X

Tips&Tricks เตรียม “เสื้อกันหนาว” สำหรับสาวๆ ที่จะเตรียมพร้อมไปต่างแดน

Fashion 
Jan 03,2020
x GeminiAddict

“เสื้อกันหนาว”

ถึงลมหนาวในไทยจะพัดมาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับซิสคนไหนที่กำลังจะเดินทางไกล เพื่อไปสัมผัสความหนาวเย็นกับอุณหภูมิที่ชาตินี้อยู่ในไทยก็อาจจะไม่เจอ เราเลยจะมาแนะนำวิธีการเตรียมไอเทม “เสื้อกันหนาว” สำหรับไปต่างประเทศซึ่งนอกจากจะจัดเซ็ตใช้ป้องกันความหนาวได้แล้ว เราก็ต้องไม่ทิ้งความชิคๆ คลูๆ ให้ได้รู้กันไปเลยว่าหนาวนี้พี่มาฟาดนะจ๊ะ

โดยเสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาวในต่างแดน ก็ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยในการคิดคำนวณทั้งเรื่องของอุณหภูมิ ความหนาชนิดของเนื้อผ้าและจำนวนชิ้นของเสื้อผ้าที่ใช้การป้องกันความหนาวเย็น ซึ่งก่อนจะไปมิกซ์แอนด์แมทช์เรามาทำความรู้จากชนิดของผ้าในแบบต่างๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งทำจากวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างออกไปเพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้กันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งเราจะมีแนะนำผ้า 5 แบบ ที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาในฤดูหนาวนี้

เนื้อผ้าที่เหมาะกับหน้าหนาว

Heattech

ผ้าที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีแต่คงใส่ที่นี่ไม่ได้ เพราะไทยแลนด์แดนมหัศจรรย์ มีหน้าหนาว 3 วันนอกนั้นร้อนทั้งปี ผ้าที่กันหนาวให้ความอบอุ่นที่เรามักจะติดไปต่างแดนหรือเมืองหนาว หลายคนก็มักจะพุ่งตัวช้อปมาใส่กัน เนื่องจากมันมีเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถกักเก็บความร้อนของร่างกายเราได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายระดับ ตั้งแต่ Heattech ที่เหมาะกับสามารถความหนาวปานกลางสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน ในเมืองหนาวนะ ขั้นต่อมาจะเป็น Heattech Extra Warm ผ้าที่หนากว่าให้ความอบอุ่นได้มากกว่าเพราะมีเส้นใยหนาขึ้นถึง 1.5 เท่าทำให้กันความหนาวเย็นได้มากขึ้น และสุด Heattech Ultra Warm มีเส้นใยหนาถึง 2.25 เท่า ให้ความอบอุ่นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เหมาะที่จะใส่ในอากาศที่หนาวจัดและอีกหนึ่งอย่างที่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้ที่ผิวพรรณบอบบางมีการแพ้ผ้าที่ทำจากขนแกะ อีกทั้งมันเป็นผ้าที่มีความคงทนและดูแลง่าย

 

หนัง Leather and Faux Leather

เนื้อผ้าที่ใครใส่ก็สวยสุดไม่หยุดหย่อน ซึ่งก็ไม่ได้เหมาะแค่เป็นผ้าที่สำหรับฤดูหนาวหนาวในต่างแดนเท่านั้นนะคะ เพราะถ้าซิสอยากชิคก็เป็นไอเทมที่สามารถหยิบมาใส่ได้ในทุกฤดูกาล ด้วยเนื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ใส่แล้วคนต้องทักแน่นอน เหมาะกับเป็นชุดชั้นนอกเก๋ๆ เท่ๆ แบบสาวมั่น แถมยังทนทานถ้าดูแลถูกเวลามันก็จะอยู่กับซิสไปตลอดกาล แต่ถ้าเธอเป็นคนใจบุญสุนทานไม่อยากเบียดเบียนสัตว์โลกก็ไปหาหนังเทียมที่ก็อาจจะทำมาจากวัสดุสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ หรือ ผ้าอะคริลิค ให้ได้แต่งตัวชิคโดยไม่ต้องฆ่าชีวิตใคร

 

ผ้าจากขนแกะ Wool

อีกหนึ่งชนิดผ้าที่มีความดีงามเหมาะใส่เที่ยวหน้าหนาวในต่างแดนก็ต้องเป็นผ้าวูล เพราะให้ความอบอุ่นได้อย่างเหลือเชื่อ ถ้าพิจารณาดูแล้วผ้าแบบไหนที่ซิสควรเป็นชิ้นแรกๆ สำหรับอากาศหนาวก็คือนางค่ะ ซึ่งเป็นวัสดุทำจากธรรมชาติอย่างขนของน้องแกะที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมาแล้ว เนื้อผ้าเป็นฉนวนกันความร้อนได้เริ่ดเลอจนเธอต้องร้องว้าว!! มักนำไปใส่ในแอร์พ็อกเก็จของเสื้อกันหนาวประเภทโค้ทหรือกั๊กค่ะ

 

Fur and Faux Fur

มนุษย์อย่างเราๆ ใช้ขนเฟอร์เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายมานับพันปี แต่ไม่ใช่ที่ประเทศไทยเราอย่างแน่นนอน ซึ่งเฟอร์เป็นวัสดุที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายที่หาค่อนข้างง่าย ในอดีตกาลที่ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ ซึ่งตอนนี้มันเป็นไอเทมที่จะทำให้ลุคของซิสเรียบหรูดูมีราคาแถมดูอบอุ่นด้วยค่ะ ราคาก็จะจุกๆ หน่อย และดูแลยากซักนิดเหมาะกับซิสที่มีอันจะกินอยู่แล้ว แต่ถ้าซิสคนไหน ที่อยากสวยยั่วๆ แต่กลัวบาป เฟอร์เทียมคือทางออกค่ะ แถมนางถูกกว่าด้วยนะ

 

ผ้าฟลีส Fleece

สุดท้ายแต่ไม่ไม่ท้ายสุด ก็คือผ้าฟรีสที่ฤดูหนาวไหนก็ต้องมี เพราะทั้งอุ่นทั้งเบาและใส่สบาย เหมาะมากสำหรับใส่ชิวๆ ซึ่งก็มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์เป็นของถูกและดีที่มีอยู่จริง แต่ถึงจะดีเริ่ดเลอยังไงก็ต้องจำไว้ว่ามันไม่กันน้ำนะเธอ จะไปใส่ปีนเขาลุยหิมะเดินการสายฝนไม่ได้นะคะ แต่ใส่ไว้ด้านในแล้วมีวัสดุอื่นทับแบบนั้นถึงจะโอเค และเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการจัดกระเป๋าเราได้ดูกันดีกว่าคะ ว่าเราปรับเปลี่ยนพลิกแพลงอย่างไรได้มั่งตามอุณหภูมิที่แตกต่าง

 

เสื้อกันหนาว

ระดับความหนาว 15-20  องศาเซลเซียส

ความหนาวระดับสบายๆ แบบเที่ยวปายหรือม่อนแจ่มก็สามารถสัมผัสอุณหภูมิระดับนี้ได้ แต่ถ้าเสื้อหนาวสำหรับไปต่างแดนกับอุณหภูมิประมาณนี้ กิจกรรมที่ทำก็อาจเป็นการช้อปปิ้ง ดินเนอร์ เดินถ่ายรูปเว่อๆ ตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เนื้อผ้าไม่ต้องหนามากและจำนวนชั้นไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่ถ้าอยากเยอะก็เดินระวังๆ นะเธอ โดยไอเทมที่จะแนะนำให้ใช้อาจเป็นเสื้อด้านในอาจที่เป็น Heattech หรือเสื้อแขนยาว ทับด้วยเสื้อกันหนาวทรงทรง Sweater หรือ Cardigan เป็นเสื้อชั้นนอกที่ให้ความอบอุ่นอีกชั้นหนึ่ง หรือจะเป็นเสื้อกั๊กให้ดูขี้เล่นซุกซนก็ได้นะคะ แต่ก็อยากจะใส่เป็นแจ็คเก็ตดีไซน์ต่างๆ ที่ทำให้ตัวเองมั่นใจเราก็ไม่ว่ากันค่า ส่วนกางเกงก็อาจจะเกงขายาวธรรมดา ก็สามารถทำให้เราอบอุ่นพอแล้วค่าส่วนเนื้อผ้าก็จะเป็น Heattech, Fleece หรือ Leather

 

เสื้อกันหนาวพร้อมกันลม

ระดับความหนาว 10-15 องศาเซลเซียส

หนาวขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ยังเดินชิคๆ อยู่ได้ โดยความหนาวระดับนี้ถ้ามีลมมีฝนก็เวลาเดินกลางแจ้งก็อาจจะต้องมีชุดคลุมที่สามารถกันลมกันฝนให้เราได้ด้วยอย่าง (Windbreaker) และเมื่อมันหนาวขึ้นก็เพิ่มความเว่อร์ของชุดได้อีกด้วย พวกแจ็คเก็ตก็อาจจะมีทรง Pea, Shearling หรือ Trench ก็ยังพอได้อยู่นะคะ และอาจจะเพิ่มผ้าคอหรือถุงเท้าหนาๆ เอามาด้วยเพื่อช่วยให้เพิ่มความอบอุ่น เนื้อผ้าก็ยังเป็น Heattech, Fleece หรือ Leather ได้นะคะ ขอเสริมนิดนึงว่า Leather มันจะทำให้เราดูดีมากๆ มันไม่ได้เหมาะแค่กับฤดูหนาวเพียงอย่างเดียว สามารถนำมาแมทช์ได้ในหลายโอกาส

 

เลเอาท์เสื้อกันหนาว

ระดับความหนาว 5-10 องศาเซลเซียส

เริ่มเข้าใกล้จุดความหนาวแบบจุกๆ เข้าไปอีกแล้วนะคะ อุณหภูมิระดับนี้อาจจะต้องเพิ่มจำนวนชั้นของเสื้อกันซักนิด ซึ่งเราก็จะแบ่งเป็น 3 ชั้น เพื่อให้ทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ คือ 1. Base Layer, 2. Mid Layer และ  3. Outer Layer โดยเริ่มที่ชั้น

Base Layer อาจจะต้องใช้ Heattech หรือ ผ้าที่มีความหนาซักนิดนึงนะคะ ส่วนชั้นถัดมาก็คือ

Mid Layer ที่อาจจะเป็นเสื้อกันหนาวต่างๆ หรือ แจ็คเก็ตหนาๆ โดยแบบ Polar Fleece ก็ดีนะคะ เพราะว่ามันจะมีขนนุ่มๆ ทำให้เราอบอุ่น ส่วนชั้นสุดท้าย

Outer Layer ซึ่งชั้นนี้จะใช้ป้องกันความหนาวเย็นอีกชั้น โดนอาจจะเป็นชุดคลุมแบบ Trench หรือ Over Close ตัวใหญ่ๆ ค่ะ และอาจจะเพิ่มลูกเล่นให้ดูแฟชั่นขึ้นด้วยขนเฟอร์ต่างๆ อย่าลืมเตรียมถุงมือหรือรองเท้าบู้ทหนังสัตว์ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นด้วยนะคะ ในเรื่องของเนื้อผ้าก็สามารถใช้เป็น Heattech, Fleece, Leather ที่มีการบุด้วย Fur ค่ะ

 

เสื้อกันหนาวแบบ Parka

ระดับความหนาว 0-5 องศาเซลเซียส

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดที่อุณหภูมิทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งได้แล้วว ชุดกันหนาวก็ต้องจัดหนักจัดเต็มทั้ง 3 Layers จุกๆ เริ่มตั้งแต่ลองจอนชั้นใน ไปจนถึงโค้ทตัวใหญ่ด้านนอก โดยความหนาวระดับนี้กิจกรรมก็อาจเป็นไปเล่นสกีบนภูเขา ซึ่งก็จะเจอลมหนาวที่ทำให้ขาสั่นได้ ทำให้เสื้อผ้าที่เราเลือกใส่ก็ต้องมีความหนาเป็นพิเศษ อาจใช้เสื้อที่มีส่วนผสมของ Wool ที่เยอะหน่อย ซักเวลาที่ซิสจะซื้อมันก็จะมีเขียนไว้ว่ามี Wool กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยิ่งถ้ามีเปอร์เซ็นต์ของ Wool เยอะ มันก็จะยิ่งอุ่นแต่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผ้าด้วยว่าหนาแค่ไหน ถ้าอากาศจะหนาวจุกขนาดนี้ก็จัด 100% ไปเลยค่ะ และอย่าลืมปิดส่วนต่างๆ บนร่างกายให้มิดชิด ไม่ว่าจะเป็นหูก็ควรที่จะมี Mug Ears และหมวกคลุมพวก Hoodie เพื่อให้ความอบอุ่น ซึ่งถ้าต้องไปทำกิจกรรมที่ต้องไปเล่นสกีหรือขึ้นเขาก็ควรจะมี Parka Clothe ใส่เป็นชั้นนอกเพราะสามารถกันลมได้แถมยังมีฮู้ดที่ช่วยป้องกันความหนาวเย็นให้กับเราได้ด้วย

 

ระดับความหนาว -10 ถึง 0 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิขนาดนี้ก็ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้ดีๆ หน่อยนะซิส เพราะติดลบแบบนี้ใส่ไม่ดีมีถึงตายนะคะแม่ โดยเราก็ใส่ไปให้ครบทั้ง 3 Layers ด้วยสภาพอากาศที่หนาวขนาดจึงอาจจะมีหิมะหรือฝนตกด้วย และยิ่งถ้าไปปีนเขาหรือแคมป์กลางแจ้งด้วยแล้วซิสจะต้องมี Outer Layer ที่สามารถจะป้องกันลมฝนดีๆ เพราะถ้าข้างในเปียกจะยิ่งทำให้เราแย่ไปกันใหญ่ และควรจะมีเสื้อกันหนาวที่สามารถให้ความอบอุ่นได้เพียงพออย่างเช่น Down Clothe ต่างๆ ซึ่งน้องจะเรียกในส่วนนี้ว่า Fill power  โดยเราจะเห็นตัวเลขที่ชุดคือ 80/20 เอย 90/10 ซึ่งตัวแรกคือปริมาณเปอร์เซ็นต์ของขนเป็ดหรือขนห่านชั้นใน (Down) ที่บรรจุอยู่ชั้นในของเสื้อ ส่วนตัวที่สองคือปริมาณของขน Feather หรือก็คือขนชั้นนอก ยิ่งเลขตัวแรกมากเท่าไหนก็จะบอกถึงความอุ่นที่นางสามารถมอบให้กับเรา แต่มันก็มีตัวแปรเรื่องน้ำหนักด้วยนะคะอย่างลืมนะจ๊ะ

 

ก็จบลงไปแบบยั่วๆ ไม่กลัวหนาว เพราะเราดูแล้วว่าทริปนี้จะเตรียมตัวไปต่างแดนอย่างไร ลองเอาไปพิจารณาในการตัดสินใจดูนะคะ ว่าประเทศที่เธอกำลังจะไปต้องการเสื้อหนาแค่ไหนถึงจะกันความหนาวเย็นอยู่ เตรียมตัวมิกซ์แอนด์แมชกันให้ดีเพราะไปต่างประเทศทั้งทีต้องมีรูปดีๆ ไว้ลงไอจีจริงไหมคะซิส และขอให้ทุกซิสมีความสุขและปลอดภัยตลอดการเดินนะคะ วันนี้ก็ขอลาไปก่อน Ciao..!!

 

Credit

winter-living-advisor

Types of Jackets

Best fabrics for winter

the northface thailand

 

Advertisement
GeminiAddict
Advertisement

Advertisement