จด จำ นำไปใช้! 8 “ศัพท์ในที่ประชุม” รับรองประชุมผ่านฉลุย!

“ศัพท์ในที่ประชุม” ใครที่เพิ่งก้าวเข้ามาเป็น First Jobber คงจะงง ๆ กับศัพท์ภาษาอังกฤษในห้องประชุมที่เจ้านายกับหัวหน้าใช้กัน ทำให้เราทำตัวไม่ถูก แปลไม่ออก หนักเข้าก็เตรียมเอกสารการเข้าประชุมมั่วซะงั้น วันนี้เลยนำ “ศัพท์ในที่ประชุม” ที่เหล่า First Jobber ควรรู้ไว้ จะได้ไม่หน้าแตกเวลาเข้าประชุมยังไงล่ะ! Meeting เริ่มที่คำแรกกันเลย Meeting คือคำสำคัญของการประชุมเลยล่ะค่ะ เพราะมันแปลว่า การประชุม นั่นเอง ที่เราได้ยินหัวหน้าพูดว่าวันนี้มี Meeting นะ ไม่ใช่การพบปะสังสรรค์ค่ะ แต่เป็นการประชุมนั่นเอง ลองอ่านในเอกสารดูสิ เผื่อจะเจอคำว่า Weekly Meeting บ้าง Monthly Meeting บ้าง แปลว่าการประชุมประจำสัปดาห์ และการประชุมประจำเดือนนั่นเองค่ะ Minutes หลายคนต้องคุ้นกับคำว่า Minutes ที่เกี่ยวข้องกับการบอกเวลาแน่ ๆ เลย แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่า Minutes ในที่นี้แปลว่า บันทึกการประชุม นั่นเองค่ะ ซึ่งคนที่จะมีเจ้า Minutes ไว้ในมือคือเลขานุการของเรา เธอจะคอยจดหัวข้อ สิ่งที่ประชุมทุกอย่างเพื่อสรุปออกมา […]

ฤดูฝนนี้ไม่มีกลิ่นอับ “5 เคล็ดลับตัวหอมยาวนาน”เพื่อซิสทุกคน

ฤดูฝนนอกจากจะหอบเอาความเหงามาทักทายสาวโสดอย่างเราแล้ว ยังพาเรื่องไม่พึงประสงค์อย่าง รถติด ความเปียกแฉะ น้ำท่วม และเรื่องกลิ่นอับมาสู่ชีวิตสาว ๆ อย่างเราอีกด้วย! แต่จะเป็นสาวที่หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี แต่เดินผ่านมาทีแล้วพกกลิ่นอับชื้นมาเต็ม มันคงจะไม่งาม! เจ้ไม่อยากให้ซิสพลาด ดังนั้นเอา 5 เคล็ดลับตัวหอมยาวนานสู้ฝนไปใช้กัน สเปรย์ฉีดผมต้องใช้ไม่ขาด ผมยาว ๆ สลวย ๆ ของเราในวันที่อากาศดีนี่อะไรก็ดีไปหมด เราจะสยายผมโชว์ความสวยความหอมเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อฝนเทลงมาแล้วผมเปียกไปทั้งหัวนี่แหละหายนะ! ผมกลายเป็นอีกส่วนของร่างกายที่สามารถหมักหมมส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์มาทำร้ายเราและคนรอบกายได้แบบโหดสุด ๆ ดังนั้นนอกจากสระผมเป็นประจำแล้ว ลองใช้สเปรย์ฉีดผมเพื่อเพิ่มความหอมสดชื่นดู รับรองเลยว่าเราจะต้องมัดใจผู้ชายที่เดินผ่านไปผ่านมาแล้วได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนผมเราแน่นอน น้ำหอมที่ใช่จะทำให้ซิสหอมทั้งวัน การใช้น้ำหอมก็เป็นอีกทางที่จะสร้างกลิ่นหอมให้ติดตัวเราไปทั้งวันได้แบบชิล ๆ ดังนั้นถ้าซิสคนไหนที่ยังไม่ได้ใช้น้ำหอม เจ้ว่าหน้าฝนนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ลองเลือกเอากลิ่นที่เข้ากับคาแรคเตอร์ของเรา จะยิ่งส่งเสริมเสน่ห์ แถมทำให้ความเป็นตัวตนของเราโดดเด่นกว่าเดิม ที่สำคัญอย่าลืมฉีดพรมน้ำหอมในจุดที่เลือดไหลเวียนเป็นพิเศษอย่างบริเวณชีพจร เช่น หลังใบหู ข้อมือ รวมถึงฉีดไปในอากาศจาง ๆ แล้วเดินผ่าน เพื่อให้น้ำหอมติดไปทั่ว ๆ ตัวเราด้วย เจ้บอกเลยว่าหอมไปทั้งวันค่ะคุณขา แฮนด์ครีมระหว่างวันช่วยซิสได้ บางทีระหว่างวันกลิ่นน้ำหอมที่เราฉีดมาก็เจือจางลงไป (แต่มันไม่ได้หายไปไหนหรอก เราแค่ชินกับกลิ่นตัวเองแล้ว) การใช้แฮนด์ครีมกลิ่นที่ชอบจะช่วยให้เรามีกลิ่นหอมจาง […]

เครียดไปหรือเปล่า? 7 สัญญาณเตือนว่ากำลังเป็น “โรคเครียดงาน”

 “โรคเครียดงาน” เห้ออออ ช่วงนี้ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้ ยิ่งทำงานยิ่งเครียด กลับบ้านไปก็หมดแรงจะทำอะไรต่อแล้ว! เคยมีอาการนี้กันบ้างหรือเปล่าจ๊ะพวกเธอ ทั้ง ๆ ที่เป็นงานที่ชอบ แต่กลับเหนื่อยหน่ายที่จะทำ ยิ่งทำทั้งร่างกายและจิตใจยิ่งย่ำแย่ลงทุกที ทรมานกับการทำงานในแต่ละวันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการแบบนี้น่าสงสัยนะจ๊ะ สงสัยเธอคงจะเป็น “โรคเครียดงาน” แล้วล่ะ! อ่อนเพลียง่าย นั่งทำงานไปไม่กี่ชั่วโมงก็อยากจะนอนพักผ่อนซะแล้ว กลับบ้านไปเป็นต้องทิ้งตัวลงนอนทันที หรือไม่ก็รู้สึกว่าภูมิต้านทานร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ป่วยง่ายแม้เวลาทำงานเท่าเดิม อาการแบบนี้เป็นอาการแรก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเธอกำลังเครียดกับงานที่ทำอยู่ เริ่มมีอาการนี้กันหรือยัง? ปวดขมับเมื่อรู้สึกกดดัน ในการทำงานมักจะมีฟีดแบคทั้งดีและไม่ดีเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนที่เกิดโรคเครียดงานนั้น เมื่อได้รับฟีดแบคที่ไม่ดี หรือโดนกดดันมาก ๆ มักจะปวดขมับข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาทันที และอาการนี้จะรบกวนเมื่อเรารู้สึกกดดันมากขึ้น รีบหาวิธีผ่อนคลายซะนะจ๊ะ เพราะอาจจะทำให้เธอได้โรคไมเกรนเพิ่มขึ้นมาน่ะสิ! กินมากขึ้นหรือน้อยลง สัญญาณคนเครียดงานอีกข้อหนึ่ง สังเกตได้ง่าย ๆ จากเรื่องกินเลยค่ะ อย่างแรกคือกินน้อยลง ถ้าเกิดเครียดเรื่องงานมาก ๆ จะไม่รู้สึกอยากอาหาร กินได้น้อยมากหรือพาลไม่กินไปซะเลย แค่เห็นอาหารวางอยู่ตรงหน้าก็รู้สึกเบื่อหน่าย อย่างที่สองคือกินเยอะมากขึ้นกว่าปกติค่ะ ซึ่งเป็นการกินเพื่อให้ลืมงานที่แสนเครียด เรียกง่าย ๆ ว่าขอมีความสุขกับการกินนั่นแหละ แต่ไม่ว่าจะกินมากไปหรือน้อยไปก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ! ทำผิดพลาดในเรื่องเล็กน้อย คนที่ทำงานแล้วผิดพลาดในเรื่องใหญ่ ๆ […]

อย่าโกหกฉัน! “5 สัญญาณทางกาย” ที่บอกได้ว่ามีคนกำลังโกหก

คนโกหกนี่เกลียดนัก! เจอที่ไหนอยากกระชากหน้ากากแห่งความหลอกลวงออกมาที่นั่น แต่ เอ๊ะ ก่อนจะกระชากหน้ากากเขาได้ก็ต้องจับสัญญาณให้ได้ก่อนไหมคะว่าเขากำลังโกหกเราอยู่? จะไปกล่าวหาลอย ๆ มั่ว ๆ ไม่มีหลักฐานก็คงจะไม่ใช่นิสัยสาวสวยรวยเสน่ห์อย่างเรา ๆ BEAUTY HUNTER เข้าใจปัญหานี้ดี วันนี้เราเลยภูมิใจนำเสนอ 5 สัญญาณทางกายที่มันฉายแววออกมาว่าคนตรงหน้ากำลังโกหกเราอยู่!? พูดซ้ำไปมาอยู่ได้! เคยไหมคะซิสที่เราพยายามจะชักจูงใครสักคนให้เชื่อเรา แล้วหนึ่งในกลยุทธ์การโน้มน้าวชักจูงก็คือต้องพูดวน ๆ ซ้ำ ๆ การโกหกก็เช่นกันค่ะ การใช้คำซ้ำ ๆ ประโยคเดิม ๆ เนื้อหาวนไปวนมา เดี๋ยว ๆ ก็กลับมาที่เดิมอีกแล้ว เพราะเขากำลังชักจูงให้เราเชื่อเขา หรืออีกทางหนึ่งเขาเองก็ไม่เชื่อตัวเองด้วยซ้ำไป เลยต้องพูดอะไรซ้ำ ๆ เพื่อหลอกตัวเองไปด้วย! ขยับเท้าดุ๊กดิ๊กไปมา คุย ๆ กันอยู่แล้วก็ขยับเท้าไปมาซะอย่างนั้น (เท้านะ ไม่ใช่ขา) บอกเลยค่ะว่านี่คือสัญญาณความผิดปกติอย่างหนึ่ง! เพราะคนเราเวลากระวนกระวายใจ หรือรู้สึกอึดอัดมักจะขยับเท้าไปมาโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญการขยับเท้าดุ๊กดิ๊กลุกลนยังบ่งบอกอีกด้วยว่าเขาไม่อยากเผชิญสถานการณ์ตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว ชี้นิ้วใส่เฉยเลยแฮะ เวลาคนโกหกถูกไล่ต้อนให้จนมุมไปเรื่อย ๆ มันก็จวนตัวขึ้นทุกที ๆ นึกออกไหมคะซิส ยิ่งช่วงที่เรากำลังถามคำถามจี้ใส่เขารัว ๆ […]

A วนไปค่ะซิส “5 ทริคอ่านหนังสือสอบ” ให้สอบได้!

ซิสคะ! เคยไหมที่อ่านหนังสือเป็นเดือน ๆ แทบตายแต่ยังไง๊ ยังไงก็ทำข้อสอบไม่ได้ซักที เคยไหมอ่านพร้อม ๆ กันกับเพื่อนแต่เพื่อนได้เอ แต่เราได้ดี อ้อ ไม่ใช่ได้ดิบได้ดีนะคะ แต่เกรด D Dog มันถามหา! จนหัวใจแห้งเหี่ยวอยากซิ่วให้รู้แล้วรู้รอด แต่ไม่ได้ค่ะ จิตวิญญานนักสู้อย่างเราต้องสตรองเข้า วันนี้ BEAUTY HUNTER จะไม่เป็นกำลังใจให้เปล่า ๆ แต่เอาทริคอ่านหนังสืออย่างไรให้สอบได้มาฝากกัน เวลาอ่านต้องเป๊ะ! หมดเวลาของการอ่านไปเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ รู้ว่าจะสอบล่วงหน้าหนึ่งเดือนก็อ่านมันทุกวัน วันละหลาย ๆ ชั่วโมง บางวันก็อ่านมันทั้งวันทั้งวี่ (แต่ไม่เข้าสมองเลย) เปลี่ยนมาตั้งเวลาให้ตัวเองใหม่ เช่น อ่านทุกวันวันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น หรืออ่านวันละนิดละหน่อยหลังมื้ออาหาร หรือถ้าต้องการความต่อเนื่องก็อ่าน 1 สัปดาห์ก่อนสอบแต่อ่านวันละ 4-5 ชั่วโมง พูดง่าย ๆ ว่าเวลาที่กำหนดว่าจะอ่านยืดหยุ่นได้ แต่ต้องกำหนดชัดเจนนะคะซิสขา ไม่ใช่อ่านทั้งวันแต่ก็ไถอินสตาแกรมเพลิน ๆ ทั้งวันก็ไม่ดีค่ะ ไม่เวิร์ค เวลาพักต้องปัง! […]

สาวโสดรอดไป! นักวิจัยชี้ว่า “ยิ่งเราแฮปปี้อินเลิฟ เราจะยิ่งอ้วนขึ้น”

“อ้วน” เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเรามีความรักหวานแหวว แล้วเรามักน้ำหนักขึ้น? นอกจากเหตุผลง่าย ๆ อย่างการมีคนพาไปกินอาหารอร่อย ๆ แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เรามโนทึกทักขึ้นมาเองแน่ ๆ เพราะนักวิจัยเขาออกมาชี้ชัดเลยว่ายิ่งคนเรามีความสุขกับชีวิตคู่มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งน้ำขึ้นมากเท่านั้น! งานวิจัยชวนตื่นตะลึงนี้มากจาก National Center for Biotechnology โดยงานวิจัยครั้งนี้ก็ไปสรรหากลุ่มตัวอย่างที่เป็นคู่รักมาทั้งหมด 169 คู่ จากนั้นก็ติดตามดูวิถีชีวิตไลฟ์สไตล์เป็นเวลายาวนานถึง 4 ปี โดยโฟกัสไปที่ 2 อย่างด้วยกัน โดยอย่างแรกก็คือจับคู่รักนั้นมาชั่งน้ำหนัก 2 ครั้งต่อปี นอกจากนั้นยังสำรวจความพึงพอใจ สำรวจปริมาณความสุขที่คู่รักมีต่อกันด้วย ความพีคก็คือเมื่อผลสำรวจออกมานั้นก็พบว่าเป็นไปตามสมมติฐานเป๊ะเลย คือคู่ที่เปิดเผยออกมาว่ามีความสุขกับความรัก มีความสุขกับคู่รัก พวกเขาจะน้ำหนักเพิ่มขึ้น! ในขณะที่คู่ที่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไม่มีความสุขต่อกันเท่าไหร่จะยังรูปร่างเท่า ๆ เดิม (ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย) ที่มันเป็นแบบนี้นักวิจัยบอกมาว่าเพราะคนที่มีความสุขกับความสัมพันธ์อยู่แล้ว จะมีฟีลลิ่งมั่นคง มั่นอกมั่นใจ ว่า เฮ้ยย แก ๆ ฉันเจอเนื้อคู่แล้วนะ ฉันไม่ต้องตามหาใครอีกต่อไปแล้ว ฉันปล่อยตัวปล่อยใจไว้กับที่รักของฉันได้เต็มที่เลย ไม่ต้องพะวงว่าจะอ้วนหรือผอมอีกต่อไป แต่ในทางกลับกันคนที่ไม่มีความสุขกับความรักก็จะฟีลลิ่งที่ว่า […]

เป็นคนเหงารับวาเลนไทน์มันเศร้าใจ เพราะ “นักวิจัยชี้ว่ายิ่งเหงายิ่งอันตรายกว่าการสูบบุหรี่”

“วาเลนไทน์” เหมือนฟ้าดินจะลงโทษสาวสวยและโสดอย่างเราไม่พอ เพราะแค่โสดและเหงาก็ว่าเปล่าเปลี่ยวหัวใจมากมายจนใจแทบสลายอยู่แล้ว แต่มีงานวิจัยที่แว่ว ๆ ออกมาว่าความโสดอาจทำร้ายเราได้จริง ๆ ! ใช่ค่ะซิส เรามักชอบตั้งคำถามกับตัวเองว่า เอ เราเหงา ๆ นี่เราจะเหงาจนตายได้จริง ๆ ไหมนะ คราวนี้คงพูดได้เต็มปากเต็มคำหรือไว้ขอความเห็นใจคนอื่นได้แล้วว่า “ใช่ ความเหงาทำร้ายสุขภาพเราได้จริงค่ะ” และความร้ายแรงของความเหงาก็ถูกขยายไปถึงว่าสามารถทำร้ายทำลายสุขภาพเราได้เท่า ๆ กับการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวันเลยทีเดียว คุณพระ! ประเด็นร้ายแรงอย่างการที่ความเหงานั้นทำร้ายสุขภาพ ทำร้ายมนุษย์ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องทางจิตใจหรือทางอารมณ์เพียว ๆ อย่างที่สาว ๆ อย่างเราเคยเข้าใจอีกต่อไปแล้ว ปัญหาความเหงาเรื้อรังนี้กลายเป็นประเด็นทางการแพทย์ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานี้นักวิจัยพากันรุมศึกษาเรื่องความเหงา เรื่องความโดดเดี่ยวทางสังคมที่มนุษย์เผชิญแล้วมีผลกระทบเชิงลึกแสนลึกต่อสุขภาพ แต่มันไม่ใช่ส่งผลกระทบแค่สุขภาพเท่านั้นน่ะสิ เพราะมันส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและการตายของมนุษย์อีกด้วย! รู้อย่างนี้แล้วสาว ๆ อย่าเพิ่งกลั้นใจตายไปค่ะ ฟังอีกข้อเท็จจริงจากงานวิจัยก่อน ข้อเท็จจริงก็คือ “คนเหงามีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตไวกว่าคนไม่เหงาอีกด้วยจ้า” (ร้องไห้!) งานวิจัยจาก Brigham Young University ทำการวิจัยที่ยาวนานมากถึง 34 ปี โดยการศึกษาครั้งนี้กินระยะยาวนานตั้งแต่เดือนมกราคม ปี […]

สาวสาย ฝ. ต้องฟัง “5 วิธีเรียนภาษาใหม่” ที่ดีต่อใจมากกว่าแค่ท่องจำ

“เรียนภาษา” ในวันที่โลกหมุนไปไวจนเราแทบจะตามไม่ทันแล้วนั้น การเชี่ยวชาญในภาษาใดภาษาหนึ่งอย่างแตกฉานเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตสาว ๆ อย่างเรา แต่จะดีกว่าเดิมแค่ไหนถ้าเราได้ภาษาที่สอง ภาษาที่สาม ภาษาที่สี่ไปด้วย แต่แหมมันง่าย ๆ กันที่ไหนล่ะคะซิส!? แอบบ่นในใจแบบนี้อยู่ใช่ไหมล่ะ? แต่ BEAUTY HUNTER บอกเลยว่ามันไม่ได้ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น และนี่คือ 5 วิธีที่จะทำให้เราเรียนรู้ภาษาแบบใหม่ที่ดีต่อใจมากกว่าการท่องจำ ดูการ์ตูนภาษานั้น เราอาจเคยได้ยินมาบ้างว่าให้ดูหนัง ให้ฟังเพลงเป็นภาษาที่เราจะเรียน แต่คุณขา ไม่ว่าจะหนัง จะเพลงมันก็เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะมากมายที่คนเริ่มเรียนอย่างเราต้องปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมด ไหนจะความเร็วในการพูดหรือร้อง ความซับซ้อนของประโยคอีก ดังนั้นโยนมันทิ้งไปเลยค่ะ! แล้วหันมาดูการ์ตูนสำหรับเด็กแทน! ใช่ ฟังไม่ผิด เพราะการ์ตูนสำหรับเด็กเขาก็ทำมาเพื่อให้เด็กที่เพิ่งเริ่มฟังเริ่มพูดได้ดู เพราะฉะนั้นเริ่มเรียนรู้จากสิ่งนี้นี่แหละเวิร์คแน่นอน ทำภาษาให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต การทำภาษาให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนั้นสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เอาคำศัพท์มานั่งท่อง ๆ ๆ ทุกวันแล้วจะเวิร์คเสมอไป เพราะไม่แน่ด้วยซ้ำว่าคำศัพท์ที่เราท่องไปเราจะได้ใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ หรือเปล่า ลองเปลี่ยนใหม่ โดยการเรียนรู้ทุกอย่างในชีวิตประจำวันด้วยการคิดหรือเรียนรู้เป็นภาษานั้นซะ เช่น ติดป้ายทุกอย่างในห้องนอนด้วยคำศักพ์ภาษานั้น ๆ ที่เราเรียนซะเลย ทีนี้ไม่ว่าเรามองไปทางไหนเราก็จะรู้แล้วว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราเรียกเป็นภาษาที่เราเรียนว่าอะไร จากคำศัพท์ก็ค่อย ๆ ขยายไปเป็นประโยค […]

ไม่เอา อย่ามือไว “5 สิ่งที่สาว ๆ อย่างเราควรห้ามใจ” ไม่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

“โซเชียลมีเดีย” รู้ว่าเราอยู่ในยุคที่โซเชียลมีเดียโผล่หน้ามาทักทายเราในทุกขณะของชีวิต จะกินข้าวก็อยากถ่ายรูปอาหาร รูปขนมสวย ๆ ไว้ให้เพื่อนอยากกินบ้าง ไปเที่ยวที่ชิค ๆ ก็อยากบอกให้คนอื่นรู้ว่าเราได้มาแล้วนะ เจอใครก็อยากประกาศออกไปว่าวันนี้ฉันมาเจอคนนี้ไง ทำอะไรก็อยากให้เพื่อน ๆ มีส่วนร่วมไปหมด โพสต์ไปก็ไม่มีใครว่าหรอกจ้ะ เรื่องดี ๆ ใคร ๆ ก็อยากแบ่งปัน BEAUTY HUNTER ยังชอบแชร์เรื่องดี ๆ ให้สาว ๆ เลย แต่ก็มีบางเรื่องที่โพสต์ไปด้วยความมือไวอาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี วันนี้ BEAUTY HUNTER จะเอามาแชร์กันว่ามีเรื่องไหนบ้าง โพสต์ด่าคนอื่นอย่างเมามัน ก็รู้ว่าเรามีคนที่เรารัก และมีคนที่เราไม่ชอบขี้หน้า เมาธ์ ๆ กับเพื่อนรอบข้างพอขำขัน หรือพอได้ระบายอารมณ์ความในใจยังพอควบคุมได้ แต่การที่เราโพสต์จิกกัด ด่าทอใครสักคนลงบนโซเชียลมีเดีย (แม้จะเป็นการพูดลอย ๆ ก็ตามที) ก็สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ดูเป็นคนไม่มีวุฒิภาวะขึ้นมาทันที บอกเลยนะคะซิสว่าเกลียดใครก็นิ่ง ๆ ไว้สวย ๆ ดีกว่า อย่าให้บรรยากาศแห่งความแซ่บร้ายถูกกระจายออกไปโดยควบคุมไม่ได้ จนเราดูเลวร้ายกว่าความเป็นจริง เพราะข้อความนั้นมันจะย้อนกลับมาทำร้ายทำลายเราทีหลังเอาได้ เช็คอินทันที เช็คอินน่ะมันทำได้ […]

“5 เหตุผลดี ๆ เชื่อถือได้” ว่าทำไมนั่งทำงานในร้านกาแฟถึงดีกว่าทำที่บ้าน

นั่งร้านกาแฟ สาว ๆ อย่างเราคงรู้ดีว่าหลายครั้งที่สมาธิไม่มีบ้านก็ช่วยไม่ได้ ห้องสมุดก็ช่วยไม่ได้เข้าไปใหญ่ แต่พอได้ไปนั่งปล่อยตัวปล่อยใจในร้านกาแฟเดี๋ยว ๆ พลังงานก็พวยพุ่งเหมือนได้ทานเครื่องดื่มชูกำลังเกินวันละ 2 ขวดเข้าไปทันที ไปบ่อย ๆ ก็ดีต่อใจ แถมได้ส่องหนุ่ม ๆ ด้วย (ผิดแล้ว!) แต่ที่บ้านนี่สิที่ไม่ค่อยเข้าใจ คอยสงสัยตลอดว่าเราแอบหนีเที่ยวไม่ได้ไปทำงานหรืออ่านหนังสือจริง ๆ วันนี้ BEAUTY HUNTER มีเหตุผลดี ๆ ไว้ให้เอาไปบอกที่บ้านแล้วว่าทำไมทำงานอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟถึงดีกว่า เสียงในร้านกาแฟมีผลต่อสมาธิ เราอาจเคยเข้าใจว่าเสียงเงียบ ๆ มีผลต่อการโฟกัสกับงาน ดังนั้นผู้ใหญ่จึงมักบอกให้เราเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดสุดเงียบวังเวง หรือบอกให้ปิดประตูเข้าห้องไม่ต้องออกมาจนกว่าจะอ่านหนังสือจบ! แต่จริง ๆ แล้วเสียงแวดล้อมที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือคือเสียงประมาณ 70 เดซิเบล (เมื่อเทียบกับเสียง 50 เดซิเบลที่เบากว่า) ดังนั้นเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่ไม่ดังเกินไปหรือเบาเกินไปอย่างร้านกาแฟจึงเหมาะสมกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่า สิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ช่วยได้ การที่มนุษย์อย่างเราทนทำอะไรจำเจนาน ๆ ได้ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไปการได้ลองเจออะไรใหม่ ๆ ช่วยกระตุ้นการคิดอะไรไปในทิศทางที่ไม่เคยคิดมาก่อนได้ดีกว่าเดิม การได้ออกมานั่งร้านกาแฟที่จะได้เจอผู้คนใหม่ ๆ เสียงใหม่ ๆ กลิ่นใหม่ ๆ […]

Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement
Advertisement