X

เที่ยวเองก็ได้! รีวิว “เที่ยวปูซาน” แบบง่าย ๆ ใน 1 วัน

Travel 
Apr 23,2018
x Preaw

“ปูซา

ถ้าโซลหนาวมาก ก็ไปปูซานสิค่ะ!!! ยิ่งถ้าสาว ๆ จองตั๋วบินตรงไปตอนนี้คือ Perfect เพราะช่วงเดือนมีนาลากยาวไปเดือนพฤษภานั้นนนน เป็นช่วงที่เหล่าดอกไม้อย่างซากุระและดอกพ็อกโกตผลิดอกออกใบมาให้เราเชิญชมก่อนที่กรุงโซลเค้าเลยนะคะ! คือถ้าใครอยากดูแบบเต็มอิ่มในดงซากุระ มามุงกับทริป “เที่ยวปูซาน” ใน 1 วันสุดอีซี่ที่ใครก็เที่ยวตามได้ง่ายกันเลยยยยย

เที่ยวปูซาน

ปูซานเป็นเมืองที่สาว ๆ ต้องไปจริง ๆ นะคะ เพราะนอกจากบรรยากาศความสวยงามของทะเลแล้ว ที่นี่ยังมีทั้งศิลปะวัฒนธรรมแบบเกาหลีให้เราได้ไปเยือนกันแบบสไตล์ Local อารมณ์เหมือนเราได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวบ้านจริง ๆ ของคนที่เกาหลีใต้กันค่ะ แถมเค้ายังลือกันด้วยนะว่าที่ปูซานผู้ชายแซ่บ!!!! ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าจริงมั้ย แล้วจะเป็นยังไงก็มาส่องกันโลดดดด

เริ่มที่การเดินทางกันก่อนเลยค่ะ สาว ๆ สามารถเดินทางไปปูซานได้ด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง KTX จะจองผ่านเว็บไซต์ของเค้าก่อนไปก็ได้ หรือใครนึกจะไปแบบไม่ได้แพลนล่วงหน้า ก็ซื้อตั๋วได้ที่เคาเตอร์นะคะ วิธีการเดินทางก็ง่ายมากก แค่นั่ง Metro ไปลงสถานี Seoul Station เป็นที่ตั้งสถานีรถไฟฟ้า KTX โดยการเดินทางจากมีตั้งแต่ตี 5 ไปถึง 4 ทุ่มเลยจ้าาา ส่วนราคาต่อเที่ยวจากสถานีโซลไปปูซานจากค่าที่นั่งชั้นประหยัด ผู้ใหญ่ราคา 59,800 วอน และเด็ก 29,900 วอนค่ะ

บนรถไฟฟ้าก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งห้องน้ำ ปลั๊กไฟ และรูเสียบ USB พร้อมเวอร์ค่ะ อิอิ

และแล้วเราก็เดินทางมาถึง Busan Station ซะทีค่ะ และที่ ๆ เราจะไปกันวันนี้ก็คือ Gamcheon Culture Village หรือหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอนที่สวยงามจนได้รับฉายาว่า ซานโตรีนีแห่งเกาหลี นั่นเองงงง โดยการเดินทางก็ง่ายมากก แค่นั่ง Metro ไปลง Toseong Station ออกทางออก Exit 6 แล้วต่อรถบัสสาย 2 , 2–2 , 1–1 ไปลงที่ Gamjeong Elementary School ทางเข้าหมู่บ้านจะอยู่ตรงข้ามโรงเรียนเลยค่ะ

จริง ๆ แล้วหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้เพิ่งมาดังอย่างที่สาว ๆ คิดนะคะ ประวัติของหมู่บ้านแห่งนี้ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 1950 ตอนนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองสลัมที่บรรดาเหล่าผู้อพยพจากสงครามเกาหลีมารวมตัวอาศัยอยู่กัน รวมไปถึงนักบวช จึงเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า แทกึกโด (หมู่บ้านศาสนา)

ต่อมาที่นี้ก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างสภาพทรุดโทรม อาจเพราะที่ตั้งทางหมู่บ้านคัมชอนอยู่ห่างไกล และไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเท่าที่ควร ทางผู้นำหมู่บ้านคัมชอนจึงเกิดไอเดียปรับปรุงหมู่บ้านครั้งใหญ่ จนในปี 2009 ทางหมู่บ้านคัมชอน ได้เชิญบรรดาศิลปินนักเรียนและจิตรกรมาช่วยกันตกแต่งหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นจุดสนใจและดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยวมากขึ้น จนทั่วทั้งหมู่บ้านมีสีสันสดใส จึงได้ชื่อเล่นมาว่า ซานโตรีนีแห่งเกาหลี ค่ะ

ซึ่งที่หมู่บ้านเค้าก็พร้อมบริการนักท่องเที่ยวแบบชาวเราเวอร์มีแผนที่การเดินชม และป้อมที่คอยทำหน้าที่ Information สุดจ้าาา

อ่อ แถมที่นี้เค้ายังมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้เราแวะเยอะมากกก บอกเลยว่ามาปูซานขอให้เคลียร์แมพรอไว้เลยค่ะ

และที่พลาดไม่ได้เลยยยย คือคาเฟ่สีฟ้าในตำนานที่ใครมาที่ปูซานช่วงนี้ไม่ได้เหยียบคือพลาดกับ Blue Cafe ค่ะ แค่ชื่อก็บ่งบอกชัดเจนแล้ว แต่สีของร้านก็ชัดกว่ากับสีฟ้าลายเมฆ แต่น่าเสียดายเวอร์ เพราะวันที่เราไปดันเป็นวันพฤหัสแล้วเค้าปิดวันนั้น ฮือออ แต่ไม่เป็นค่ะ เราก็เอาภาพมาฝากแทนละกันเนอะ

และเวลาเปิดทำการของหมู่บ้านคัมชอนเค้าก็ไม่เหมือนกันนะคะ ในแต่ละเดือน เพราะเดือนมีนาคม — พฤศจิกายน จะเปิดทำการตั้งแต่ 09:00–18:00 น. และเดือนธันวาคม — กุมภาพันธ์ เปิดตั้งแต่ 09:00–17:00 น.

นอกจากหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน ที่ปูซานก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย อย่าง ตลาดปลาชากัลชิ (Jagalchi Market) โดยมาลงที่ Jagalchi Station ทางออก 10 แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนน Jagalchi 3 (Sam)-Gil จากนั้นเดินเท้าประมาณ 5 นาที แล้วเลี้ยวซ้ายเจอตลาดเลย ซึ่งตลาดแห่งนี้ เป็นตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีเลยค่ะ ทางเข้าตลาดจะมีแผงขายกุ้ง หอย ปู ปลา  เรียงยาวตลาดแนวเยอะมาก

รวมถึง หาดกวานกัลลี (Gwangalli beach) ชายหาดที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามสวยงามและน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิอุ่นสบายเหมาะแก่การลงเล่นน้ำเอามั่ก ๆ ค่ะ และที่เริ่ดคือ หาดนี้จะเป็นที่จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ตลอดทั้งปี  ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลชมดอกซากุระบาน  งานแสดงคอนเสิร์ต  หรือจุดพลุไฟ แถมหาดกวานกัลลีมียังแหล่งบันเทิง รีสอร์ท และโรงแรม 5 ดาว และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  จนได้รับฉายาว่าเมืองแห่งคาเฟ่ (Café Town) เพราะตามถนนสองข้างทางของชายหาดจะเรียงรายไปด้วยคาเฟ่  พับ  บาร์ ตกแต่งทันสมัยแบบมีสไตล์ ไฮเทคทั้ง แสง สี เสียงให้ได้สนุกสุดเหวี่ยงกันยันเช้าไปเลยยยย

อ่ะ นี้ก็คือการรีวิวทริปปูซานแบบครบตอบโจทย์ทุกสายใน  1 วันค่ะ ทั้งสายกิน สายคาเฟ่ หรือสายอาร์ตก็ไปได้เลยยย มันดีย์มากก เรายังอยากกลับไปอีกรอบเลยค่ะ อิอิ

Photo credit : wikipedia | flickr

 

Advertisement
Preaw
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement