.
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่บอกว่า “คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยแค่ปีละ 8 บรรทัด” ที่เฝ้าหลอกหลอนเราอยู่เสมอว่า “คนไทย เป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ” แต่ถ้าได้ลองตรวจสอบแล้วละก็คุณจะไม่พบที่มาของประโยคนี้ที่สามารถอ้างอิงเป็นทางการได้เลย รวมไปถึงตามความเป็นจริงมันดูจะเป็นไปได้ยากทีเดียวเชียว (แค่อ่านเมนูอาหารในร้านอาหารตามสั่งปีๆหนึ่งก็เกินแล้วค่ะ ) และล่าสุดผลวิจัย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เผยว่าคนไทยใช้เวลาในการอ่าน “เฉลี่ย 66 นาที/วัน” ซึ่งถ้าลองคาดคะเนดูแล้ว ยังไงก็เกิน 8 บรรทัดแน่นอน ! ฉะนั้นอย่าให้ความเชื่อเดิมๆ มาเป็นสิ่งปิดกั้นตัวเองและคนรอบข้าง เริ่มง่ายๆจากการสร้างนิสัยรักการอ่านให้มากกว่าเดิม กับ 5 วิธีดีๆเหล่านี้ที่จะช่วยทำให้คุณอ่านหนังสือมากขึ้น !
.
1.หนังสือต้องอยู่ใกล้ตัว

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้อ่านหนังสือมากขึ้น คือ พกหนังสือไว้อย่างน้อย 1 เล่มติดตัว หรือ จัดวางไว้ในที่ที่มองเห็นง่าย สะดวกที่จะหยิบขึ้นมาอ่านได้เรื่อยๆ จากนั้นลองเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง จากเดิมพอว่างเมื่อไหร่ เป็นต้องคว้ารีโมททีวี หรือ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่อยู่ติดตัวตลอดขึ้นมาเล่น ก็ให้เปลี่ยนเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านแทนดูบ้างสิ รับรองเวิร์คชัวร์
.
2.เลือกที่ชอบหรืออ่านตามคนที่ใช่

ที่ใครหลายคนอาจจะไม่ชอบอ่านหนังสือ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคุณยังไม่เคยเจอ “หนังสือที่ใช่” หนังสือส่วนใหญ่ที่คุณอ่าน คุณอาจจะต้องอ่านเพราะเป็น “หน้าที่” เช่นหนังสือเรียน เป็นต้น มันเลยเป็นความรู้สึกฝังอยู่ลึกๆว่าการอ่านหนังสือ = ไม่มีความสุข ปัญหานี้จะหมดไปแค่คุณลองเปิดใจ ปล่อยตัวเองให้อยู่ในร้านหนังสือสัก 1 วัน เพื่อหาหนังสือที่คุณอยากอ่านมันจริงๆ หรือ จะอาศัยคำแนะนำจากคนรอบข้าง ไปจนถึงเลือกอ่านหนังสือตามไอดอล หรือ ศิลปินที่คุณชื่นชอบก็เป็นไอเดียที่ดี เหมือนกับปรากฏการณ์ #จินยองอ่าน ที่กลุ่มวัยรุ่นพากันอ่านหนังสือตาม “จินยอง” วง GOT7 จน hashtag นี้ติดเทรนด์ Twitter เลยล่ะ
.
3.ทำให้เป็นนิสัย

บางครั้งสิ่งต่างๆมันก็ไม่สามารถสร้างกันได้ภายในวันเดียว “นิสัยรักการอ่าน” ก็เช่นกัน คุณจำเป็นต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 10-15 นาที จนเกิดเป็นนิสัยติดตัว เป็นธรรมดาที่ช่วงแรกๆมันอาจจะดูลำบาก ฝืนใจอยู่นิดๆ เพราะสมัยนี้มีสิ่งต่างๆที่ยั่วยวนใจมากกว่าการอ่านหนังสือที่มีเพียงแค่กระดาษและหมึกพิมพ์ จะไปสู้อะไรกับสื่ออื่นๆที่มีทั้งภาพและเสียงตื่นตาตื่นใจอย่างซีรีส์เกาหลีเอย โซเชี่ยลมีเดียเอย แต่ถ้าคุณผ่านจุดนี้ไปด้วย คุณจะพบถึงเสน่ห์ที่แท้จริงของหนังสือ รวมถึงสาระความรู้ และประโยชน์มากมายที่หาจากที่ไหนไม่ได้ นอกซะจากคุณจะเริ่มลงมืออ่านด้วยตัวคุณเอง !
.
4.เปลี่ยนแพลตฟอร์ม

ในเมื่อเทคโนโลยีต่างๆไม่เคยหยุดนิ่ง “การอ่านหนังสือ” ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้หากคุณคิดจะอ่านหนังสือให้มากขึ้นก็อาจไม่จำเป็นที่จะต้องพกหนังสือเป็นเล่มๆอีกต่อไป ลองเปลี่ยนไปอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Book ดูบ้างก็ได้ นอกจากจะมีให้เลือกซื้อมากขึ้นแล้ว ราคายังถูกกว่าด้วยในบางครั้ง เนื่องจากผู้ผลิตไม่ต้องใช้เงินทุนในการพิมพ์มากนักเมื่อเทียบกับหนังสือแบบเล่ม ไปจนถึงแบบที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย และคุณยังสามารถอ่านได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคุณอีกด้วย
.
5.อ่านแล้วทำได้จริง

ข้อแนะนำสุดท้าย คือให้คุณเลือกอ่านหนังสือที่อ่านแล้วทำได้จริง หรือเห็นผลลัพธ์ชัดเจน เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเกิดประโยชน์กับตัวคุณจริงๆ และทำให้อยากอ่านหนังสือต่อไปอีกเรื่อยๆ เช่น หนังสือประเภทพัฒนาตัวเองที่มีแนวทางปฏิบัติชัดเจนวัดผลได้ มีเทคนิคหรือกิจกรรมให้ทำตามได้ง่ายๆ ไปจนถึงหนังสือ How-To ต่างๆ เช่น หนังสือเกี่ยวกับเทคนิคการจัดบ้าน การทำอาหาร หรือ หนังสือที่ย่อยเรื่องยากๆเป็นเรื่องง่าย เช่น หนังสือสอนการเล่นหุ้น การสร้างรายได้พิเศษ เป็นต้น
.

