X

‘ในหลวง ร.๙’ ผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้าน

Recommend 
Sep 29,2017
x W.

“กษัตริย์”

นับแต่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” หรือ ในหลวง “รัชกาลที่ 9” เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ พระองค์ทรงดำรงอยู่ใน “ทศพิธราชธรรม” อันหมายถึง ธรรม 10 ประการสำหรับพระเจ้าแผ่นดินเสมอมา รวมถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรต่างๆ ยังเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พสกนิการชาวไทยเป็นล้นพ้น ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เราจึงขอน้อมนำแบบอย่างของ “พ่อ” มาเผยแพร่ เพื่อเป็นมงคลชีวิตดังปรากฏต่อไปนี้

.


.

.

  • ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาจากองค์กรการประดิษฐ์นานาชาติว่า เป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก โดยสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ (ไอเฟีย) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการีได้ร่วมกำหนดให้วันที่ 2 ก.พ.เป็น “วันนักประดิษฐ์โลก”(International inventor’s day convention: IIDC) ซึ่งเริ่มจัดขึ้นในปี พ.ศ.2551 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และยกย่องในพระอัจฉริยภาพการเป็นนักประดิษฐ์ของพระองค์ท่าน
  • ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย ด้วยทรงสนพระราชหฤทัย ในเรื่องการประดิษฐ์เครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการ พัฒนาการเกษตรรูปแบบต่าง ๆ โดยอยู่บนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีแบบง่าย ๆ ใช้ภูมิปัญญาของเราเอง ใช้วัสดุภายในประเทศ เน้นความง่ายต่อการใช้งาน การซ่อมบำรุงและราคาถูก เช่น เครื่องสีข้าว กังหันน้ำ และทรงออกแบบเรือใบด้วยพระองค์เองอีกด้วย
  • ทรงเป็นพระผู้นำทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจึงมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมากมาย ส่วนมากแล้วเป็นองค์กรระดับโลกทั้งสิ้น
  • ทรงประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ขึ้นใช้ในคอมพิวเตอร์ โดยพระองค์ทรงศึกษาโปรเเกรม “Fontastic” เเละพระองค์ทรงได้ประดิษฐ์ฟอนต์ขึ้นมาใช้ในคอมพิวเตอร์ อันได้เเก่ ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ เเละฟอนต์ไทยอื่นๆ อีกมากมาย

.


.

.

  • สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้ทูลเกล้าถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (The Human Development Lifetime Achievement Award) เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
    เราคงไม่ต้องบรรยายที่มาที่ไปให้มากความ เพราะ “ลูกพ่อ” ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าในหลวงทรงอุทิศกำลังพระวรกายและทรงพระวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปตามถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศไทย ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ได้ทรงใกล้ชิดประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อต้องการให้ประชาชนชาวไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอีกนานาเหตุผลที่ใครต่างกล่าวขานพระนามพระองค์ว่าทรงเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา”

.


.

.

  • ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ และครอบคลุมการพัฒนาเกือบทุกแขนง ทั้งในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการทางด้านการเกษตร โครงการทางด้านพลังงาน ฯลฯ นับพันโครงการ ก่อให้เกิดเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โครงการฝนหลวง โครงการแก้มลิง โครงการเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่สูง โครงการพืชสมุนไพร โครงการการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก นอกจากโครงการต่างๆ ของพระองค์ที่ทำให้เราเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว พระองค์ยังทรงเป็นเสมือน “นักสร้างแรงบันดาลใจ” ให้แก่ปวงชนชาวไทย แรงบันดาลใจทั้งความคิดและการดำเนินชีวิต ทำให้หลายคนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท อยากเป็นพลเมืองที่ดีขึ้น อยากทำความดี มอบสิ่งดีๆ ให้แก่สังคม

.


.

.

  • เมื่อครั้งพระชนม์เพียง ๘ พรรษา ในหลวงทรงซื้อกล้องถ่ายรูปกล้องแรกด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ ทั้งยังเคยกราบทูลสมเด็จย่าว่า อยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีกัน สมเด็จย่ารับสั่งตอบว่า “ลูกอยากได้ก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อ” เรื่องดังกล่าวนั้น เป็นเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เมื่อในหลวงยังทรงพระเยาว์อยู่ ทว่าแม้กระทั่งในหลวงทรงมีพระชนมายุมากขึ้น ท่านก็ยังคงยึดแนวทางเช่นเดิม ซึ่งมีบันทึกว่าในปีหนึ่งๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเบิกดินสอใช้เพียง ๑๒ แท่ง โดยทรงใช้ดินสอเดือนละ ๑ แท่งเท่านั้น และทรงใช้จนกระทั่งดินสอนั้นกุดจนใช้เขียนไม่ได้แล้วเสมอ หรือแม้แต่ “หลอดยาสีพระทนต์” ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเห็นกันบ้างแล้ว นั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อน “ความพอเพียง” ของพระองค์ได้เป็นอย่างดี

.


.

.

  • “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนชาวสยาม” พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ตลอด ๗ ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ทรงงานหนักและตั้งตนเป็นแบบอย่าง เป็น “พ่อที่ดี” ให้แก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ทรงรักษาสัญญา ทรงครองราชย์ตามหลักทศพิธราชธรรม และไม่เคยทอดทิ้งประชาชนชาวไทย เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พระองค์ทรงเป็น “กษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก” และยังเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม และทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

.


.

.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์ พระราชทานแก่ภิกษุอาพาธเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทรงทำนุบำรุงศาสนาเรื่อยมา
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์จะพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน ๙๐ ล้านบาท เพื่อจัดตั้งกองทุนการศึกษา
  • ในปีพ.ศ. ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล จำนวน ๑๐ ล้านบาท
  • ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแก่ชาวเมียนมา ๕ ล้านบาท
  • จากเหตุระเบิดบริเวณสี่แยกราชประสงค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระราชทานเงินเยียวยา โดยรับสั่งผ่านราชเลขาธิการฯให้รัฐบาลดูแลเรื่องนี้ และพระราชทานเงินให้คนไทยที่ได้รับผลกระทบอีกรายละ ๙ หมื่นบาท
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน 10 ล้านบาท ให้แก่เทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อนำไปเป็นทุนในการดำเนินการของศูนย์รักษ์สุนัขหัวหินให้เป็นโครงการต้นแบบบริหารจัดการสุนัขจรจัดอย่างมีระบบครบวงจร
  • ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปจัดซื้อน้ำดื่มจำนวน ๒๕,๐๐๐ ขวด แจกจ่ายแก่ราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกระบี่

 *จากข้อมูลดังกล่าว เป็นเพียงน้ำพระทัยส่วนหนึ่งเท่านั้น


.

กษัตริย์

.

  • ในหลวงจะเป็นผู้ทรงประคองสมเด็จย่าเสมอ เมื่อเสด็จไปในที่ต่างๆ ถึงแม้จะมีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล ที่คอยถวายการดูแลสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงทรงรับสั่งว่า “ไม่ต้อง คนนี้เป็นแม่เรา เราประคองเอง”
  • ในหลวงของเราเสด็จไปเสวยพระกระยาหารเย็นร่วมกับสมเด็จย่า สัปดาห์ละ 5 วัน
  • “เมื่อครั้งในหลวงเฝ้าสมเด็จย่าอยู่จนถึงตีสี่ตีห้า เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่งแม่หลับ จึงเสด็จกลับ พอไปถึงวัง เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราช เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่ากราบลงที่หน้าอกแม่ พระพักตร์ในหลวง ตรงกับหัวใจของแม่ ” ขอหอมหัวใจแม่…เป็นครั้งสุดท้าย ซบพระพักตร์นิ่งอยู่นาน แล้วค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนองต่อไปนี้จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว เอามือกุมมือแม่ไว้ มือนิ่ม ๆ ทีไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็น กษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง ชีวิตลูกแม่ปั้น มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวีค่อย ๆ หวีผมให้แม่ หวีให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่…ให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่…”

.


เครดิตข้อมูล
http://talk.mthai.com/topic/441440http://
http://www.healthandcuisine.com/29115/special-scoop/kingphumipol-srinagarindra/
http://teen.mthai.com/variety/118829.html
http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9540000153789
http://www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com/content/index.php?page=category&type=view&cat=62
http://www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com/content/index.php?page=category&type=view&cat=59
http://www.eppo.go.th/royal/m1700_0015.html
http://www.chaoprayanews.com/2013/04/12/
http://deedaily.com/workmoney/2581
http://www.thairath.co.th/content/161232
http://hilight.kapook.com/view/143939
http://news.sanook.com/1843694/
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/661808https://

 

Advertisement
W.
Advertisement
Advertisement
Advertisement

Advertisement