X

“ไรฝุ่น” ก่อโรคอะไรบ้าง กำจัดยังไงดี

Lifestyle 
Mar 19,2021
x plaiplaiplai
ไรฝุ่น ก่อโรค ภูมิแพ้ อันตราย
สวัสดีสาวๆ Beauty Hunter วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ "ไรฝุ่น" รู้มั้ยคะว่ามันก่อโรคได้มากกว่าที่คิด ไปทำความรู้จักไรฝุ่นเพื่อสุขภาพของชาวเราดีกว่าค่ะ

ไรฝุ่น

สวัสดีสาวๆ Beauty Hunter ทุกคนนะคะซิส วันนี้ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงสาระดี มีอยู่จริง โดยหัวข้อเลคเชอร์ของเราวันนี้ก็ว่าด้วยเรื่องของ “ไรฝุ่น” ซึ่งบ้านไหนก็มีไรฝุ่นกันทั้งนั้นเลย

แต่รู้มั้ยคะว่าเจ้าแมลงตัวร้ายนี่มันก่อโรคได้มากกว่าที่คิด ไปทำความรู้จักชีน้องไรฝุ่นให้มากขึ้นอีกหน่อย เพื่อสุขภาพของชาวเราดีกว่าค่ะ

 

มาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ไรฝุ่นคืออะไร?

ไรฝุ่น คืออะไร

 

ไรฝุ่น (Dust Mites) เป็นแมงในตระกูลเดียวกับเห็บและแมงมุม เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่บนโลกมาตั้งแต่ 500 ล้านปีที่แล้ว มีขนาดเล็กมากกก จนมนุษย์อย่างเราไม่สามารถมองเห็นชีน้องได้ด้วยด้วยตาเปล่า

เพราะน้องมีความยาวเพียง 0.1-0.3 มิลลิเมตร โดยเหล่าน้องมีอาหารหลักคือ การกินเศษผิวหนังของมนุษย์เป็นอาหารแถมชีน้องแพร่ขยายพันธุ์เก่งมาก เพราะไรฝุ่นจะวางไข่คราวละ 20 – 50 ฟอง และมีระยะฟักตัว 8 – 12 วัน

แต่อายุของเหล่าชีน้องไม่ค่อยจะยืนยาวเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเราแล้วค่ะ โดยชีน้องจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ 2-4 เดือนเท่านั้น แต่รู้มั้ยคะว่าตอนที่เราเกิดอาการคัน ระคายเคืองผิวหนังเพราะน้องไรฝุ่น ไม่ได้เกิดจากการโดยน้องกัดหรือต่อยนะคะซิส

แต่เกิดจากการที่เราไปสัมผัส หรือหายใจเอาของเสีย หรืออึของน้องไรฝุ่นเข้าไป เพราะภายในของเสียที่น้องไรฝุ่นปล่อยออกมา จะมีสารก่อโรคภูมิแพ้ จึงทำให้เกิดอาการคันขึ้นมาจ้า

ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่ที่ไหน?

ไรฝุ่น อาศัยอยู่

ชีน้องไรฝุ่นจะชอบอาศัยอยู่ในที่ที่อุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส และอยู่ในที่มีความชื้นสูง เช่น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม และของใช้ที่เป็นเส้นใย พวกเราจึงพบพวกชีได้มากที่สุดที่เตียงนอน

แถมเตียงนอนของเรายังเป็นสถานที่ที่จะมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วของเราซึ่งเป็นแหล่งอาหารของเจ้าไรฝุ่น ติดอยู่มากที่สุดอีกด้วย เปรียบเสมือนบ่ออาหารของพวกเหล่าชีน้องเลยแม่

ไรฝุ่นทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง?

ไรฝุ่น ก่อโรค

เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ดหล่าน้องก่อความวุ่นวาย ก่อโรคได้อันตรายมากกว่าที่เราคิดกันซะอีกนะคะซิส จะมีโรคอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ภูมิแพ้

คนที่มีภูมิต้านทานดี อาจจะไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของเจ้าไรฝุ่นมากนัก แต่ถ้ามีไรฝุ่นจำนวนมากจริงๆ ก็จะทำให้เกิดอาการไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ เป็นไข้ ไปจนถึงไซนัสอักเสบได้

ทางเดินหายใจผิดปกติ

โดยจะมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หายใจเสียงดัง ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดลมอักเสบ

ปอดเป็นพังผืด

ฝุ่นที่เข้าไปสะสมอยู่ในปอด เมื่อมีจำนวนมากจะทำให้เนื้อเยื่อปอดระคายเคือง และเกิดพังผืดในปอดได้

มะเร็งปอด

อันตรายแบบคาดไม่ถึงเลยค่ะ เพราะเจ้าไรฝุ่นพวกนี้อาจจะพาฝุ่นจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือฝุ่นมีพิษต่างๆ ติดตัวมาด้วย ถ้าสารพวกนี้ไปสะสมในปอดมากๆ ก็สามารถเกิดโรคมะเร็งปอดได้

 

วิธีป้องกันไรฝุ่น

ไรฝุ่น วิธีป้องกัน

เมื่อเห็นถึงความอันตรายของเจ้าพวกตัวจิ๋วนี้แล้ว สิ่งที่เราควรทำก็คือป้องกันไม่ให้พวกชีมาอยู่ใกล้เรามากเกินไปค่ะ โดยสามารถทำได้ดังนี้

เปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกๆ 2-4 สัปดาห์

เพื่อกำจัดไรฝุ่นและสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ออกไป โดยซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส หรือธีแช่แข็งด้วยความเย็นเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อฆ่าไรฝุ่นให้ตายสิ้นซาก

ใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนกันไรฝุ่น

ซึ่งผ้าป้องกันไรฝุ่นเหล่านี้เป็นผ้าที่ถักทออย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าพวกไรฝุ่นเข้ามายึดเป็นที่อยู่อาศัย แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้กันไรฝุ่นที่แอบอยู่ตามที่นอนเล็ดลอดออกมาข้างนอกได้อีกด้วย

หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าที่ทำจากขนสัตว์

เพราะผ้าขนสัตว์เป็นผ้าที่ไรฝุ่นเกาะง่าย และทำความสะอาดค่อนข้างยาก ถึงแม้เราจะทำความสะอาดไปแล้ว เหล่าน้องไรฝุ่นก็อาจจะยังเกาะอยู่ก็ได้

ระบายอากาศในห้องนอนเพื่อลดความชื้น

ในเมื่อน้องชอบความชื้นมากนัก เราก็ต้องระบายอากาศภายในห้องนอนบ่อยๆ และควรติดตั้งแผ่นกรองที่ได้คุณภาพในเครื่องปรับอากาศด้วย จะได้เป็นการช่วยกรองอีกชั้นหนึ่ง

ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ

เพราะทุกๆที่สามารถเป็นแหล่งสะสมของฝุ่น และตัวไรฝุ่นได้ เราจึงควรยกย้าย ปัดกวาดเช็ดถูสิ่งของต่างๆเสมอ เพื่อทำลายแหล่งมั่วสุมของเจ้าพวกไรฝุ่นให้เกลี้ยง

 

เอาล่ะค่ะ ในเมื่อเรารู้จักไรฝุ่น และวิธีการป้องกันตัวเองจากไรฝุ่นแล้ว ก็เลิกขี้เกียจทำงานบ้าน แล้วลุกขึ้นมาเคลียร์ฝุ่นกันดีกว่าค่ะ เพื่อสุขภาพทางเดินหายใจที่ดีของตัวเอง และทุกคนในครอบครัว 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก pobpad.com

 

ใครยังไม่เหนื่อย มาอ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมกันดีกว่า!

Advertisement
plaiplaiplai
ชานมคือเลือด ไข่มุกคือเม็ดเลือด
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement