“การถ่ายภาพ”
เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 สะพายกล้องไว้ที่พระศอ หรือ พกติดตัวไปด้วยทุกที่ พระองค์ทรงโปรดปราน “การถ่ายภาพ” เป็นอย่างมาก ซึ่งภาพของพระองค์มิได้ทรงเพื่อศิลปะอย่างเดียว แต่ยังมีคุณค่าทางวิชาการด้วย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองและนำความสุขมาสู่ปวงชนชาวไทยทุกคน

#การถ่ายภาพ ถือเป็นแขนงทางศิลปะอย่างหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้ความสนพระหฤทัยมา ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงเริ่มศึกษาและฝึกฝนด้วยพระองค์เองจนทรงเป็นนักถ่ายรูปผู้มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ทั้งกล้องธรรมดาและกล้องถ่ายภาพยนตร์
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงมีพระราชดำรัสถึงข้อดีของการถ่ายภาพว่า…
“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าได้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคมให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง”

.
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเริ่มถ่ายภาพเมื่อมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษาเท่านั้น โดยสมเด็จพระราชชนนีทรงได้ซื้อกล้องถ่ายรูป Coronet Midget พระราชทานให้ พระองค์ทรงศึกษาวิธีการถ่ายภาพด้วยพระองค์เอง และถามจากผู้รู้ ผู้ชำนาญ ซึ่งในสมัยนั้นอุปกรณ์การถ่ายภาพ หรือกล้องต่างๆ ยังไม่มีความทันสมัยเท่าปัจจุบัน เป็นกล้องฟิล์มที่ต้องอาศัยการปรับรูรับแสงและการตั้งค่าความไวชัตเตอร์ นับว่าเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้เริ่มถ่ายภาพ แต่พระองค์ก็ทรงใช้พระวิจารณญาณอย่างละเอียดรอบคอบ และพระปรีชาสามารถส่วนพระองค์จนสามารถใช้กล้องได้อย่างชำนาญ
.

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙
.
แม้ว่าปัจจุบันวิวัฒนาการกล้องถ่ายภาพจะพัฒนาขึ้นกว่าสมัยก่อนพระองค์ก็มิทรงใช้ แต่ยังทรงใช้กล้องคู่พระหัตถ์ตัวเดิมไม่ว่าจะเสด็จที่ไหนก็ตาม อีกทั้งพระองค์ทรงมีกล้องถ่ายภาพอีกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ อ่าทิเช่น กล้องที่ผลิตในเยอรมัน รัสเซีย และญี่ปุ่น
.

.
และอย่างที่ทราบกันดีว่า พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพอย่างมาก ทั้งทรงสะสมตำราเกี่ยวกับการถ่ายภาพไว้เป็นจำนวนมาก และ พระองค์ทรงศึกษาจากตำราเหล่านั้น รวมถึงทรงคิดหาเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในการถ่ายภาพอยู่เสมอ เช่น พระองค์ทรงเคยใช้แว่นกรองแสงนี้ทดลองฉายพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทำให้สีของสิ่งต่างๆ ในภาพ ไม่ว่าจะเป็นชุดฉลองพระองค์ พระเก้าอี้ พระวิสูตร และพรม เป็นสีสอดคล้องสัมพันธ์เข้าเป็นสีชุดเดียวกัน ซึ่งในตอนที่พระองค์ทรงประดิษฐ์แว่นกรองพิเศษนี้ ยังไม่มีบริษัทใดผลิตแว่นกรองแสงเพื่อใช้ในการถ่ายภาพมาก่อน
.

.
นอกจากนี้การถ่ายภาพแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังทรงเชี่ยวชาญกระบวนการในห้องมืด ทั้งการล้างฟิล์ม การอัดขยายภาพทั้งขาวดำและสี พระองค์ทรงจัดทำห้องมืดที่บริเวณชั้นล่างของตึกที่ทำการสถานีวิทยุ อ.ส. สำหรับล้างฟิล์มและขยายภาพสี โดยใช้เครื่องล้างและเครื่องขยายภาพสีอัตโนมัติแบบที่ใช้ในห้องปฏิบัติการมาตรฐานทั่วไป ทรงศึกษาการควบคุมเครื่องล้างและขยายภาพสีอัตโนมัติ จนสามารถอัดขยายภาพสีและแก้สีภาพต่างๆ ด้วยพระองค์เอง
.

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙
.
อีกทั้งพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งส่วนช่างภาพส่วนพระองค์ขึ้นในสำนักพระราชวัง เพื่อทำหน้าที่บันทึกภาพล้างอัดขยายภาพ อนุรักษ์ภาพ และให้บริการภาพแก่ผู้ที่มาติดต่อขอไปใช้ประโยชน์ต่างๆ
.

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙
.
ซึ่งภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มิได้ทรงถ่ายภาพเพื่อศิลปะอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทรงมีคุณค่าทั้งทางศิลปะและวิชาการ สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศชาติและนำความร่มเย็นมาสู่ปวงชนชาวไทยทุกคน
.
และที่ประชาชนทั่วไปมีโอกาสชื่นชมพระปรีชาสามารถในด้านการถ่ายภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวาระโอกาสต่าง ๆ นั้น เนื่องจากพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ส่วนหนึ่งไปจัดแสดงนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง…
แหล่งข้อมูล:
Photo credit :
เรียบเรียงโดย :
BEAUTY HUNTER

