“นิสัยไทยสไตล์”
บอกไว้ก่อนเลย…ไม่ได้อยากให้ดราม่า ! เราแค่อยากจะเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่ช่วยกันดึงสติคนไทยด้วยกันว่า “นิสัยไทยๆ” แบบนี้ บางทีเราเองก็ต้องยอมรับว่ามันไม่โอเค ! เพราะถ้ามองกันให้ลึกแบบไร้ทิฐิ ปราศจากอีโก้แล้วละก็ เชื่อว่าตั้งแต่เล็กจนโต คุณต้องเคยได้เห็นหรือเคยได้สัมผัสนิสัยไทยๆแบบนี้จากคนรอบตัว หรือได้ยินได้ฟังมาจากคนต่างชาติที่เค้าพูดถึง 5 นิสัยของคนไทยเหล่านี้มาบ้างแหละ ! ซึ่งบางครั้งคุณก็เองก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่เผลอทำนิสัยเหล่านี้ไปแบบไม่รู้ตัวเช่นกัน วันนี้ก็ถือซะว่าเรามาช่วยเตือนสติกันและกันอีกครั้ง ดีมั้ยล่ะคะ ? เอาล่ะ จะมีนิสัยแบบไหนบ้างนั้น ไปค่ะ ไปดู !
.
.
1.ไม่รักษาเวลา

.
ข้อแรกเลยจะเป็นเรื่องอะไรไปเสียไม่ได้ นอกจากเรื่อง “การไม่รักษาเวลา” นิสัยนี้อย่าหาว่าเราใส่ร้ายป้ายสีคนไทยด้วยกันเองเลยนะคะ ยอมรับกันตรงๆเถอะว่าพวกเรามักจะไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องนี้กันมากนัก เมื่อเทียบกับคนบ้านอื่น เมืองอื่น อย่างเช่นฝรั่ง หรือคนญี่ปุ่นเนี่ย เค้าซีเรียสกับเรื่องนี้มากๆเลยนะ ! ถ้าได้มีการนัดหมายกันเเล้ว เค้าไม่มีมาบอกว่า ขอไปสายหน่อย , พอดีรถติด , ไม่มีรถ Taxi อะไรพวกนี้หรอก จุดนี้ถ้าคุณต้องติดต่อกับชาวต่างชาติ ยิ่งต้องให้ความสำคัญแบบสุดๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วแม้จะเป็นการนัดหมายอะไรกับคนไทยด้วยกันเองก็เช่นกัน เอาง่ายๆ อย่างเช่นการเข้างานให้ทันเวลา การออกงานให้ตรงเวลา เริ่มจากแค่ตรงนี้ก่อนเลยก็ได้ค่ะ ลองปรับๆกันดูนะคะ
.
2.ไม่กล้าแสดงออก

ข้อนี้ขอจัดเป็นกรุ๊ปเดียวกับนิสัย “ขี้อาย” “ขี้เกรงใจ” ซึ่งส่วนใหญ่นิสัยจำพวกนี้คนไทยด้วยกันเองอาจจะดูไม่ค่อยออก เพราะเราจะมองกันว่ามันเป็นนิสัยที่น่าเอ็นดู เป็นสิ่งที่ควรทำเสียด้วยซ้ำ คือ คิดอะไรอยู่ในใจ ก็จะเก็บเอาไว้ ปล่อยมันเลยตามเลย แคร์สายตาชาวบ้านมากๆ แม้ในใจจะมั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่ตนเองคิดมันถูกต้อง ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ซึ่งอะไรเหล่านี้มันมักจะแสดงออกมาชัดๆว่ามันไม่โอเค เมื่อคนไทยไปอยู่กับวัฒนธรรมอื่น อย่างเช่นสังคมตะวันตก ตัวอย่างที่เราจะได้ยินบ่อยๆก็คือนักเรียนไทยที่ไปศึกษาต่างประเทศมักจะขี้อาย ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในคลาสเรียน โอเคส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอุปสรรคเรื่องภาษา พอเข้าใจได้อยู่ค่ะ แต่เมื่อปรับสกิลเรื่องภาษาได้แล้ว ก็อย่าลืมปรับนิสัยไม่กล้าแสดงออกด้วยนะ !
.
3.ล้อสังขาร

.
ยกตัวอย่างเอาแบบง่ายที่สุด ก็อย่างเช่น ตอนคนไทยเจอกัน บางครั้งเราก็จะทักทายกันด้วยคำถามที่มันไม่โอเค ! เช่น “อ้วนขึ้นหรือเปล่า” “ทำไมหน้าเทาจัง” “ไปทำอะไรมาทำไมตัวดำจัง” เป็นต้น เรื่องอะไรแบบนี้บางทีเราก็ทำกันจนเคยชินจนบางทีจะบอกว่ากลายเป็น “นิสัย” ก็ดูจะไม่เว่อร์จนเกินไป หรือการเอาปมของคนอื่นมาล้อเลียน เช่น ถ้าใครผิวคล้ำ ขอโทษนะคะเราก็อาจจะเรียกเค้าว่า “อีดำ” “ไอ้มืด” หรือ ถ้าเค้าน้ำหนักเยอะก็ “อ้วน” “หมู” อะไรก็แล้วแต่ จริงๆถ้าสนิทกันมากๆมันก็พอเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง แต่จะว่าไปแล้วแบบไม่ได้โลกสวย เอาเข้าจริงก็คงไม่มีใครอยากโดนเรียกหรือถามอะไรแบบนี้หรอก จริงมั้ยล่ะ ?
.
4.ไม่เคารพกฎ

.
คนไทยใจดีอะน๊อ อะไรอะลุ่มอล่วยได้ ก็เจ๊าๆกันไป….โอ๊ยยยย ไม่ได้ค่าาาาาา ! ก็เพราะแบบนี้ไง เล็กๆน้อยๆเราก็ยอมกันไป จนมันติดเป็นนิสัย สุดท้ายมันก็บานปลายไม่จบแค่เรื่องเล็กๆ ที่ฮิตที่สุดก็คงเป็นเรื่องกฏจราจรนี่แหละ เช่น ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย คิดจะข้ามตรงไหนเน้นสะดวกไว้ก่อน หรือ การจอดรถ เอะอะอยากจอด ฉันก็จะจอด พอโดนล็อคล้อ หรือคุณตำรวจมาทักทาย ก็จะตามมาด้วยการเบ่ง “พ่อชั้นใหญ่” “รู้มั้ยผมลูกใคร” หรือ แอบติดสินบน พร้อมพูดเบาๆ จะไม่ทำอีกแล้วจ้า แต่ยังไม่ทันพ้นอาทิตย์ก็ทำอีกเหมือนเดิม นี่แหละค่ะคนไทย T_T กฏต่างๆเค้าตั้งขึ้นมาเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขที่สุดนะคะ ช่วยกันเคารพเถอะค่ะ พลีสสสส
.
5.ไม่อ่านสือ

.
ถ้าคุณอ่านมาถึงข้อนี้ได้ เราก็แอบยิ้มดีใจอยู่เล็กๆ ว่าคุณอ่านหนังสือเกินปีละ 8 บรรทัด ! ลบคำสบประมาท ที่เค้าชอบพูดกันว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อย แต่อันนี้ก็ต้องยอมรับจริงๆนะคะ ว่าถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆแล้ว คนไทยเรามีนิสัยที่ชอบอ่านหนังสือน้อยกว่าประเทศอื่นเค้าอยู่มากจริงๆ อย่างสิงคโปร์ หรือ ญี่ปุ่นเนี่ย ถ้าใครได้มีโอกาสเดินทางในระบบรถสาธารณะของเค้า จะเห็นว่าคนมักจะพกหนังสือติดตัวขึ้นมาอ่านกันตลอด ตัดภาพมาที่บ้านเราจะเห็นแต่ไถมือถือ ยืนฟังเพลงกันเสียมากกว่า แอบหวังใจลึกๆว่าในมือถือที่จ้องกันอยู่นั้น อาจจะเป็น E-book หรือบทความดีๆต่างๆก็เป็นได้ ไม่ใช่แค่ Facebook หรือ IG !
.
เอาล่ะค่ะ…ย้ำกันอีกครั้งว่าเราไม่ได้จะมาต่อว่า หรือ ตำหนิคนไทยด้วยกันเอง ! เพราะบางอย่างตัวเราเองก็ต้องยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีนิสัยแบบนั้น จึงขอใช้โอกาสนี้เหมือนเป็นเครื่องเตือนสติตัวเองและคนไทยด้วยกัน ให้เห็นความสำคัญของนิสัยต่างๆ ที่มันอาจจะถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรปรับ ควรหยุด อย่าให้ใครมาว่าได้ว่านิสัยไทยๆแบบนี้มันไม่ดี อยากให้ทุกคนลองลงมือปรับตัวเองกันดูนะคะ คนละไม้ คนละมือ เชื่อว่าประเทศไทยของเราจะพัฒนาไปในทางที่ดีได้แน่นอน ฝากไว้ด้วยค่ะ ; )

