“กลิ่นอับ”
เห่นโหล่ว∼ หน้าฝน ฤดูที่ต้องทนกับกลิ่นอับ!
โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ยยยยย! เข้าสู้หน้าฝนทีไรต้องมีปัญหาทุกที นอกจากความเฉอะแฉะ เปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำ สิ่งที่ตามมาติดๆ คือ “กลิ่นอับ” กลิ่นชื้น จากการที่เสื้อผ้าเปียกฝนหรือตากผ้าไว้แล้วผ้าไม่แห้ง ไม่โดดแดด ทำให้ได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ตามมา หยี๊∼ แค่นึกภาพตามก็สยิวกิ้วกลิ่นขึ้นตา ขึ้นจมูกแล้วค่ะซิส ไม่เอาค่ะ! เกิดเป็นชะนีจะมามีกลิ่นแบบนี้ติดตัวไม่ได้หรือแม้แต่ผู้ชายจริงๆ ก็ไม่ควรมี แต่เอาจริงๆ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรมีกลิ่นอับติดตัวทั้งนั้นแหละค่ะ ไม่สงสารตัวเองก็สงสารคนรอบข้างบ้างก็ดีนะคะซิส ถือว่าขอร้อง พลีสสสส (-/\-)”

ตามมาค่ะซิส! วันนี้ BEAUTY HUNTER จะมาเผยเคล็ดลับดีๆ แก้กลิ่นอับ หลีกหนีกลิ่นชื้น คืนกลิ่นหอมสดชื่นสู่ตัวเราและคนรอบข้าง
หน้าฝนกับกลิ่นอับเหมือนของคู่กันมีเธอต้องมีฉันอะไรประมาณนั้นเลยค่ะซิส แต่ถ้าจะให้ดีอย่ามีจะดีกว่าถึงแม้ว่าตัวเราเองจะรับกับกลิ่นนี้ได้แต่อย่าลืมว่าเราต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น อยู่กับคนหมู่มาก ไม่ว่าจะขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ข้ามเรือ เดินช้อปปิ้ง ล้วนแล้วแต่ต้องพบปะผู้คนเยอะแยะทั้งนั้น อย่าให้ใครมาแซวว่าเราใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่ ชื่อว่า “กลิ่นอับ” ว๊าย! ไม่เอาค่ะ มาดูเคล็ดลับดีๆ ที่น้องเอามาฝากกันดีกว่าค่ะซิส GO!
.

.
1. ตากผ้าให้มีระยะห่างและในที่อากาศถ่ายเทสะดวก
ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ แดดในหน้าฝนนั้นมีค่ายิ่งกว่าทอง 555555 ขนาดนั้นเลยหรอคะซิส? ไหนๆ แดดก็ออกแล้ว รีบไปหอบผ้า หอบผ่อนมาตากกันสิคะ รออะไรล่ะ แต่ข้อควรรู้และควรทำคือ การตากผ้าควรตากให้ผ้ามีระยะห่างกันไม่ควรตากแบบติดๆ กัน รู้ค่ะว่าผ้ามันเยอะ กว่าแดดจะออกก็ดองเอาไว้หลายตะกร้าพอซักออกมาที่ตากไม่พอก็เบียดๆ ยัดๆ สรุป ได้ของแถมเป็นกลิ่นอับกลับมาแน่นอน ดังนั้นควรตากผ้าให้มีระยะห่าง ให้มีช่องว่างได้ระบายอากาศบ้าง และควรตากผ้าในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่เอามาตากในห้องนอน ห้องน้ำ เพราะกลัวว่าฝนตกแล้วเสื้อผ้าจะเปียก อันนี้นอกจากผ้าจะไม่แห้งแล้ว กลิ่บอับก็จะเข้ามาทักทายด้วยค่ะซิส
2. ตากผ้าในที่แดดส่องถึง
นอกจากที่จะต้องตากผ้าให้มีระยะห่าง ตากผ้าในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยกำจัดกลิ่นอับออกไปจากเสื้อผ้าได้ก็คือ การตากผ้าในที่แดดส่องถึงค่ะ เพราะความร้อนจากแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรค กำจัดแบคทีเรียออกไป แถมยังให้กลิ่นที่สดชื่น สดใสจากแสงแดด กลิ่นแดดอุ่นๆ นี่มันดีจริงๆ คะซิส ดังนั้นถ้าแดดออกต้องรีบเอาผ้าออกมาผึ่ง เชื่อน้อง! กลิ่นอับหายแน่นอนค่ะซิสสสส
3. น้ำหอม คือฮีโร่
นอกจากวิธีการตากผ้าต่างๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ที่จะมาช่วยมอบกลิ่นหอมให้กับร่างกาย เสื้อผ้า ของทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ก็คือน้ำหอมหรือสเปรย์ นั่นเองค่ะ ฉีด ฉีด ฉีด เข้าไปเอาให้อยู่ ล็อคกลิ่นให้แน่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเสื้อผ้าก็ต้องไม่มีกลิ่นอับด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าน้ำหอมจะช่วยทำให้เสื้อผ้าหอม แต่ไม่ได้ช่วยยับยั้งกลิ่นอับเด้อ อย่าเข้าใจผิด! พอ 2 กลิ่นมาผสมกัน แหวะ! อ้วกจะแตก น้ำหอมของฉันขวดละตั้งหลายพัน พอกลิ่นมาผสมกันไม่เหลือแล้วความหอม ความแพง
4. แยกผ้าเปียกออกจากผ้าแห้ง
หน้าฝนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเปียกฝนนอกซะจากเตรียมตัวมาดีพกร่มหรือมีคนมารับ ขับรถมา ฯลฯ อันนั้นก็อีกเรื่องนึงค่ะ แหม! ลำไยซะจริงพวกชีวิตดี อิอิ แต่สำหรับคนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเองเดินตากฝน วิ่งตากฝนวนไปค่ะ กลับถึงบ้านมาสิ่งที่ควรทำเลยคืออาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้าไม่อยากให้หวัดถามหาเอานะคะ สิ่งต่อมาคือ แยกผ้าที่เปียกออกจากผ้าแห้ง เพราะว่าไม่อย่างนั้น ผ้าทั้งตะกร้าจะกลายเป็นผ้าที่เหม็นอับไปโดยปริยาย ดังนั้นเอาเสื้อผ้าที่เปียกไปซักหรือถ้าไม่มีเวลาก็ควรผึ่งให้แห้งแล้วค่อยเอามาซักพร้อมกัน เพียงแค่นี้ก็ป้องกันกลิ่นอับแพร่กระจายได้แล้วค่ะซิส
5. เบคกิ้งโซดาช่วยได้
อ่ะ! สิ่งของใกล้ตัวในครัวก็มี งงล่ะสิว่าเบคกิ้งโซดาจะมาช่วยป้องกันกลิ่นอับของเสื้อผ้าได้ยังไง? ขอบอกเลยค่ะว่ามันเป็นทริคเด็ด เคล็ดลับดีๆ โดยการนำเบคกิ้งโซดามาผสมกับผงซักฟอกในขณะที่กำลังซักผ้า โดยให้ใส่เบคกิ้งโซดาลงไปในปริมาณ 2-4 ช้อนชา หลังจากนั้นให้แช่ทิ้งไว้จะแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้หรือว่าจะทิ้งไว้สักพักแล้วมาซักก็โอเคเหมือนกัน ที่ต้องแช่ทิ้งไว้เพราะว่า ต้องให้เวลาเบคกิ้งโซดาชำระล้างกลิ่นอับของเสื้อผ้าออกไปนั่นเองค่ะ หลังจากนั้นก็ซักตามปกติ แหม! ได้ผลชะงักนักแล
6. เลือกผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ช่วยเรื่องกลิ่นอับ
นี่มันก็ปี 2017 แล้วนะคะซิส วิวัฒนาการ การผลิตเค้ามาไกลขนาดไหนแล้วตามให้ทันบ้าง เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เค้าก็มีสูตรที่ช่วยกำจัดกลิ่นอับ สูตรที่ซักแล้วตากโดยไม่ต้องง้อแดดได้ เพียงแค่เลือกให้ถูกสูตร เสื้อผ้าก็ไม่เหม็นอับแล้วค่ะซิส
7. ซักผ้าด้วยน้ำร้อน
เพราะว่าน้ำร้อนจะช่วยกำจัดและฆ่าเชื้อโรคที่เป็นบ่อเกิดของกลิ่นอับได้นั่นเองค่ะ สำหรับบ้านใครที่มีเครื่องซักผ้าที่มีระบบปรับอุณหภูมิน้ำได้ก็สบายเลยค่ะซิส กดๆ จิ้มๆ ได้ผ้าสะอาด กลิ่นอับหายเรียบ แต่ถ้าบ้านใครไม่มีระบบนี้ก็ให้ต้มน้ำแล้วแช่ผ้าที่เหม็นอับ ผ้าที่เปียกฝนไว้ในน้ำร้อนสักพักก่อน หลังจากนั้นค่อยนำมาซักตามปกติ ง่ายๆ เลิศๆ แม่บ้านแม่เรือนเว่อร์ 55555555
.
วิธีเลิศขนาดนี้อย่าลืมเอาไปลองกันนะคะซิส! เพราะน้องเชื่อเลยว่าในหน้าฝนนี้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหานี้อย่างแน่นอน กันไว้ดีกว่าแก้ แต่ถ้ามันแย่จนแก้ไม่ทันลองเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูค่ะ แล้วจะอึ้งในความมหัศจรรย์เพราะว่ามันช่วยได้จริง #บอกลากลิ่นอับ


