X

7 สิ่งที่ทำให้ “New Year Resolution” ของคุณล้มเหลว

Recommend 
Jan 05,2017
x W.

 365 วันผ่านไป ไวเหมือนโกหก เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 1 ปีที่ผ่านมาคะ ? เชื่อว่าคงต้องมีทั้งเรื่องดีๆ และความเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อยเกิดขึ้นในชีวิตของคุณทุกคน รวมถึงอีกหลายๆอย่างรอบตัวเลยใช่มั้ยล่ะ และสำหรับปีที่ผ่านมาถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เคยตั้ง “New Year Resolution” หรือ “ปณิธานปีใหม่” เอาไว้ ไหนลองมาทบทวนกันหน่อยดีกว่า ว่าคุณทำมันสำเร็จไปกี่ข้อ ?

.

.

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ไม่สำเร็จเลยสักข้อ” ก็ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ เพราะตามสถิติแล้วคนส่วนใหญ่เกินกว่าครึ่งที่ตั้ง New Year Resolution เอาไว้ตอนต้นปี ก็ทำมันไม่สำเร็จตามเป้าหมายเช่นเดียวกับคุณ ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่าคนกว่า 75% ทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น และหลังจากนั้นพวกเค้าก็จะเลิกล้มมันไปภายในเวลาเพียงไม่เกิน 3 สัปดาห์ โดยเฉลี่ยแล้ววันที่คนจะยอมแพ้กับเป้าหมายของวันปีใหม่มากที่สุด คือวันที่ 17 มกราคม !! จนฝรั่งเค้าเรียกวันนี้กันว่า “Ditch New Year Resolution” หรือ “วันเลิกล้มปณิธานปีใหม่”

.

อะไรกันทำไมถึงยอมแพ้กันเร็วปานนั้น ? ไม่อยากจะเชื่อเลยใช่มั้ยล่ะ… มันคือเรื่องจริงค่ะ แล้วอะไรกันที่ทำให้เป็นแบบนี้ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ “New Year Resolution” ของคุณล้มเหลว พร้อมหาวิธีจัดการไปพร้อมๆกันนะคะ ไปเริ่มกันเลยดีกว่า : )

.


.

1.เป้าหมายไม่ชัดเจน

.

.

New Year Resolution ที่ดี จำเป็นต้อง “ชัดเจน” และ “จับต้อง” ได้ค่ะ สาเหตุที่ปณิธานแห่งปีใหม่ของหลายๆคนล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นเดือนแรกของปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป้าหมายของคุณเองนั่นแหละที่ “ยังไม่เคลียร์” เช่น ถ้าคุณบอกว่าปีนี้ฉันจะผอมหุ่นเป๊ะ นั่นหมายถึงลดกี่กิโลคะ ? หรือ ปีนี้ฉันจะเก็บเงิน หมายถึงเก็บให้ได้เท่าไหร่และเพื่อเป้าหมายอะไรล่ะ ? ใช่ค่ะ คุณควรคุยกับตัวเองและระบุเป้าให้ชัดเจนครบถ้วน ซึ่งแนะนำว่าให้ระบุเป็นตัวเลขที่วัดผลได้ไปเลยจะดีกว่า เช่น จะลดน้ำหนักให้ได้อย่างน้อย 5 กิโล หรือ จะเก็บเงินให้ได้อย่างน้อย xxx บาท เพื่อไปเที่ยวยุโรปตอนสิ้นปี เป็นต้น

.


.

2.ไม่เขียนเป้าหมาย

.

.

ข้อนี้เค้าวิจัยกันออกมาแล้วว่า การตั้งเป้าหมายโดยไม่ได้ “เขียน” เอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีแนวโน้มจะล้มเหลวมากกว่าการเขียนเป้าหมายออกมาเป็นรูปธรรม จะเป็นในไดอารี่ บนกระดาษโน้ต ใน blog ส่วนตัว ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หรือในโทรศัพท์มือถือก็ตามเถอะ เขียนไปเลยค่ะ เขียนให้ชัดเจนด้วยนะ ส่วนหนึ่งมันจะช่วยย้ำเตือนให้เราเห็นความสำคัญของเป้าหมายอยู่เสมอ จงเขียนเอาไว้ในที่ที่สังเกตเห็นได้บ่อยๆ และอ่านทบทวนเป้าหมายของคุณเป็นประจำค่ะ เชื่อสิว่ามันเวิร์คกว่าการตั้งเป้าหมายลอยๆในหัวของคุณเองแน่นอน หยิบกระดาษปากกา และลองทำดูเลยนะ

.


.

3.เป้าหมายเยอะเกินไป

.

.

เอาจริงๆเลยนะเป้าหมายแค่ข้อเดียวก็ทำให้สำเร็จได้ไม่ง่ายแล้ว นี่บางคนเล่นตั้งเป้าหมายทีเป็นสิบๆข้อ หื้มๆๆๆ ดูรู้เลยนะคะว่าผลลัพธ์ตอนปลายปีที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ? เอาอย่างนี้ดีมั้ยล่ะ แทนที่จะตั้งเป้าไว้หลายๆเรื่อง ลองเลือกเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ แล้วโฟกัส ทุ่มเทความตั้งใจไปที่เป้าหมายนั้นให้สำเร็จเสียก่อน จากนั้นค่อยทำตามเป้าหมายอื่นๆไปทีละข้อ ถ้าทำแบบนี้พูดเลยว่าโอกาสสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ ดีกว่าการหว่านเป้าหมายมากจนเกินไป จนไม่รู้จะเริ่มโฟกัสที่ข้อไหนก่อน สุดท้ายก็เทมันไปซะหมดทุกข้อซะอย่างงั้น

.


.

4.เป้าหมายใหญ่เกินไป

.

 .

ฝันให้ไกล แล้วต้องไปให้ถึงด้วยนะคะ การตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ไว้ก่อนเป็นเรื่องที่ไม่ผิดค่ะ แต่บางทีเป้าหมายที่ใหญ่เกินไป มันก็ต้องอาศัยความอดทนและความพยายามมากขึ้นตามไปด้วย จนบางครั้งมันเกิดเป็นความกดดันและความเบื่อหน่าย จนเผลอถอดใจไประหว่างทาง เอิ่มๆ เอาแบบนี้ดีมั้ยล่ะ คุณตั้งเป้าหมายให้ใหญ่แบบเดิมได้ค่ะ แต่ในเป้าหมายนั้นๆ ให้คุณซอยเป้าหมายออกมาเป็นเป้าหมายเล็กๆออกมาอีก แบ่งเป็นมิชชั่นเล็กๆน้อย ค่อยๆเคลียร์ไปทีละด่าน แบบนี้จะช่วยทำให้รู้สึกสนุก ตื่นเต้นท้าทาย และสามารถทำให้สำเร็จได้ไม่ยากจนเกินไป อยากจะทำต่อไปให้สำเร็จเรื่อยๆ จนถึงด่านสุดท้ายซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดนั่นเอง เช่น ถ้าปีนี้ตั้งใจว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ 12 กิโล ก็ให้คิดเป็นจะลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโลทุกเดือน หรือ ปีนี้ตั้งใจจะเก็บเงินให้ได้ 1 แสน ก็ให้แบ่งเป็นครึ่งปี 50,000 อีกครึ่งปีอีก 50,000 แบบนี้เป็นต้นค่ะ

.


.

4.ไม่กำหนดเวลา

.

.

การตั้งเป้าหมายโดยไม่มีขอบเขตของระยะเวลามากำหนดไว้ จะทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายที่เลื่อนลอย และไม่จริงจัง หรือบางทีเป็นเป้าหมายเล็กๆทำได้ไม่ยาก แต่คุณดันกำหนดระยะเวลาไว้ยาวนานจนเกินไป ก็ทำให้ขาดความกระตือรือร้นที่จะทำให้มันให้สำเร็จ เพราะคิดว่าเรื่องแค่นี้ จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ถูกมั้ยล่ะ ? ทั้งนี้ไม่ว่าเป้าหมายจะเล็กหรือใหญ่ คุณควรโฟกัสทำมันให้ได้ติดต่อกัน 21 วันขึ้นไป เนื่องจากทางจิตวิทยาเค้าบอกกันว่ามันจะช่วยสร้างการเชื่อมต่อของเส้นประสาทในสมอง ทำให้เกิดเป็นการสร้างนิสัยใหม่ได้ค่ะ อย่างการตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะเข้านอนเร็วขึ้นเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ถ้าคุณลองตั้งใจทำแบบนี้ไปเรื่อยๆให้ได้สัก 21 วัน ต่อไปหลังจากนี้ร่างกายก็จะสามารถปรับตัวและทำได้เองอัตโนมัติค่ะ ไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์ดูสิ

.


.

5.ขาดการวางแผน

.

.

เป้าหมายที่ขาดการวางแผน ก็ยากที่จะสำเร็จนะคะ ถึงจะมีเป้าหมายและระยะเวลาที่ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ว่าจะทำมันอย่างไรให้สำเร็จ ก็เป็นอีกพ้อยท์ที่ทำให้ New Year Resolution ล้มเหลว หรือเกิดการผลัดวันประกันพรุ่ง ประเภทว่าเดี๋ยวค่อยทำละกัน ไม่มีเวลา ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือข้ออ้าง ที่เกิดจากการที่คุณไม่จะเริ่มต้นทำอย่างไรมากกว่า วิธีแก้ไขก็คือให้คุณ List เป็นหัวข้อออกมาเลยค่ะ ว่าแนวทางที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จต้องทำอะไรบ้าง และจัดสรรเวลา วางแผนตารางที่ต้องทำให้รอบคอบ และวัดผลได้ ตัวอย่างเช่น ตั้งใจจะลดน้ำหนักให้ได้ 12 กิโลภายในปีนี้ สิ่งที่คุณต้องทำก็มีอะไรบ้างล่ะ ? ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร หรือถ้าจะเก็บเงินเหรอ ? ทำวิธีไหนได้บ้างนะ เก็บแบงค์ 50 ดีมั้ย ฝากประจำดีมั้ย หรือหารายได้พิเศษ ? ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆเลย แบบนี้จะทำให้เห็นภาพมากขึ้นและทำให้สำเร็จได้แบบหมูๆ

.


.

6.ขาดแรงจูงใจ

.

หัวใจสำคัญทางจิตวิทยา สำหรับการจะทำสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วง “แรงจูงใจ” เป็นสิ่งสำคัญค่ะ เป้าหมายที่ขาดแล้วจูงใจ มันจึงไม่เย้ายวนให้ไปพิชิตเท่าที่ควร จนอาจจะต้องเลิกล้มเอาดื้อๆระหว่างทาง เป็นอีกหนึ่งเหตุผลของความล้มเหลวในการตั้งปณิธานปีใหม่ ซึ่งแรงจูงใจในที่นี้อาจจะเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง เมื่อทำเป้าหมายนั้นสำเร็จตอนปลายปี หรือเป็นกำลังใจเล็กๆน้อย ระหว่างเดินทางไปที่เป้าหมายใหญ่ รางวัลนั้นอาจจะเป็นสิ่งของ หรือเงื่อนไขอื่นๆที่มีคุณค่าต่อจิตใจของเรา สามารถเป็นตัวกระตุ้นหรือแรงผลักให้เราอยากเข้าใกล้เป้าหมายในทุกๆวัน

.


.

7.ขาดผู้สนับสนุน

.

.

การมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ หรือมีเป้าหมายร่วมกันจะช่วยทำให้เป้าหมายของคุณสำเร็จได้ง่ายขึ้น และลดอัตราความล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นกลางคันได้มาก และทำให้คุณรู้สนุกเหมือนมีคนที่ร่วมรับผิดชอบร่วมกัน คอยเป็นคนที่กระตุ้นเเละเตือนสติกันและกันอยู่เสมอ เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงเป้าหมาย ทำให้คุณนึกถึงมันอยู่เรื่อยๆ จนฝังแน่นอยู่ในจิตใต้สำนึก เช่น เป้าหมายเรื่องการลดน้ำหนัก ลองคิดดูสิ มันจะดีกว่ามั้ย ถ้ามีเพื่อนไปยิมด้วยกัน มีทริคดีๆก็เอามาแบ่งปันกัน หรือ การบอกเล่าเป้าหมายของคุณให้กับคนในครอบครัวฟัง ทำให้ได้รับคำสนับสนุน และช่วยเหลือเป็นกำลังใจอยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยทำให้คุณก้าวไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ได้

.


.

อ่านมาถึงจุดนี้ อย่าพึ่งคิดว่า “New Year Resolution” หรือ “ปณิธานปีใหม่” จะเป็นเรื่องยากที่คุณไม่สามารถทำได้นะคะ อย่าพึ่งถอดใจไป ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดู ไม่ว่าผลลัพธ์ตอนปลายปีจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยคุณก็จะต้องภูมิใจที่ได้เริ่มทำอะไรสักอย่างด้วยความตั้งใจและสุดความสามารถค่ะ เอาล่ะ ! ถึงเวลาเริ่มลงมือเขียน New Year Resolution ของปีนี้แล้ว ขออวยพรให้ทุกคนโชคดี และบรรลุเป้าหมายทุกประการของปีนี้นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ สวัสดีปีใหม่จ้า : )

Advertisement
W.
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement