“ครีมกันแดด”
แสงแดด ! คือศัตรูตัวร้ายของผิว เป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆมากมายทั้งฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่น ผิวคล้ำเสีย ไม่สม่ำเสมอ เผลอๆรังสี UV ตัวร้ายอาจจะทำอันตรายต่อผิวถึงขั้นมะเร็งผิวหนังเลยก็ได้ ! โดยเฉพาะแดดที่สุดแสนจะโหดร้ายแบบในบ้านเรา ที่พร้อมเผาไหม้ผิวสวยๆของคุณตลอดปี “ครีมกันแดด” จึงต้องเข้ามามีบทบาทในจุดนี้
.

.
แต่เอ๊ะ !? ทำไมใช้ “ครีมกันแดด” เป็นประจำแล้วผิวก็ยังเสีย ปัญหาต่างๆก็ยังมีอยู่ นี่เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ ? ขอบอกว่าเป็นไปได้สูงค่ะ เพราะเท่าที่เราไปสืบมาพบว่าหลายคนยังมีความเข้าใจผิดเรื่องครีมกันแดดและใช้กันอย่างผิดวิธีอยู่ไม่น้อยเลยวันนี้ BEAUTY HUNTER จึงขอตั้งคำถามและพาคุณไปหาคำตอบ ทบทวนการใช้ครีมกันแดดของคุณซะใหม่….ไหนลองไปดูกันสิว่า ที่ผ่านมาคุณใช้ครีมกันแดดผิดวิธีอยู่หรือเปล่า ?
..
..
1.ไม่ได้ออกนอกบ้าน ไม่ต้องทาก็ได้
.

.
ผิดค่ะ ! อยู่ที่ไหนก็ต้องทา จะวันฝนตก แดดออกก็ควรจะใช้ครีมกันแดดทุกวัน เนื่องจากรังสียูวีตัวร้ายทำลายผิวมันมีอยู่ในทุกที่จริงๆค่ะ ถึงเราจะสัมผัสการมีอยู่ของมันไม่ได้ แต่ผิวของคุณได้สัมผัสไปเต็มๆแล้วแน่นอน เพราะแม้จะอยู่ในร่ม รังสียูวีก็ยังสามารถทะลุผ่านเข้ามาได้เสมอ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือแม้แต่หลอดไฟ หน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ก็ล้วนมีส่วนทำร้ายผิวเช่นกันค่ะ กันไว้ดีกว่าแก่ จำเอาไว้ถ้ารักผิว อยู่ที่ไหนก็ต้องทากันแดดนะ
.
2.ทาแล้วออกจากบ้านได้เลย
.

.
ผิดค่ะ ! อันนี้ต้องศึกษาครีมกันแดดที่เราใช้ให้ดีก่อนค่ะ จริงอยู่ว่าเดี๋ยวนี้มีกันแดดแบบ Instant ทาปุ๊ปก็ป้องกันแสงแดดได้ทันที แต่ในหลายๆกรณีก็ไม่ใช่แบบนั้น ครีมกันแดดบางตัวยังระบุในวิธีใช้เอาไว้อยากชัดเจนว่าควรทาก่อนออกแดดกี่นาที (อย่างน้อย 15-30 นาที) ถึงจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องใช้ให้ถูกต้องนะคะ จะออกไปไหนก็แพลนเอาไว้ก่อนเลย จุดนี้เห็นพลาดกันมาเยอะแล้วค่ะ ใจเย็นๆอีกนิด เพื่อผิวสวยในรับการปกป้องอย่างเต็มที่กันดีกว่า
.
3.ทาครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน
.
.
ผิดค่ะ ! ทาครั้งเดียวป้องกันตลอดวัน ฝันไปเถอะค่าซิส โปรดเปลี่ยนความคิดด่วนๆ ควรพกกันแดดติดตัวไว้และขยันทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเวิร์คที่สุด หรืออย่างน้อย 2 ครั้งต่อวันก็ยังดี ถึงจะปกป้องได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าเป็นสายสปอร์ต รักกิจกรรม Outdoor ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งต่างๆ หรือชอบว่ายน้ำ ยิ่งต้องย้ำว่าควรทาให้หนักๆ เพราะเหงื่อและน้ำจะชะล้างครีมกันแดดออกไปบางส่วน ทำให้สารกันแดดทำงานได้ไม่เต็มที่ แนะนำว่าควรใช้สูตร Waterproof กันน้ำกันเหงื่อไปเลยก็ดีค่ะ
.
4.SPF สูงแล้ว ทานิดเดียวก็พอ
.
ผิดค่ะ ! SPF ไม่ได้ช่วยอะไรเลยในจุดนี้ ถ้าคุณใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอ เรื่องแบบนี้ห้ามขี้เหนียวเด็ดขาดค่ะ ปริมาณที่เหมาะสมในการทาครีมกันแดดนั้น สำหรับใบหน้าอยู่ที่ประมาณหนึ่งช้อนชา หรือ 2 ข้อนิ้วมือ และสำหรับผิวกายคือประมาณหนึ่งแก้วชอต และต้องไม่ลืมทาให้ทั่ว หลายคนมักจะลืมทาในบางจุดอย่างเช่น ข้อพับ ซอกนิ้ว หลังคอ ซึ่งถ้าวันนั้นต้องออกแดดจัด เป็นเวลานานก็สามารถทาให้หนาขึ้นได้ แต่ก็ไม่ควรทามากจนเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ซึมเข้าสู่ผิวแล้ว ยังทำให้รู้สึกเหนียมเหนอะหนะด้วย ทาแต่พอดีๆ แล้วขยันทาซ้ำเอาจะเวิร์คกว่า
.
5.ทาแค่นอกร่มผ้าก็พอ
.

.
ผิดค่ะ ! ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทาครีมกันแดดด้วยวิธีนี้ ก็เตรียมตัวมีสีผิวไม่สม่ำเสมอได้เลย เพราะอย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่ารังสี UV มีอยู่ในทุกที่ ทะลุผ่านได้หมดไม่เว้นแม่แต่เสื้อผ้าของเรา ไม่ว่าจะเสื้อผ้าสีอะไร แขนยาว แขนสั้น หนาบางแค่ไหน รังสียูวีก็ยังสามารถผ่านเข้ามาได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดก็หนีไม่พันการทากันแดด ควรทาให้สม่ำเสมอทั่วเรือนร่าง ทั้งในและนอกร่มผ้า แถมอีกนิดคือบริเวณริมฝีปาก จุดนี้ก็ต้องได้รับการปกป้องด้วยเช่นกันด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทลิปบาล์มกันแดดค่ะ
.
6.เครื่องสำอางผสมสารกันแดด ชิ้นเดียวเอาอยู่
.

.
ผิดค่ะ ! ถึงทุกวันนี้บรรดาเมคอัพหรือสกินแคร์ต่างๆ จะเคลมว่ามีส่วนผสมของสารกันแดดมาด้วยพร้อมแล้ว แบบ All in one ทั้งป้องกัน ปกปิด และบำรุง แต่เชื่อสิคะว่ายังไงมันก็ยังไม่เพียงพอ และไม่เวิร์คเท่าการใช้ครีมกันแดดแบบเพียวๆหรอก สำหรับวันที่เร่งรีบหรือไม่ต้องเจอแสงแดดหนักๆอนุโลมให้ใช้ได้ค่ะ สะดวกและดีกว่าไม่ได้ป้องกันอะไรเลย แต่ถ้าวันไหนต้องออกแดดนานๆหรือมีเวลา เราแนะนำว่าควรทาครีมกันแดดจริงๆเป็นเบสเอาไว้ก่อนอีกชั้นจะชัวร์กว่านะ
.
7.ผิวแบบไหนก็ใช้กันแดดเหมือนกัน
.

.
ผิดค่ะ ! เพราะสภาพผิวของคนเราต่างกัน การเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด จะเป็นผลดีกับผิวของคุณ และทำให้กันแดดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ปกป้องผิวได้อย่างเต็มที่มากกว่าค่ะ เช่น คนผิวมัน ควรใช้ครีมกันแดดที่เนื้อบางเบา อย่างกันแดดแบบเจลหรือเซรั่ม เพราะซึมซับเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่อุดตัน , คนผิวแห้ง ควรใช้แบบเนื้อครีมหรือน้ำนม เพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ทำให้หน้าลอกเป็นขุย เป็นต้น
.
PHOTO CREDIT : pure-beauty.co.uk / orogoldcleopatra.com / mybeautygym.com /
trendyhealths.com / healthambition.com



