X

Working Woman ใครว่าง่าย!? 4 อาการปวดเมื่อยที่สาวออฟฟิศต้องเจอ แก้ยังไงดี?

Activities & News 
Dec 27,2023
x Wonglada Chanklin
Working Woman ใครว่าง่าย!? 4 อาการปวดเมื่อยที่สาวออฟฟิศต้องเจอ แก้ยังไงดี?

มีวลีว่า เกิดเป็นผู้หญิง แท้จริงนั้นแสนลำบาก” 🥺 คงไม่มีเข้าใจวลีนี้ได้เท่าสาว ๆ อีกแล้ว โดยเฉพาะ Working Woman หรือ ผู้หญิงวัยทำงานที่ทำงานออฟฟิศ ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นวัน ๆ ทำรีเสิร์ชข้อมูล พิมพ์งาน คิดคอนเทนต์ เข้าประชุม หรือบางคนก็ต้องออกไปทำอีเวนต์ข้างนอกด้วย เรียกได้ว่าต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงใจทุ่มเทให้กับงานเลย และด้วย Body และ Energy ที่มีน้อยกว่าผู้ชายเป็นเท่าตัว เมื่อทำงานหนักบ่อย ๆ นานเข้าก็ทำให้สาวออฟฟิศหลายคนมักจะเจออาการปวดเมื่อย เจ็บส่วนต่าง ๆ ในร่างกายอยู่เป็นประจำ แถมเกิดได้ง่ายกว่าผู้ชายอีก💢 

Working Woman ใครว่าง่าย!? 4 อาการปวดเมื่อยที่สาวออฟฟิศต้องเจอ แก้ยังไงดี?

วันนี้เราจึงได้รวม 5 อาการปวดเมื่อยที่สาวออฟฟิศมักจะเจอ พร้อมวิธีแก้อาการต่างๆ มาไว้ที่นี่แล้ว สาวออฟฟิศตามมาดูเลย‼

🚨 1. อาการปวดหลัง ปวดเอว 

ปวดหลังเป็นอาการแรกที่พบได้มากที่สุดสำหรับสาวออฟฟิศเลยก็ว่าได้ โดยสาว ๆ ที่นั่งทำงานอยู่ หน้าคอมเป็นเวลานาน มักจะเจอกับอาการปวดหลังช่วงเอว ปวดร้าวบริเวณกลางหลัง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการจัดท่านั่งที่ไม่ดี ทำให้กระดูกไขสันหลังของสาว ๆ นั้นเสื่อมได้ และนอกจากอาการปวดหลังแล้ว บางคนอาจมีอาการปวดต้นคอและปวดแขนร่วมด้วย เพราะการนั่งทำงานต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้ ทั้งเกร็งคอเพื่อดูจอคอมพิวเตอร์ เพื่อพิมพ์งาน ไม่ได้ขยับส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ ทำให้ร่างกายขาดความบาลานซ์ สะสมจนเกิดเป็นอาการปวดหลังช่วงเอว กลางหลัง และต้นคอขึ้นมาได้นั่นเอง จะหลีกเลี่ยงไม่พิมพ์งาน มองจอคอมก็คงทำไม่ได้

งั้นเราขอพาสาวออฟฟิศมาเช็กท่านั่งที่ถูกวิธี และวิธีแก้อาการปวดหลังกัน 

 

  • ✅ จัดท่านั่งให้บาลานซ์ 

 

เชื่อว่าสาวออฟฟิศหลาย ๆ คนต้องกำลังนั่งท่าที่ผิดวิธีอยู่แน่ โดยเฉพาะการนั่งไขว้ห้าง หรือไขว้ขา เป็นท่าที่ดูเหมือนจะสบาย และช่วยเซฟเวลาที่ใส่กระโปรงสั้น แต่รู้หรือไม่ว่า ท่านี้เป็นการทิ้งน้ำหนักตัวแทบทั้งหมดลงไปที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง ในระยะยาวอาจส่งผลให้ไหล่ไม่เท่ากัน และหน้ายื่นออกไปข้างหน้ามากกว่าปกติ และเมื่อนั่งไปนาน ๆ ก็มักจะรู้สึกปวดหลังช่วงเอว และกลางหลัง ไม่ว่าจะลุกหรือนั่งก็ปวดเมื่อย ซึ่งวิธีการนั่งที่ถูกต้อง และบรรเทาอาการปวดนี้ได้ คือ การจัดระเบียบท่านั่งให้บาลานซ์มากที่สุด ด้วยการปรับศีรษะให้ตั้งตรง ไหล่เท่ากัน ข้อมือและแขนควรอยู่ในระนาบเดียวกัน ที่สำคัญควรวางเท้าให้ติดพื้นด้วย 

 

  • ✅หาไอเทมเสริม บรรเทาอาการปวดเมื่อย 

 

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยแก้อาการปวดช่วงหลัง ปวดช่วงเอวได้ดีเหมือนกัน ก็คือให้สาว ๆ หาไอเทมเสริมมาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ไม่ว่าจะเป็นหมอนรองคอ หมอนรองหลังนุ่ม ๆ หรือไอเทมสำหรับวางเท้า เช่น เก้าอี้ตัวเล็ก หรือที่วางเท้าโดยเฉพาะ ก็จะช่วยทำให้เท้าบาลานซ์กับร่างกายส่วนอื่น ๆ ได้ เพราะหากโต๊ะและเก้าอี้ไม่ได้พอดีกับสรีระของเรา และเท้าลอยเหนือพื้น จะได้มีที่วางพักเท้า เพื่อโอนถ่ายน้ำหนักตัวนั่นเอง 

🚨 2. อาการปวดหัวเข่า  

Working Woman ก็ไม่ได้มีแค่สายทำงานนั่งหน้าคอมเพียงอย่างเดียว แต่สาวออฟฟิศหลาย ๆ คนต้องวิ่งงานอยู่ตลอด ต้องเดินไปทั่วทั้งแผนก ออกไปทำอีเวนต์ เดินขึ้นลงบันได หรือแม้กระทั่งเวลาเดินทางไป-กลับที่ทำงานต้องโหนรถเมล์ ยืนบนรถไฟฟ้านาน ๆ ไหนจะรองเท้าส้นสูงคู่ใจที่ใส่เพื่อเสริมบุกคลิกภาพอีก แน่นอนว่าจะต้องเผชิญกับอาการปวดหัวเข่ากันบ้าง เนื่องจากเข่าเป็นฐานรองรับน้ำหนักของร่างกายและยังใช้เคลื่อนไหวเวลาต้องทำกิจกรรมเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการเดิน วิ่ง การนั่ง และการทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวช่วงขา และสาว ๆ ยังเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวเข่าอักเสบได้มากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่าด้วย! ดังนั้นเพื่อเป็นการเซฟหัวเข่าให้ได้มากที่สุด แนะนำให้สาวออฟฟิศทุกคนปรับพฤติกรรม Movement และไลฟ์สไตล์ของตัวเองสักเล็กน้อย เช่น สาวออฟฟิศที่ชอบใส่ส้นสูง ควรพกรองเท้านิ่ม ๆ ส้นเตี้ยไว้เปลี่ยนระหว่างวัน ไม่ให้ข้อเท้าและหัวเข่าทำงานหนักจนเกินไป ที่สำคัญควรหมั่นออกกำลังกาย ‘ยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา’ เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย อย่างการทำโยคะ เป็นต้น 

🚨 3. อาการปวดหัวไมเกรน 

อาการปวดหัวไมเกรน (Migraine Headaches) เป็นอีกอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มสาวออฟฟิศ ซึ่งผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า เพราะผู้หญิงทุกคนจะมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศในช่วงที่เป็นประจำเดือน ระดับเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สมองไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ บวกกับการที่ร่างกายทำงานหนัก พักผ่อนน้อย อาการปวดหัวจึงอาจรุนแรงขึ้น เวลานั่งทำงานอาจจะรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ หรือปวดหัวข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมานั่นเอง ซึ่งวิธีป้องกันเบื้องต้นของอาการปวดหัวไมเกรน คือ พยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอทุกวัน พยายามอย่าอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และหากเกิดอาการปวดหัวไมเกรนอย่างรุนแรง รับประทานยาแก้ปวดหรือดมยาดมที่มีกลิ่นหอมสมุนไพรแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการให้ลึกขึ้น และเข้ารับการรักษาอย่างตรงจุดต่อไป

🚨 4. อาการนิ้วล็อก 

สาวออฟฟิศชอบชิตแชต ต้องรัวแป้นพิมพ์ และขยับเมาส์แบบต่อเนื่อง ยังเสี่ยงที่จะเจอกับอาการนิ้วล็อก ปวดเมื่อยนิ้วได้ด้วย แถมมีโอกาสเกิดมากกว่าผู้ชายเช่นเดียวกับอาการอื่น ๆ ที่เรากล่าวไปเบื้องต้น โดยเป็นความผิดปกติของมือที่ไม่สามารถงอ หรือเหยียดได้แบบปกติ อาจเป็นเพียงแค่นิ้วเดียว หรือเป็นหลายนิ้วก็ได้ โดยภาวะนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปลอกเอ็นบริเวณข้อนิ้วที่หนาขึ้น เส้นเอ็นบวม ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากการขยับนิ้วและข้อมือท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ อย่างการพิมพ์งาน การยกของหนัก ๆ อย่างถุงพลาสติกที่บรรจุของ หรือการใช้นิ้วมือจับโหนราวก็มีผลเช่นเดียวกัน วิธีป้องกันและบรรเทาอาการนิ้วล็อกสำหรับสาวๆ ควรหาที่บริหารนิ้วมือ และพักการใช้นิ้วมือเป็นระยะ เช่น การบีบลูกบอลยาง บริหารด้วยการขยับนิ้ว และแช่มือในน้ำอุ่นตอนเช้า ๆ ประมาณ 5-10 นาที ก็ช่วยได้เช่นกัน 

เพราะผู้หญิงมีสรีระ พลังงาน กระดูก และมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรงน้อยกว่าเพศชาย ไหนจะการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างกระทันหันในช่วงที่เป็นประจำเดือนด้วย จึงทำให้ผู้หญิงเสี่ยงที่จะมีอาการปวดเมื่อย หรือเจ็บปวดตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นปวดหลังช่วงเอว และกลางหลัง ปวดหัวเข่า ปวดหัวไมเกรน หรืออาการนิ่วล็อกได้มากกว่าผู้ชายหลายเท่าตัว ยิ่งถ้าเป็น Working Woman สาวออฟฟิศที่ต้องทำงานหนัก ต้องใช้ร่างกาย และใช้สมองแทบตลอดเวลาด้วยแล้ว อาการต่าง ๆ ยิ่งเกิดขึ้นมาได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นสาวออฟฟิศทุกคนอย่าลืมที่จะใส่ใจในสุขภาพของตนเอง พยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอันตรายที่เสี่ยงต่ออาหารเจ็บปวดต่าง ๆ ปรับไลฟ์สไตล์เพื่อเซฟร่างกายให้มากที่สุด ที่สำคัญควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อให้สาว ๆ ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง พร้อมลุยงานกันต่อกันยาว ๆ ~ 

✨ สำหรับสาวออฟฟิศคนไหนกำลังเผชิญอาการปวดหลัง ไม่ว่าจะเป็นปวดหลังส่วนล่าง ปวดกลางหลัง หรือปวดต้นคออย่างรุนแรง ไม่ว่าจะหาวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นยังไง อาการก็ไม่ดีขึ้น ที่ KDMS Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข เรามีโปรแกรมตรวจสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อที่ครบครัน พร้อมช่วยให้คุณกลับมามีกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง สามารถทำงานและใข้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ สามารถขอคำปรึกษาและวางแผนแนวทางการรักษาอาการปวดหลังได้ที่ KDMS Hospital ติดต่อสอบถาม โทร. 02-080-8999 หรือแอดไลน์ @kdmshospital 


BeauterHunter มีอีกหลายบทความที่น่าสนใจ ตามไปอ่านต่อกันเลยค่ะ

ติดตามอัพเดทต่าง ๆ ได้ที่นี่เลยจ้า FB: Beauty Hunter (Thailand)

Advertisement
Wonglada Chanklin
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement