X

หอมฟุ้งชวนหลง! 5 “ประเภทน้ำหอม” พร้อมวิธีเลือกกลิ่น

Beauty 
Jun 11,2018
x Preaw

“ประเภทน้ำหอม”

เรื่องกลิ่นถือเป็นสิ่งที่สาว ๆ หลายคนมักจะให้ความสนใจ และแน่นอนว่าทุกคนต้องมีน้ำหอมในดวงใจที่ใช้ประจำอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเจอกลิ่นถูกใจ แพคเกจจิ้งสวยรีบซื้อเลยก็ดี แต่จะดีเข้าไปอีก ถ้าเรารู้จักการเลือกกลิ่นและ “ประเภทน้ำหอม” ที่เหมาะกับตัวเองค่ะ!

ประเภทน้ำหอม

เพราะบางทีเลือกกลิ่นที่ชอบได้แล้ว เราอาจจะต้องเลือกประเภทของน้ำหอมที่มีความเข้มข้นให้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งน้ำหอมที่มีให้เราเลือกใช้กันนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท โดยใช้ดูจากเปอร์เซนต์ของน้ำหอมเป็นหลัก เช่น ฉีดน้ำหอมไปงานก็ควรเลือกประเภทที่กลิ่นติดทนนาน เป็นต้น นอกจากนี้ยิ่งน้ำหอมมีความเข้มข้นมากเท่าไหร่ ระยะเวลาในการติดนานก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย อ้อ ราคาก็สูงขึ้นด้วยค่ะ ซิส! แต่เพื่อความสวยความหอมเราพร้อมเปย์อยู่แล้วหล่ะเนอะ อิอิ

 

Parfum | Perfume

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม 15-40%

เริ่มด้วยระดับเข้มข้นที่เปอร์เซนต์ที่สูงที่สุด และราคาแพงเช่นกัน อย่าง Parfum ที่เป็นประเภทน้ำหอมที่เหมาะสำหรับการทำงาน ออกเดท หรือในวันที่ต้องอยู่ข้างนอกนาน ๆ ค่ะ เพราะกลิ่นสามารถอยู่ได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพกมาฉีดบ่อย ๆ แค่เราฉีด 2-3 ครั้ง ก็ติดทนนานทั้งวันแน่นอน ที่สำคัญเหมาะกับคนที่มีผิว sensitive เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยค่ะ

 

Eau de Parfum 

 ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม 15-20% 

Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่สามารถอยู่ได้ 4-5 ชั่วโมงหลังจากการฉีดครั้งแรก! ใช้ได้ทุกวัน แต่จะเหมาะกับการไปเที่ยวปาร์ตี้ หรือกิจกรรมที่เราใช้เวลาไม่นานมากกว่า เพราะอาจจะมาฉีดซ้ำอีกสักรอบสองรอบนั่นเองค่ะ

 

Eau de Toilette 

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม 5-15%

เป็นน้ำหอมที่มีคนซื้อเยอะมากที่สุด! เพราะราคาที่น่าคบหาและมีให้เราเลือกเยอะมาก ๆ ค่ะ  โดยน้ำหอมประเภทนี้จะอยู่ได้นาน 2-3 ชั่วโมง ทำให้เราต้องฉีดเติมระหว่างวัน เพื่อให้กลิ่นติดตัวเราตลอดเวลา เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมเวลาสั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์กะผู้ ดูหนัง หรือประชุมงานค่ะ

 

Eau de Cologne 

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม 2-4%

Eau de Cologne ที่ไม่เหมือนกับ Cologne ของผู้ชายนะคะ ประเภทนี้จะมีระดับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมน้อยมากกก เลยอยู่ได้เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น จึงไม่เหมาะกับการฉีดในเวลากลางวัน เพราะเราต้องมานั่งเติมบ่อย ๆ แต่มันก็มีข้อดีอย่างนึงคือด้วยความที่กลิ่นที่ไม่แรงมาก จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมแรง ๆ ฉีดแค่พอมีกลิ่นหอมจาง ๆ นั่นเองค่ะ

 

Eau Fraiche

ความเข้มข้นของน้ำหอม 1-3% 

สุดท้ายกับ Eau Fraiche น้ำหอมที่มีความเข้มข้นน้อยที่สุด ทำให้กลิ่นจะติดทนนานอยู่ไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น เลยทำให้เราต้องฉีดเพิ่มอยู่บ่อย ๆ  จึงไม่เหมาะกับการฉีดออกไปนอกบ้านนาน ๆ แน่นอน แต่เหมาะสำหรับกิจกรรมสั้น ๆ ที่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง และที่เด็ดไปกว่านั้นคือใครที่เปน้สาวแพ้งายใช้ได้แน่นอน เพราะน้ำหอมประเภทนี้ไม่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์เลย เนื่องจากใช้น้ำแทนค่ะ

ตอนนี้เราก็พอจะรู้กันแล้วว่าประเภทของน้ำหอมที่เราใช้กันเนี่ยมีกี่ประเภท แต่สาว ๆ รู้มั้ยคะว่าน้ำหอมแต่ละประเภทเนี่ย เค้าก็มีวิธีการเลือกกลิ่นให้เหมาะกับผิวของเราด้วยนะคะ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยยยย

 

ผิวมัน

Image result for perfume gif

เนื่องจากสาวผิวมันจะมีน้ำมันในผิวอยู่เยอะ ซึ่งตรงนี้แหละที่จะช่วยให้กลิ่นหอมของน้ำหอมติดทนและกระจายกลิ่นดี แต่ก็สามารถทำให้กลิ่นที่ใช้ฉุนและแรงขึ้นกว่าปกติได้เหมือนกัน เราอยากแนะนำให้หลีกเลี่ยงน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุน แล้วเลือกเป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนโยน เบาบางแทนดีกว่า เช่น น้ำหอมประเภท Eau de Toilette หรือ Eau de Cologne  ค่ะ

 

ผิวแห้ง

Related image

สำหรับสาวผิวแห้งมข้อดีคือสามารถดูดซึมความมันจากน้ำหอมไว้ได้ดี เลยทำให้การกระจายตัวของกลิ่นหอมนั้นน้อยกว่าสาวผิวมัน จึงแนะนำให้ใช้น้ำหอมที่กลิ่นค่อนข้างแรง และมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมมากกว่าปกติ อย่าง Perfume, Eau de Parfum หรือ Eau de Toilette ค่ะ

 

เหงื่อออกง่าย

Related image

อย่างที่เรารู้กันว่าในน้ำหอมจะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว ดังนั้น เวลาเหงื่อออก รูขุมขนจะเปิด ทำให้แอลกอฮอล์ซึมเข้าไป และทำให้สาว ๆ เกิดอาการแสบร้อนได้ เพราะฉะนั้นน้ำหอมประเภทที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อย่าง Body Mist  หรือ Eau Fraich จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนะคะ

นอกจากกลิ่นน้ำหอมที่ทำให้เราแตกต่างกันอย่างมีเสน่ห์แล้ว เปอร์เซ็นความเข้นข้นของหัวน้ำหอมก็สามารถทำได้เหมือนกัน  Beauty Hunter จึงหวังว่าสิ่งที่เราเอามาบอกต่อเนี่ย จะช่วยให้สาว ๆ เลือกน้ำหอมที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้นในครั้งหน้านะคะ

GIF credit : giphy

Advertisement
Preaw
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement