“กษัตริย์”
นับแต่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” หรือ ในหลวง “รัชกาลที่ 9” เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ พระองค์ทรงดำรงอยู่ใน “ทศพิธราชธรรม” อันหมายถึง ธรรม 10 ประการสำหรับพระเจ้าแผ่นดินเสมอมา รวมถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรต่างๆ ยังเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พสกนิการชาวไทยเป็นล้นพ้น ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เราจึงขอน้อมนำแบบอย่างของ “พ่อ” มาเผยแพร่ เพื่อเป็นมงคลชีวิตดังปรากฏต่อไปนี้
.
.

.
- ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญ
ญาจากองค์กรการประดิษฐ์นานา ชาติว่า เป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ โลก โดยสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานา ชาติ (ไอเฟีย) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ก รุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการีได้ร่วมกำห นดให้วันที่ 2 ก.พ.เป็น “วันนักประดิษฐ์โลก”(Intern ational inventor’s day convention: IIDC) ซึ่งเริ่มจัดขึ้นในปี พ.ศ.2551 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทส มเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องใ นโอกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และยกย่องในพระอัจฉริยภาพกา รเป็นนักประดิษฐ์ของพระองค์ ท่าน - ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิ
ษฐ์ไทย ด้วยทรงสนพระราชหฤทัย ในเรื่องการประดิษฐ์เครื่อง จักรกลเพื่อใช้ในการ พัฒนาการเกษตรรูปแบบต่าง ๆ โดยอยู่บนพื้นฐานการใช้เทคโ นโลยีแบบง่าย ๆ ใช้ภูมิปัญญาของเราเอง ใช้วัสดุภายในประเทศ เน้นความง่ายต่อการใช้งาน การซ่อมบำรุงและราคาถูก เช่น เครื่องสีข้าว กังหันน้ำ และทรงออกแบบเรือใบด้วยพระอ งค์เองอีกด้วย - ทรงเป็นพระผู้นำทางด้านทรัพ
ย์สินทางปัญญาโดยตรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจึงมี หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมากมาย ส่วนมากแล้วเป็นองค์กรระดับ โลกทั้งสิ้น - ทรงประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ขึ้น
ใช้ในคอมพิวเตอร์ โดยพระองค์ทรงศึกษาโปรเเกรม “Fontastic” เเละพระองค์ทรงได้ประดิษฐ์ฟ อนต์ขึ้นมาใช้ในคอมพิวเตอร์ อันได้เเก่ ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ เเละฟอนต์ไทยอื่นๆ อีกมากมาย
.
.

.
- สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสห
ประชาชาติ (UNDP) ได้ทูลเกล้าถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพั ฒนามนุษย์ (The Human Development Lifetime Achievement Award) เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
เราคงไม่ต้องบรรยายที่มาที่ไปให้มากความ เพราะ “ลูกพ่อ” ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าในหลวงทรงอุทิศกำลังพระว รกายและทรงพระวิริยะอุตสาหะ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ น้อยใหญ่นานัปการ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนิ นไปตามถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศไทย ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ได้ทรงใกล้ชิดประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อต้องการให้ประชาชนชาวไ ทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอีกนานาเหตุผลที่ใครต่าง กล่าวขานพระนามพระองค์ว่าทร งเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา”
.
.

.
- ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ และครอบคลุมการพัฒนาเกือบทุ
กแขนง ทั้งในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการทางด้านการเกษตร โครงการทางด้านพลังงาน ฯลฯ นับพันโครงการ ก่อให้เกิดเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โครงการฝนหลวง โครงการแก้มลิง โครงการเศรษฐกิจชุมชนบนพื้น ที่สูง โครงการพืชสมุนไพร โครงการการพัฒนาและรณรงค์กา รใช้หญ้าแฝก นอกจากโครงการต่างๆ ของพระองค์ที่ทำให้เราเห็นเ ป็นรูปธรรมแล้ว พระองค์ยังทรงเป็นเสมือน “นักสร้างแรงบันดาลใจ” ให้แก่ปวงชนชาวไทย แรงบันดาลใจทั้งความคิดและก ารดำเนินชีวิต ทำให้หลายคนเจริญรอยตามเบื้ องพระยุคลบาท อยากเป็นพลเมืองที่ดีขึ้น อยากทำความดี มอบสิ่งดีๆ ให้แก่สังคม
.
.

.
- เมื่อครั้งพระชนม์เพียง ๘ พรรษา ในหลวงทรงซื้อกล้องถ่ายรูปก
ล้องแรกด้วยเงินสะสมส่วนพระ องค์ ทั้งยังเคยกราบทูลสมเด็จย่า ว่า อยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีกัน สมเด็จย่ารับสั่งตอบว่า “ลูกอยากได้ก็ต้องเก็บค่าขน มไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อ” เรื่องดังกล่าวนั้น เป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อ ย เมื่อในหลวงยังทรงพระเยาว์อ ยู่ ทว่าแม้กระทั่งในหลวงทรงมีพ ระชนมายุมากขึ้น ท่านก็ยังคงยึดแนวทางเช่นเดิม ซึ่งมีบันทึกว่าในปีหนึ่งๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเบิกดินสอใช้เพียง ๑๒ แท่ง โดยทรงใช้ดินสอเดือนละ ๑ แท่งเท่านั้น และทรงใช้จนกระทั่งดินสอนั้ นกุดจนใช้เขียนไม่ได้แล้วเส มอ หรือแม้แต่ “หลอดยาสีพระทนต์” ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเห็นกันบ ้างแล้ว นั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ส ะท้อน “ความพอเพียง” ของพระองค์ได้เป็นอย่างดี
.
.

.
- “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนชาวส
ยาม” พระปฐมบรมราชโองการของพระบา ทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ตลอด ๗ ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ทรงงานหนักและตั้งตน เป็นแบบอย่าง เป็น “พ่อที่ดี” ให้แก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ทรงรักษาสัญญา ทรงครองราชย์ตามหลักทศพิธรา ชธรรม และไม่เคยทอดทิ้งประชาชนชาว ไทย เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พระองค์ทรงเป็น “กษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่ส ุดในโลก” และยังเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ย มไปด้วยคุณธรรม และทรงทำทุกอย่างเพื่อประชา ชนอย่างแท้จริง
.
.

.
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์ พระราชทานแก่ภิกษุอาพาธเดือ นละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทรงทำนุบำรุงศาสนาเรื่อยมา - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระราชประสงค์จะพระราช ทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๙๐ ล้านบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนการศึกษา - ในปีพ.ศ. ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดิ นไหวเนปาล จำนวน ๑๐ ล้านบาท - ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือผู้ป
ระสบอุทกภัยแก่ชาวเมียนมา ๕ ล้านบาท - จากเหตุระเบิดบริเวณสี่แยกร
าชประสงค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระราชทานเงินเยียวยา โดยรับสั่งผ่านราชเลขาธิการ ฯให้รัฐบาลดูแลเรื่องนี้ และพระราชทานเงินให้คนไทยที่ได้รับผลกระทบอีกรายละ ๙ หมื่นบาท - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน 10 ล้านบาท ให้แก่เทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อนำไปเป็นทุนในการดำเนิ นการของศูนย์รักษ์สุนัขหัวห ินให้เป็นโครงการต้นแบบบริห ารจัดการสุนัขจรจัดอย่างมีร ะบบครบวงจร - ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปจัดซื้อน้ำดื่มจำน วน ๒๕,๐๐๐ ขวด แจกจ่ายแก่ราษฎรที่ประสบภัย น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกระ บี่
*จากข้อมูลดังกล่าว เป็นเพียงน้ำพระทัยส่วนหนึ่
.

.
- ในหลวงจะเป็นผู้ทรงประคองสม
เด็จย่าเสมอ เมื่อเสด็จไปในที่ต่างๆ ถึงแม้จะมีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล ที่คอยถวายการดูแลสมเด็จย่า อยู่แล้ว แต่ในหลวงทรงรับสั่งว่า “ไม่ต้อง คนนี้เป็นแม่เรา เราประคองเอง” - ในหลวงของเราเสด็จไปเสวยพระ
กระยาหารเย็นร่วมกับสมเด็จย่า สัปดาห์ละ 5 วัน - “เมื่อครั้งในหลวงเฝ้าสมเด็
จย่าอยู่จนถึงตีสี่ตีห้า เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่งแม่หลับ จึงเสด็จกลับ พอไปถึงวัง เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริรา ช เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่ บนเตียง ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่ากราบ ลงที่หน้าอกแม่ พระพักตร์ในหลวง ตรงกับหัวใจของแม่ ” ขอหอมหัวใจแม่…เป็นครั้งสุดท้าย ซบพระพักตร์นิ่งอยู่นาน แล้วค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนองต่อไปนี้จะไม่มีแม่ให้หอมอี กแล้ว เอามือกุมมือแม่ไว้ มือนิ่ม ๆ ทีไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็น กษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้ งเมือง ชีวิตลูกแม่ปั้น มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวีค่อย ๆ หวีผมให้แม่ หวีให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่…ให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่…”
.
เครดิตข้อมูล
http://talk.mthai.com/ topic/441440http://
http://www.healthandcuisine.com/ 29115/special-scoop/ kingphumipol-srinagarindra/
http://teen.mthai.com/ variety/118829.html
http://www.manager.co.th/ mgrWeekly/ ViewNews.aspx?NewsID=954000 0153789
http:// www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.co m/content/ index.php?page=category&typ e=view&cat=62
http://www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com/content/index.php?page=category&type=view&cat=59
http://www.eppo.go.th/royal/m1700_0015.html
http://www.chaoprayanews.com/2013/04/12/
http://deedaily.com/workmoney/2581
http://www.thairath.co.th/ content/161232
http://hilight.kapook.com/ view/143939
http://news.sanook.com/ 1843694/
http:// www.bangkokbiznews.com/ news/detail/661808https://

