ความขี้เกียจไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจ้ว่าใคร ๆ ก็ต้องเคยขี้เกียจกันทั้งนั้น แต่ถ้าซิสจะขี้เกียจตลอดไปโดยไม่คิดปรับปรุงตัวเอง แบบนั้นคงไม่ดีเท่าไหร่ แต่ถ้าใจลึก ๆ มันก็อยากตั้งใจอ่านหนังสือ แต่ไม่รู้จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองยังไง ก็อย่ามัวนอนกลิ้งไปมา อ่านบทความนี้ให้จบแล้วลองเริ่มลงมือทำดู ลุยเลยค่ะ!

อ่านจบปุ๊ป ได้รางวัลปั๊ป ฟินสุด ๆ
บางทีสมองของคนขี้เกียจอย่างเรา ๆ มันก็ชินกับความสบาย จนไม่รู้ว่าจะลุกไปอ่านนังสือให้ลำบากทำไม ดังนั้นเราต้องหลอกล่อนิสัยนี้ของตัวเองให้ได้ ด้วยการกำหนดรางวัลยั่วใจไว้ปลายทาง เช่น จะออกไปเที่ยวไม่ได้เด็ดขาด ถ้ายังไม่อ่านหนังสือ หรือจะกำหนดบทลงโทษอ่อน ๆ ไว้ด้วยก็ได้ว่าวันนี้ห้ามกินเนื้อสัตว์เด็ดขาด เพราะไม่ยอมอ่านหนังสือ การหลอกสมองตัวเองแบบนี้จะทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย ถ้าไม่อ่านหนังสือ เราก็จะไม่ได้ทำสิ่งที่เราชอบนะ แถมอดกินของอร่อย ๆ อีก เราก็จะรู้สึกอยากอ่านหนังสือขึ้นมาทันที
อ่านคนเดียวมันเหงา อ่านกับคนที่เรารักดีกว่า
แรงจูงใจในการอ่านบางครั้งซิสก็ไม่สามารถควานหาได้จากภายในตัวเอง ดังนั้นลองนัดกันไปอ่านหนังสือกับคนที่เรารัก หรือกลุ่มเพื่อนสนิท การรายล้อมด้วยคนที่เรามีความสุขที่จะอยู่ด้วยจะสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ทำให้เราผูกการอ่านหนังสือเข้ากับความรู้สึกผ่อนคลายนั้น จนรู้สึกดีที่จะหยิบหนังสือมาอ่านไปเอง

บรรยากาศดี ๆ ก็เปลี่ยนเราได้นะ
หลายครั้งที่ซิสเอาการอ่านหนังสือไปผูกติดไว้กับบรรยากาศสุดเคร่งเครียด นึกถึงการอ่านหนังสือทีไร ในหัวมีแต่ภาพห้องเรียน โต๊ะอ่านหนังสือทึม ๆ ดังนั้นการสลัดภาพจำเหล่าออกไปจากหัวซิส จึงสำคัญมาก ลองพาตัวเองไปอ่านหนังสือในที่ใหม่ ๆ บรรยากาศดี ๆ ดู การกลับมาอ่านหนังสือครั้งหน้าอาจจะไม่ดูน่าสยดสยองจนเกินไป เชื่อเจ้
อย่าอ่านเพื่อสอบค่ะซิส แต่อ่านให้เป็นนิสัย
ซิสอย่าคว้าหนังสือมาอ่านแค่เฉพาะตอนใกล้สอบเท่านั้น เพราะความเร่งรีบ ลนลาน และอ่านแค่เพื่อเอาไปใช้ จะทำให้ซิสรู้สึกไม่ดีกับการอ่านหนังสือไปโดยปริยาย แต่ลองปรับนิสัยให้ตัวเองสามารถอ่านหนังสือได้ทุกวัน โดยเลือกช่วงเวลาที่รู้สึกดีที่สุดของแต่ละวัน แล้วจับหนังสือมาอ่านซะเลย ไม่ต้องอ่านเป็นชั่วโมง ๆ ก็ได้ แค่ 20-30 นาทีก็พอ แต่การอ่านจะติดเป็นนิสัยซิสไป แถมพ่วงกับความรู้สึกดี ๆ อีกด้วย เพราะซิสเลือกอ่านในตอนที่รู้สึกดี ไม่ใช่อ่านเพราะเร่งอ่านในตอนใกล้สอบ

เปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นแบบที่เราชอบสิคะคุณขา
เนื้อหาในหนังสือเรียนมันอาจจะชวนง่วง จนหยิบมาทีไรก็นอนน้ำลายไหลยืดก่อนจะพลิกอ่านหน้าต่อไปเสียแล้ว อย่าเพิ่งท้อค่ะ! แต่ให้เราสรุปเนื้อหาสำคัญ แล้วปรับเนื้อหานั้นให้เป็นแบบที่เราชอบแทน อาจจะด้วยการเขียนเป็นมายแมปปิ้ง หรือวาดเป็นการ์ตูนแบบที่เราเข้าใจ หรือจะสรุปเป็นข้อความสั้น ๆ ด้วยปากกาสีที่เรารัก เพราะการอ่านอาจไม่ได้แปลว่าซิสต้องอ่านเอาจากหนังสือเรียนอย่างเดียว แต่อาจหมายถึงการได้อ่านในแบบที่เราชอบต่างหาก
อย่าคิดว่านิสัยเป็นสิ่งคงทนถาวรที่เราเปลี่ยนไม่ได้ ขอแค่เรามุ่งมั่นตั้งใจว่าจะเปลี่ยน แล้วลงมือทำไปให้สุดทาง BEAUTY HUNTER เชื่อว่าไม่มีอะไรที่ผู้หญิงอย่างเราทำไม่ได้ อย่าท้อนะคะ เป็นกำลังใจให้ซิสทุกคนค่ะ

