่เล่มนี้จะช่วยให้เราเข้าใจการยอมรับความเจ็บปวดที่เราเคยเผชิญมาและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันได้ น้องนอนในห้องลองเสื้อ  ใครที่เคยเบื่อตัวเองที่อยากได้เสื้อผ้าใหม่ ๆ ไม่เว้นวัน หรือสนุกกับการเดินเข้านอกออกในร้านเสื้อผ้าแล้วลองเป็นว่าเล่นจนคิดว่า “เอ๊ะ ฉันผิดปกติหรือเปล่าเนี่ย!” เราอยากชวนอ่าน หนังสือออกใหม่ที่ชื่อว่า “น้องนอนในห้องลองเสื้อ” เรื่องราวของผู้หญิงที่ลองเสื้อผ้า (แต่ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง) จนทำเพจเล่าเรื่องตัวเองสม่ำเสมอ จนมีผู้ติดตามจำนวนมาก! อ่านแล้วรับรองจะเข้าใจศิลปะแห่งการลองแล้วไม่ซื้อ ลองแล้วมีความสุข ลองแล้วรักตัวเองมากขึ้นได้แบบไม่รู้สึกผิดแน่นอน ‎สิ่งที่เรียกว่าครู่ยามหนึ่ง หนังสือออกใหม่เล่มไม่หนาเล่มนี้ รวมเอาเรื่องสั้น ๆ 9 เรื่องและเรื่องแทรกที่ไม่ยาวนักให้อ่านตลอดเรื่อง แม้จะเป็นเรื่องแต่ง แต่ก็เป็นเรื่องแต่งที่ชวนให้เราอ่านแล้วมองกลับมาที่ตัวเอง ว่าครู่ยามหนึ่งของเรา ความรู้สึกของเรานั้นมันได้รับการใส่ใจจากตัวเราเองแค่ไหน เพราะชั่วครู่ยามหนึ่งของผู้เขียนแม้จะสั้นแสนสั้นแต่เมื่อบรรยายออกมาแล้ว ในแค่ชั่วยามหนึ่งมนุษย์ผู้หญิงอย่างเรากลับมีอะไรเก็บไว้ในหัวใจจำนวนมาก ถ้าอยากลองรักและใส่ใจครู่ยามหนึ่งของตัวเองมากขึ้นห้ามพลาดหนังสือออกใหม่เล่มนี้เด็ดขาด […]

5 ทริค “อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ” ให้คล่องขึ้น แม้ไม่เก่งภาษาอังกฤษ!

“อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ” สาว ๆ หลายคนอยากฝึกฝนภาษาอังกฤษให้ตัวเองใจจะขาด นอกเหนือจากการดูหนังฟังเพลง สิ่งที่ฝึกง่ายที่สุดแบบไม่เสียเงินก็คือการ “อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ” แต่หนังสือภาษาอังกฤษดันเหมือนยาขม เพราะเรากลัวว่ารู้ศัพท์น้อยไปจะอ่านไม่ได้? อ่านไปต้องเปิดพจนานุกรมไปไหม? หนังสือแบบไหนถึงจะเหมาะกับเรา? และนี่คือ 5 ทริค “อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ”ให้คล่องขึ้น แม้ไม่เก่งภาษาอังกฤษ! รับรองอ่านจบเล่มแบบชิล ๆ เลือกเล่มที่เหมาะกับความรู้เรา “อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ” ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะอ่านเล่มไหนก็ได้ เราควรเลือกเล่มที่เหมาะกับระดับคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษในหัวเรา ซึ่งต่อให้เรารู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่มาก แต่ก็ย่อมมีเล่มที่เหมาะกับเราอยู่ดี เช่น วรรณกรรมเยาวชน ที่ภาษาไม่ซับซ้อนเกินไป ในหนึ่งย่อหน้า ถ้าเราลองเปิดมาแล้วพอรู้ศัพท์เกิน 10 คำก็ถือว่าใช้ได้ เริ่มลงมืออ่านเล่มนั้นได้ชิล ๆ ในขณะที่บางเล่มปกสวย ชื่อหรูหราถูกใจ แต่ถ้าเปิดไปแล้วศัพท์ส่วนใหญ่เราไม่รู้เลย ก็อาจต้องรอไว้ก่อน สักวันเราจะอ่านมันได้ เมื่อฝึกมากพอ แค่วันนี้ยังไม่ใช่วันของเรา เล่มบางสร้างกำลังใจได้ดีกว่า การเริ่มต้น “อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ” สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือกำลังใจ เราต้องเชื่อว่าเราทำได้ เมื่อเราอ่านจบหนึ่งเล่ม สองเล่ม สามเล่ม ทำให้เรามีแรงฮึดและเชื่อมั่นในตนเอง ดังนั้นนอกจากเลือก “อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ”ที่เหมาะกับระดับคำศัพท์ที่เรามี ซิสควรเริ่มจากเล่มบาง ๆ ไว้ก่อน ไม่ใช่เล่มแรกก็ปาไปห้าร้อยหน้า ใจเราจะท้อ […]

สอบก็รอด พรีเซนต์ก็เริ่ด 5 ทริค “อ่านแล้วจำแม่น” ที่สาว ๆ ต้องลอง

“อ่านแล้วจำแม่น” เบื่อไหมคะสาว ๆ กับปัญหาการอ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว อ่านยังไงก็ไม่จำ จะไปสอบก็เศร้า จะไปพรีเซนต์งานก็แซด แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปถ้าสาว ๆ ที่ลืมเก่งนำ  5 ทริค “อ่านแล้วจำแม่น” ต่อไปนี้ไปใช้ รับรองเลยว่าสอบก็รอด พรีเซนต์ก็เริ่ด! อ่านแล้วจำแม่นต้องอ่านสารบัญ เชื่อว่าสาว ๆ ส่วนใหญ่เลือกมองข้ามสารบัญและคำนำ เพราะคิดว่ามันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี! แต่หนึ่งในทริค “อ่านแล้วจำแม่น” คือการเริ่มเปิดดูเนื้อหาคร่าวๆของทั้งเล่มจากสารบัญเพราะสารบัญจะเป็นตัวบอกว่าอะไรคือแกนของหนังสือเล่มนี้และไล่เรียงไปอย่างไรทำให้เราจำและเก็บแก่นหลักได้และนำไปใช้พรีเซนต์ต่อได้หลังจากที่เราอ่านและทำความเข้าใจทั้งหมดแล้ว อ่านแล้วจำแม่นต้องอ่านเป็นช่วง ๆ อย่าหักโหม สมองคนเราจะสามารถจดจำเนื้อหาของสิ่งที่อ่านได้ดีที่สุดในช่วง 5 นาทีแรก และ 5 นาทีสุดท้าย ดังนั้นถ้าอยาก “อ่านแล้วจำแม่น” การอ่านเป็นช่วง ๆ อาจจะช่วงละ 15-20 นาทีแล้วพักสายตาปล่อยให้สมองได้จดจำย่อมดีกว่าโหมอ่านทีเดียวครั้งละนาน ๆ อ่านแล้วจำแม่นต้องอ่านแล้วเน้นข้อความสำคัญ อีกทริคของการ “อ่านแล้วจำแม่น” คือการที่เราเน้นข้อความสำคัญข้อความสะดุดใจข้อความที่เราสนใจเป็นพิเศษเอาไว้จะทำให้เราจำได้ว่าเนื้อหาแต่ละช่วงนั้นมีตรงไหนที่เป็นส่วนที่โดดเด่นเป็นพิเศษหรือแม้แต่ตอนที่ต้องไปพรีเซนต์การเน้นข้อความสำคัญไว้ช่วยให้เรานำข้อความนั้นไปพูดไปย่อยและถ่ายทอดต่อได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะการเน้นข้อความสำคัญด้วยปากกาสีสมองเราจะตอบสนองต่อสีสันได้ดีอีกด้วย อ่านแล้วจำแม่นต้องอ่านแล้วต้องถ่ายทอด การอ่านคือการรับเข้าและปล่ยอให้ไหลไป ถ้าเราไม่ถ่ายทอดออกไปด้วยคำพูดของตำเอง สำนวนภาษาของตัวเอง สิ่งที่อ่านก็จะเป็นเพียงภาษาของคนอื่นที่ไม่เข้าหัว เข้าหู เข้าสมองเรา ดังนั้นถ้าอยาก “อ่านแล้วจำแม่น” เมื่ออ่านจบแต่ละส่วนแล้ว ให้ถ่ายทอดออกมา […]

แค่สวยไม่พอ 5 “ลักษณะนิสัย” ที่ผู้หญิงยุคใหม่ต้องมีเพื่อสวย เก่ง ฉลาดทันคน

“ลักษณะนิสัย” แม้ความสวยจะเป็นเหมือนของคู่กันกับผู้หญิง จนมีคนพูดบ่อย ๆ ว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวย แต่โลกยุคนี้แค่สวยยังไม่พอ! นี่คือ 5 “ลักษณะนิสัย” ที่ผู้หญิงยุคใหม่ต้องมีเพื่อสวย เก่ง ฉลาดทันคน จะได้สวยครบเครื่อง ไม่อ๊อง จนโดนใครล่อลวงได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะในความสัมพันธ์ การเรียน หรือการงาน สวย ฉลาดทันคนต้องมี “ลักษณะนิสัย”  เช็คก่อนแชร์ ลักษณะนิสัยสำคัญที่สาวยุคใหม่อย่างเราต้องมีคือการไม่ส่งต่อข่าวปลอมข้อมูลมั่วหรือข่าวที่มีมูลความจริงเสี้ยวเดียวแต่ใส่ความคิดเห็นเพื่อโจมตีใครเพราะโลกยุคโซเชียลมีเดียให้ผลดีหรือร้ายได้มากกว่าที่คิดดังนั้นก่อนคิดจะแชร์อะไรเล่าอะไรต่อบอกอะไรต่อลองสละเวลาเสิร์ชข่าวนั้นเช็กข่าวนั้นดูอีกสักรอบด้วยตัวเองให้ชัวร์ก่อนไม่ใช่ข้อมูลผิดๆเท่านั้นที่อันตรายแต่การแชรืโดยไม่เช็กอะไรเลยทำให้เราดูเป็นคนไม่ทันโลกไม่ทันเหตุการณ์และขาดความน่าเชื่อถือเอามากๆ สวย เก่งทั้งเรียนและงานต้องมี “ลักษณะนิสัย” จัดการเวลา สกิลหรือลักษณะนิสัยหนึ่งที่โลกยุคใหม่ต้องการคือการบริหารจัดการเวลาค่ะซิส เราก็คงเห็นว่าคนเดี๋ยวนี้ทำงานเยอะขึ้น ทำหลายอย่างมากขึ้น แม้เวลาแต่ละคนจะมีคล้าย ๆ จะเท่ากัน แต่ถ้าเราบริหารจัดการเป็นองค์กรไหนก็ต้องการตัวไปทำงาน มีความสัมพันธ์กับเพื่อนกับแฟนก็มีชัย แถมดีกับตัวเองเพราะสามารถทำอะไรอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น เราจะสวยขึ้น เก่งขึ้นไม่ว่าพาตัวเองไปอยู่ที่ไหนถ้ารู้จัก Time Management Skill สวย ฉลาดทันทุกความสัมพันธ์ต้องมี “ลักษณะนิสัย” ขี้สงสัย ไม่เพียงแค่โลกออนไลน์เท่านั้น แต่ในสังคมที่มนุษย์ต่างมีความเชื่ออันแข็งแกร่งเป็นของตัวเอง ทุกคนเป็นตัวของตัวเองมาก ๆ จึงง่ายที่เราจะได้รับข้อมูลที่มาจากความคิดเห็นฝั่งเดียวของใคร ดังนั้นสาวยุคใหม่หากรักจะสวยเท่าทันคน ต้องมีลักษณะนิสัยช่างถามช่างสงสัย ไม่ใช่ใครบอกอะไรมาก็เชื่อตามเขาไปหมด ลองถามเขาเพิ่มเติมว่าทำไมเขาคิดอย่างนั้น อะไรทำให้เขาเชื่อแบบนั้น อย่างน้อยถ้าเราจะเชื่อข้อมูลหรือสิ่งที่เขาพูด เราก็จะได้รู้ก่อนว่าเขาเข้าใจสิ่งที่เขาเชื่อแค่ไหน หรือจะตั้งคำถามจนไปหาข้อมูลมาเองเพื่อให้ชัวร์ก่อนก็ยิ่งดีไปใหญ่ สวยเก่งฉลาดไม่ทันรู้ตัวจงออกกำลังกายให้เป็นนิสัย […]

แม่คะนี่แฟนหนู “พาแฟนไปเจอแม่”แบบไหนให้ผู้ใหญ่ไว้ใจและเอ็นดู

“พาแฟนไปเจอแม่” ไม่ว่าเราจะคิดว่าตัวเองโตเป็นสาวมากแค่ไหน แต่ในสายตาคุณแม่และคนในครอบครัวเราก็เป็นนางฟ้าตัวน้อย ๆ ที่ต้องการการปกป้องดูแลอยู่เสมอ แต่เราเองก็จำเป็นต้องมีชีวิต มีความรัก มีความสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย เราจึงต้องให้ความสัมพันธ์นั้นอยู่ในสายตาของแม่เพื่อให้ท่านสบายใจ แต่ เอ๊ะ จะเริ่มต้นยังไงดีนะ? มาดูวิธี “พาแฟนไปเจอแม่” เพื่อให้ได้ความไว้เนื้อเชื่อใจและได้ความเอ็นดูกันดีกว่า เปิดเผยไม่ปิดบัง บางทีคุณแม่คุณพ่อก็ไม่ได้หวงเรา เพราะกลัวว่าเราจะโดนล่อลวง แต่ท่านก็ห่วงเราในเรื่องที่ท่านไม่รู้ ไม่เห็น ดังนั้นถ้าคิดจะ “พาแฟนไปเจอแม่”และครอบครัวก็ถือว่าทำถูกในระดับหนึ่งแล้ว เพราะเป็นการเปิดเผยให้ท่านเห็นว่าที่เราขอไปเที่ยวนั้นเราไปกับใคร ที่เรากลับบ้านดึกใครมาส่ง ท่านจะได้เบาใจ ครั้งหน้าพอจะขออนุญาตไปไหนมาไหนการอ้างถึงคุณแฟนที่เคยพามาให้แม่รู้จักแล้ว แม่ก็จะได้ปลื้ม ไม่ต้องกังวลเกินไป พูดถึงเป้าหมายดี ๆ ที่วางแผนจะไปถึงร่วมกัน แม่เรารักเราก็อยากเห็นเราไปสู่สิ่งดี ๆ ดังนั้นการพาแฟนมาเจอแม่ก็ควรทำให้แม่ไว้ใจและเอ็นดูด้วยการพูดถึงเป้าหมายดี ๆ ที่เรากับแฟนตั้งใจทำร่วมกัน เช่น ถ้าเราเรียนอยู่มัธยมก็อาจพูดถึงมหาวิทยาลัยที่เราตั้งใจจะเข้าด้วยกัน จะพากันอ่านหนังสือ จะพากันไปตระเวณสอบ หรือถ้าเราเรียนมหาวิทยาลัยก็อาจคุยถึงอาชีพในอนาคต การเรียนภาษาเพิ่มเติม สารพันเป้าหมายดี ๆ เหล่านี้จะทำให้แม่เรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาทำให้ลูกสาวของท่านเป็นคนที่อยากพัฒนาตัวเอง อย่าเพิ่งแสดงความรักหวานซึ้ง ต่อให้เรารักกันปานจะกลืนเพียงไหน การพาแฟนมาเจอแม่เจอครอบครัว ก็ไม่ควรแสดงความรัก สัมผัสทางกายสุดดูดดื่มต่อหน้าแม่เด็ดขาด อย่างน้อยที่สุดการวางตัวให้เหมาะสม ก็หมายถึงการเป็นผู้ชายที่รู้จักกาลเทศะ รู้จักเคารพเนื้อตัวร่างกาย […]

เป็นเพื่อนหรือเป็นแม่? 5 วิธีรับมือเพื่อน “จอมบงการ”ให้ไม่เสียตัวตนและเสียเพื่อน

“จอมบงการ” ขึ้นชื่อว่าเพื่อนก็ต้องรักและหวังดีกับเราอยู่เสมออยู่แล้ว แต่บางทีความหวังดี ความเป็นห่วงก็มากล้นจนมาในรูปแบบการจู้จี้จุกจิกหรือถึงขั้นการเป็น “จอมบงการ” จนเราสงสัยว่าตกลงนี่เป็นเพื่อนหรือเป็นแม่กันแน่? คอยสั่งว่าอันนี้ต้องทำ อันนี้ห้ามทำ เราเองก็รักและเข้าใจในความหวังดี แต่ถ้ามากไปเราก็จะเสียตัวตนและกลายเป็นคนที่วิ่งตามความต้องการของเพื่อนไม่รู้จบ ดังนั้นมารับมือเพื่อน “จอมบงการ”ให้ไม่เสียตัวตนและเสียเพื่อนกันเถอะ สำรวจตัวเองให้ถี่ถ้วน ขั้นตอนแรกสุดของการรับมือกับเพื่อนจอมบงการ คือต้องรู้เขารู้เรา จะได้รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง อะไรก็ตามที่เพื่อนจอมบงการเคยพูดไว้ ให้เราลองสำรวจตัวเองว่าเรามีข้อบกพร่องอย่างที่เพื่อนตัวดีพูดไว้หรือเปล่า? ถ้ากลัวตัวเองลำเอียง ก็ลองแอบไปถามคนใกล้ตัวคนอื่นดู อันไหนที่เป็นข้อบกพร่องที่ร้ายแรง และเราอยากแก้ไขจริง ๆ ก็จดไว้และพยายามต่อไป แต่อันไหนที่เรารู้สึกว่า เฮ้ย นี่เธอมั่วนี่นา เราไม่ได้ขนาดนั้น ก็จดและจำไว้เช่นกัน ครั้งหน้าที่เพื่อนคนนี้มาสั่งเรา เราจะได้บอกได้ว่าอันไหนเราโอเค และอันไหนเราไม่! กำหนดขอบเขต เรื่องไหนเธอพูดได้ เรื่องนี้เราคิดเอง แม้เราจะสำรวจตัวเองถี่ถ้วนแล้ว แต่เรื่องบางเรื่องเรามีสิทธิกำหนดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวสุด ๆ และไม่ว่าจะดีหรือแย่ก็ไม่มีใครควรมาก้าวก่ายหรือบงการเราในเรื่องนี้ ดังนั้นลองมองชีวิตให้รอบด้าน แล้วตั้งขอบเขตของเรื่องในชีวิตขึ้นมาว่าเรื่องไหนเราโอเคที่คนอื่นจะมาแสดงความเห็น เรื่องไหนที่มันคือเรื่องส่วนตัวของเราและเราขอคิด ขอเลือก ขอตัดสินใจเองเท่านั้น เมื่อได้เรื่องที่เรากำหนดขอบเขตแล้ว ก็เปิดใจคุยกับคุณเพื่อนจอมบงการอย่างสุภาพให้รู้เรื่องว่าเรื่องต่อไปนี้ ไม่ต้องแนะนำแล้วนะ ให้เราคิดเองเถอะ ต้องกล้าพูดว่า “ขอบคุณนะ แต่ไม่เป็นไร” แม้จะสำรวจตัวเองก็แล้ว แบ่งเขตก็แล้วว่าอันไหนส่วนตัว อันไหนยุ่งได้ แต่ […]

ชวนแบ่งปันเรื่องดี ๆ 5 “พอดแคสต์” ที่จะทำให้ซิสสวยและเก่งขึ้นในทุกวัน

“พอดแคสต์” เมื่อโลกหมุนไปข้างหน้า นอกจากการอ่านหนังสือ การเรียนหนังสือในห้อง หรือการออกไปคุยกับคนเก่ง ๆ สาว ๆ อย่างเราโชคดีที่มี “พอดแคสต์”ดี ๆ ให้เลือกฟังเยอะมาก ความดีงามของการฟังพอดแคสต์คือเราฟังตอนไหนก็ได้ฟังระหว่างแต่งหน้าตอนเช้าฟังระหว่างรถติดตอนเย็นหรือแม้แต่ช่วงทำงานบ้านเหงา ๆ โดยไม่อยากปล่อยเวลาไหลไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะการศึกษาวิจัยชี้ว่าการฟังไม่ได้เรียกร้องสมาธิจากเรามากเหมือนการอ่านหรือการพูดคุยกับคนจริง ๆ เราจึงฟังพอดแคสต์เพื่อเรียนรู้ เพื่อสวยและเก่งขึ้นในทุกวัน พร้อม ๆ กับที่ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และ 5 พอดแคสต์ต่อไปนี้สาว ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด! Mission to the Moon สำหรับสาว ๆ ที่เคยสงสัยว่าคนเก่ง ๆ หรือคนระดับผู้บริหารนั้นเขาแบ่งเวลากันยังไงกันนะ จัดการงานที่มีล้นมือแบบไหนให้ทันแถมออกมาดีได้ เพราะลำพังพวกเรา แค่ต้องทำการบ้านหรืองานที่ล้นมือก็ทำไม่เคยทัน หรือถ้าทันก็แทบจะเลยเดดไลน์ บอกเลยว่า Mission to the Moon คือพอดแคสต์ความยาวหลัก 5-30 นาทีที่ห้ามพลาด เพราะคุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของบริษัทศรีจันทร์สหโอสถเอาเทคนิคดี ๆ ของการจัดสรรเวลา การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการตั้งเป้าหมาย […]

จงระวัง! 5 “คำพูดร้ายในที่ทำงาน”ที่ดูหวานแต่จริง ๆ เคลือบยาพิษ!

“คำพูดร้ายในที่ทำงาน” สาว ๆ จบใหม่อย่างเราหรือบางทีเพิ่งทำงานมาได้ไม่นาน หลายครั้งก็รู้ไม่ทันคำพูดของออฟฟิศหรือองค์กรที่เราทำงานด้วย องค์กรที่น่ารัก มืออาชีพและใส่ใจพนักงานตัวน้อย ๆ อย่างเราก็มีจำนวนมาก แต่ใครจะรู้ว่าบางทีเราก็หลงกลคำพูดที่ดูสวยหรูแต่จริง ๆ แล้วเคลือบยาพิษไว้จนชุ่ม! การจะเป็นสาววัยทำงานนอกจากต้องสวย เก่ง ฉลาดแล้ว ยังต้องรู้เท่าทัน “คำพูดร้ายในที่ทำงาน” รู้ทันคนและการเอาเปรียบที่อาจเกิดขึ้นได้ไปพร้อม ๆ กัน “ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวนะคะ” สังคมไทยเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญและมีความรู้สึกเชิงบวกกับคำว่า “ครอบครัว” มาก เพราะครอบครัวหมายถึงความรัก ความผูกพัน การเสียสละและการดูแลกันและกัน เวลามีคนในออฟฟิศบอกเราว่า “ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวนะคะ” จึงไม่แปลกที่เรามองว่านี่คือคำหวานหูน่าชื่นใจ แต่ใครจะรู้ว่าการใช้คำว่าครอบครัวนั้นอาจเป็น “คำพูดร้ายในที่ทำงาน” เพราะการทำงานต้องอาศัยระบบที่มั่นคงความเป็นมืออาชีพที่น่าเชื่อถือการอ้างคำว่าครอบครัวอาจหมายถึงการบอกเป็นนัยๆให้เราเสียสละโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมารองรับดังนั้นสาวๆจงระวังไว้ให้ดี “ทำเกินหน้าที่เยอะ ๆ จะได้เก่งขึ้น” เป็นเรื่องจริงที่ว่ายิ่งทำงานเยอะ เราก็จะยิ่งได้เรียนรู้ไว แต่การทำงานเยอะจนล้นแล้วล้นอีก เหนื่อยแล้วเหนื่อยอีกกับอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่เรา จนพาลทำให้หน้าที่รับผิดชอบเราทำได้ไม่เต็มที่ แถมยังเหนื่อยสาหัสจนไม่อาจเรียนรู้อะไรไหว แต่คนในออฟฟิศก็เอาแต่อ้างคำว่า “จะได้เก่งขึ้น ๆ ” แม้ฟังแล้วคล้ายจะเป็นความหวังดี แต่หากเราทำงานล้นมือจนไม่มีเวลาทำงานตัวเองให้ดี BEAUTY HUNTER ว่านอกจากจะไม่เกิดการเรียนรู้ อาจทำให้สุขภาพกายและใจพัง แถมหน้าที่รับผิดชอบเราโดยตรงก็อาจไปไม่รอดก็เป็นได้ “ออฟฟิศนี้เวลางานยืดหยุ่นนะครับ” “ออฟฟิศนี้เวลางานยืดหยุ่น” […]

5 “คำสอนแม่”ที่ตอนเด็กเบื่อแทบตาย แต่โตเป็นสาวแล้วเอามาใช้ได้จริง

“คำสอนแม่” เมื่อพูดถึงคุณแม่ นอกจากเราจะนึกถึงอาหารอร่อยที่สุดในโลก นึกถึงบ้านแสนอบอุ่น อีกสิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ “คำสอนแม่” ที่ตอนเด็ก ๆ เราฟังแล้วต้องอุดหูด้วยความงอแงทุกครั้งไปแต่ยิ่งโตเป็นสาวมากขึ้นเท่าไหร่ดูเหมือนว่าคำสอนที่แม่เคยพูดไว้ต่อไปนี้จะยิ่งจริงขึ้นเรื่อย ๆ จนถ้าเราทำตามรับรองว่าชีวิตเราจะง่ายขึ้นหลายระดับจริง ๆ “เก็บของให้เป็นที่เป็นทางสิลูก“ เรื่องเก็บของไม่เป็นที่ หาของไม่เจอคงเป็นเรื่องบ่นอันดับหนึ่งของคุณแม่ผู้น่ารักแทบทุกบ้าน ก็ลูกสาวอย่างเราช่างวางของระเกะระกะเสียจริง ตอนเด็กเราก็คงรำคาญการต้องเก็บอะไร ๆ ให้เป็นที่ แต่ยิ่งโตขึ้นมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งเข้าใจว่าถ้าทำตามคำสอนแม่ วางของไว้ในที่เดิมทุกครั้ง ชีวิตเราจะง่ายขึ้นอีกหลายระดับและของเราจะไม่หายอีกเลย ถึงขั้นมีงานวิจัยรองรับเลยว่าถ้าเราเก็บของเป็นที่หรือไว้ที่เดิมของมันทุกครั้ง เราจะไม่มีทางหาอะไรไม่เจอ คำสอนแม่นี่ดีจริง ๆ “กินเสร็จก็ล้างจานเลย ไม่ต้องหมกไว้“ “กินเสร็จก็ล้างจานเลย ไม่ต้องหมกไว้” อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่แม่ไม่อยากให้เศษอาหารหมักหมมส่งกลิ่นไปทั่ว แต่หากสาว ๆ โตขึ้นและมองลึกไปกว่านั้น คำสอนนี้ของแม่คือปรัชญาระดับลึกซึ้ง ที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกหลายคนใช้ โดยกฎก็คือถ้าอะไรที่ทำเสร็จได้ภายใน 2 นาที ให้ลงมือทำเลย วิธีการคิดเดียวกันกับไม่เหมือนกันจานไว้นี้จะทำให้เราทำงานเร็วขึ้น เคลียร์งานง่ายขึ้น ไม่ต้องผัดวันประกันพรุ่งจนดินพอกหางหมูแน่นอน “เจอหมาเห่า ห้ามวิ่งหนีนะ เดี๋ยวมันไล่ตาม“ เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนตอนยังเด็กคงซนใช่เล่น และหนึ่งสิ่งที่แม่สอนพวกเราก็คือเวลาไปเล่นนอกบ้าน ถ้าเจอหมาเห่า เราห้ามวิ่งหนี เพราะหมาตัวนั้นจะคิดว่าเราเล่นกับมัน หรือเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวแล้วมันจะวิ่งไล่ตาม ทางที่ดีคืออยู่นิ่ง […]

Advertisement
1 2 3 9
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement