X

มั่นใจเหรอว่าแค่โลกส่วนตัวสูง ? จริงๆแล้วคุณอาจเป็น “ฮิคิโคโมริ”

Recommend 
Dec 02,2016
x W.

ฮิคิโคโมริ

เคยเป็นกันมั้ยคะ ? 

อยากนอนเฉยๆอยู่ในห้อง กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่แบบนั้นทั้งวัน บางทีก็นอนมองเพดานนิ่งๆได้เป็นชั่วโมง หรือนั่งจิ้มมือถือ ไถไปเรื่อยๆ ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากเจอใครทั้งนั้น บ้างอาจจะเกิดจากความเหนื่อยล้า หรือพบเจอเรื่องหนักๆมาอย่างอกหัก ผิดหวังจากเรื่องต่างๆ หรือจริงๆก็แค่พฤติกรรมขี้เกียจธรรมดานั่นแหละ ให้พูดเบบเท่ๆ บางคนก็ขอนิยามตัวเองว่าเป็นคน “โลกส่วนตัวสูง” แต่…ถ้าถึงขั้นที่แยกตัวออกจากสังคม ไม่ยอมพูดคุยสุงสิงกับใคร แม้กระทั่งคนในบ้าน เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องเป็นระยะเวลานานๆ เป็นเดือนหรือเป็นปี ระวังค่ะ !!! บางทีคุณอาจจะเข้าข่ายอาการที่เรียกว่า ฮิคกี้

 

large-1 

.

ฮิคกี้ หรือชื่อเต็มๆ “ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) ตามความหมายในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง “ดึงออกห่าง หรือถูกกักกัน” ใช้เรียกอาการของคนประเภทที่พยายาม แยกตัวออกจากสังคม เลือกที่จะกักตัวเองแบบโดดเดี่ยว ชนิดที่เรียกได้ว่าสุดโต่ง ไม่ก้าวเท้าออกจากห้องส่วนตัว เป็นเวลานานๆ ปฏิเสธการออกไปนอกบ้าน ไอ้เรื่องการไปพบเจอพูดคุยกับบุคคลอื่นนะเหรอ ? ลืมไปได้เลย อาการนี้ถือเป็นปรากฎการณ์ ที่พบในประเทศญี่ปุ่นค่ะ และ มันกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยเองก็มีรายงานอาการที่ใกล้เคียง ฮิคกี้ กับเค้าเหมือนกันอย่างน่าสนใจ ฉะนั้นไม่เสียหายที่เราจะมาทำความเข้าใจและเช็คตัวเองกันหน่อยดีกว่า ว่าคุณน่ะแค่ โลกส่วนตัวสูงหรือเสี่ยงจะเป็น ฮิคิโคโมริ กันแน่ !


.
แค่ไหนที่เรียกว่า
ฮิคิโคโมริ ?
.

tumblr_nsh694dmvu1upi9nuo1_1280 

การปลีกตัวออกจากสังคมแบบ “ฮิคิโคโมริ” มีอาการเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ไม่ใช่แบบว่าอยู่ดีๆก็เป็นเลย เริ่มต้นจากความรู้สึกขาดความมั่นใจ ขี้อาย พูดน้อย เริ่มแสดงอาการไม่มีความสุข และเริ่มตีตัวออกห่างเพื่อนและคนใกล้ชิดไปทีละคนสองคน ซึ่งจะมีระดับแตกต่างกันไปในแต่ละราย เคสที่ร้ายแรงอาจปลีกตัวออกจากสังคมเป็นหลายสิบปี ! แต่ถ้าจะให้วัดกันชัดๆแบบค่อนข้างเป็นทางการ ว่าใครป็นกลุ่มเสี่ยงอาการ “ฮิคิโคโมริ” ผลการวิจัยพบว่า ต้องเป็นผู้ปลีกตัวออกจากสังคมอย่างน้อย “ 6 เดือน” ขึ้นไปค่ะ


ฮิคิโคโมริทำอะไรในห้อง ?

.

large-17

.

“ฮิคิโคโมริ” จะใช้ชีวิตในห้องส่วนตัวแทบจะตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะนอนหลับในตอนกลางวัน แล้วเลือกตื่นขึ้นมาเฉพาะช่วงกลางคืนที่เงียบสงบ คนในบ้านหลับกันหมดแล้ว เพื่อออกไปหาอาหารในห้องครัวบ้าง หรือบางรายก็จะออกจากที่พักเพื่อไปซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม. ปกปิดใบหน้า ไม่พูดคุยกับใคร หรือบางเคสที่โหดมากๆ ก็จะไม่เหยียบออกมานอกห้องเลย ชนิดไม่เห็นแสงเดือน แสงตะวัน คนในบ้านต้องเอาอาหารและน้ำไปวางไว้หน้าห้อง เพราะกลัวจะเป็นอะไรไปซะก่อน จากการศึกษาพบว่า กิจกรรมที่พวกเค้าทำ เป็นสิ่งที่ไร้จุดหมายอย่างนั่งดูทีวีไปเรื่อยๆ อ่านหนังสือการ์ตูน เล่นเกมส์ เล่นอินเตอร์เนต ( แบบไม่ติดต่อสื่อสารกับใคร ไม่เล่นเเชท ไม่โทรศัพท์ ) หรือหนักสุดก็แค่นอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยอยู่แบบนั้นทั้งวันทั้งคืน


ใครเป็น “ฮิคิโคโมริ?

.

flickrselectionshadows5

.

“ฮิคิโคโมริ” มีรายงานการพบอย่างเป็นทางการเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่าราว 541,000 คนของประชากร กำลังเป็น “ฮิคิโคโมริ” #เยอะมากกกกก แต่หลังๆมานี้ก็เริ่มมีรายงานเกี่ยวกับคนที่มีอาการใกล้เคียง จากประเทศอื่นๆ อย่างเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์  เห็นอะไรมั้ยคะ ? จุดนี้น่าสนใจ คือ ทั้งหมดล้วนเป็นประเทศที่มีการพัฒนาและการแข่งขันสูงทั้งสิ้น ! ซึ่งตามสถิติแล้ว “ฮิคิโคโมริ” จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงค่ะ และมักจะเกิดกับลูกคนโตในครอบครัว ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง อายุเฉลี่ย 15 ปี แต่มีเเนวโน้มของอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นวัย 21-32 ปีในปัจจุบัน ( คือเป็นได้ตั้งแต่เด็กยันวัยทำงานเลยล่ะ ) 


 .

สาเหตุของ ฮิคิโคโมริ

.

large-10

.

จากการที่ “ฮิคิโคโมริ” ถูกพบเป็นทางการเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น นักจิตวิทยาจึงวิเคราะห์กันว่าเป็นไปได้มาก ที่จากสาเหตุอาจจะเกิดจาก การที่ญี่ปุ่นเคยผ่านความบอบช้ำจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอย่างหนักหน่วง และยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจผู้คน รวมถึงจุดสำคัญมากๆก็คือ รูปแบบวัฒนธรรมการเรียนและการทำงานของประเทศนี้ที่ “ตึงเครียดสูง” เป็นสังคมที่ให้คุณค่าคนที่ทำงานหนัก ตั้งแต่เข้าอนุบาลยันสอบเอนทรานซ์ เคี่ยวเข็ญกันชนิดที่ว่าเอาเป็นเอาตาย ความกดดันในชีวิตจึงเกิดขึ้น ทำให้เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็กระทบต่อจิตใจ รู้สึกสิ้นหวังในชีวิต เกิดเป็นความกลัว และเลือกจะหนีปัญหา

.

large-6

.
ความกดดันเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในสังคมญี่ปุ่นมานานเกินกว่าครึ่งศตวรรษ และต่อมาในปัจจุบันที่โลกของเทคโนโลยีและการสื่อสาาร สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว คนสามารถใช้ชีวิตได้ง่าย และสะดวกสบายขึ้น การอยู่ในห้องคนเดียวมีทั้งสิ่งบันเทิง อินเทอร์เน็ต อาหารและเครื่องดื่มก็หาได้ไม่ยาก ทั้งจากการสั่งเดลิเวอร์รี่ หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆก็สามารถกักตุนไว้ได้ การขังตัวเองอยู่ในห้องจึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริงอีกต่อไป เป็นการกระตุ้นพฤติกรรม “ฮิคิโคโมริ” ให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่


.

โรคแยกตัวจากสังคม และ “ฮิคิโคโมริ

.
36befefe422134b3293ff8f08fdd70eb

.

อันที่จริงแล้วอาการ “ฮิคิโคโมริ” ใกล้เคียงได้กับอาการ โรคที่ชื่อว่า PDDs (Pervasive Developmental Disorders) หรือ “โรคแยกตัวจากสังคม”  ลักษณะของโรคนี้ คือผู้เป็นมักจะอยู่กับตัวเอง ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

  • 1.กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่มีความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ จนตัดสินใจไม่อยู่ในสังคม เลือกอยู่กับเรื่องที่ตนเองสนใจเท่านั้น ใกล้เคียงกับกลุ่มที่เรียกว่า โอตาคุ เช่น คลั่งไคล้ในหนังสือการ์ตูน บ้าเกมส์มากๆ เป็นต้น.
  • 2.กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่แยกตัวเองออกมาจากสังคม ปฏิสัมพันธ์กับสังคมได้อย่างจำกัด เพราะเข้าสังคมไม่ได้ แสดงออกลักษณะเด่นทางจิตวิทยาในรูปแบบการ หนีกล่าวคือ คนกลุ่มนี้ จริงๆแล้วไม่ได้ชอบอยู่คนเดียวหรอกค่ะ แต่ถอยหนีออกมาด้วยปัจจัยบางอย่าง เช่นแปลกกว่าคนอื่น มีความโดดเด่น จนถูกล้อเลียน และอ่อนไหวกับคำวิจารณ์ ไม่สามารถรับความกดดันได้ คนภายนอกจะมองว่าคนพวกนี้ชอบอยู่คนเดียว จึงไม่เข้าไปสุงสิง และมองข้ามไป จนเหมือนว่าถูกตัดขาดจากสังคมในที่สุด #น่าเห็นใจนะคะ

 . 


“ฮิคิโคโมริ” ในประเทศไทย

original 

สำหรับในประเทศไทยเอง ยังไม่มีรายงานกลุ่มคนที่จำกัดความได้ว่าเป็น ฮิคิโคโมริ อย่างแท้จริง มีเพียงแต่กรณีที่ใกล้เคียง ถ้ายังพอจำกันได้ เมื่อปี พ.ศ.2553 มีภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่งชื่อ “Who are you : ใคร..ในห้อง” โดย ปรัชญา ปินแก้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้พล็อตมาจากเรื่องราวของคนรู้จักของผู้กำกับเอง ที่มีอาการคล้ายกับ “ฮิคิโคโมริ” คือ เค้าแทบไม่ออกมากจากห้องส่วนตัวให้ใครเห็น แม้แต่คนในครอบครัวเองก็ตาม เมื่อลงมาข้างล่างจะก็จะเอาผ้าขนหนูปิดหน้า ถ้าต้องการอะไรก็จะเขียนใส่กระดาษวางไว้


 .

รักษา หรือ เยียวยา “ฮิคิโคโมริ”

.

screen-shot-2016-11-16-at-10-41-35-am

.

“ฮิคิโคโมริ” ยังไม่เป็นคำวินิจฉัยในวงการแพทย์ในระดับสากล ถ้าเรานำคำนี้ไปหาข้อมูลในวงการแพทย์ตะวันตกอาจจะไม่เจอข้อมูลมากนัก เรียกได้ว่ายังไม่มีการศึกษากันอย่างจริงจังเท่าไหร่ ซึ่งจิตแพทย์และนักจิตวิทยาญี่ปุ่นบางส่วน ให้ความเห็นว่า “ฮิคิโคโมริ” แท้จริงแล้วเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางสังคม (Phenomenon) เท่านั้น ไม่นับเป็นโรคทางจิตเวช (Syndrome) ส่งผลให้แนวทางในการรักษา หรือ เยียวยา แตกต่างกันออกไปค่ะ

.

  • กลุ่มที่มองว่า “ฮิคิโคโมริ” เป็น “โรค” การวินิจฉัยของแพทย์จะพยายามวิเคราะห์หาสาเหตุของโรคทางจิตประเภท เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาอย่างตรงจุด หาสาเหตุว่าแท้จริงแล้วป่วยเป็นโรคชนิดไหนและรักษาด้วยยาหรือการบำบัดตามอาการของโรค เช่น โรคซึมเศร้า (Major Depression), โรคตื่นตระหนก (Panic Disorder) โรคกลัวที่โล่ง (Agoraphobia) เป็นต้น
  • กลุ่มที่มองว่า “ฮิคิโคโมริ” เป็น “ปรากฏการณ์ทางสังคม” จะมีแนวทางบำบัดอาการ “ฮิคิโคโมริ” โดยการนำกลุ่มคนมีอาการมารวมกลุ่มกัน แล้วใช้ระบบบำบัดแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นการทำให้คนกลุ่มนี้ไม่ถูกตัดขาดจากสังคมจนเกินไป สำหรับกรณีที่ฮิคิโคโมริ ไม่ถูกมองว่าเป็นโรคทางจิตเวชแบบนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องมากจากนักวิชาการญี่ปุ่นเกรงว่าสังคมจะมีอคติ และมองคนที่มีอาการอย่างแปลกแยก ทำให้ครอบครัวของผู้ที่มีปัญหา “ฮิคิโคโมริ” เกิดความอับอาย เเละเลือกที่จะซ่อนปัญหา ปิดบังคนเหล่านี้ออกจากสังคม เป็นการหมักหมมปัญหา อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นและยากต่อการเยียวยาได้ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ ? พอได้รู้จัก “ฮิคิโคโมริ” มากขึ้นแล้ว รู้สึกได้นะคะว่าจริงๆแล้วมันอาจไม่ไกลตัวเราเลย ถึงตอนนี้ในไทยเองจะยังไม่มีรายงานอย่างชัดเจน แต่ไม่แน่ในอนาตตอาจจะใกล้หรือไกล ก็มีความเป็นไปได้สูงค่ะ ด้วยเหตุปัจจัยของโลกที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันที่กำลังจะเชื่อมโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน ความเติบโตของสภาพเศรษฐกิจของสังคม รวมถึงการเมือง ที่ทำให้ความเครียดและความคาดหวังเกิดขึ้นกับปัจเจกบุคคลเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

แล้วคุณล่ะคะ คิดว่าตัวเองเสี่ยงจะเป็น “ฮิคิโคโมริ” มั้ย ?

Advertisement
W.
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement