หากเรามีโอกาสได้ดูรายการทอล์คโชว์ หรืออ่านบทสัมภาษณ์ของบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลก/ประเทศ คุณสมบัติหนึ่งที่คนเหล่านั้นมีเหมือนๆ กัน คือ เขาเป็นคนที่มีความ “มั่นใจ” เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นบุคคลที่น่าทึ่งและน่าชื่นชมในเวลาเดียวกัน
การที่คนเราจะประสบความเร็จได้นั้น ไม่มีอะไรมาการันตีได้หรอก ว่าท้ายที่สุดสิ่งที่ทำมันจะเวิร์กหรือเปล่า? ทุกอย่าง คือ ความไม่แน่นอน หรือต่อให้คุณมีไอเดีย เป็นคนเก่ง แต่ขาดความ “มั่นใจ” ในการลงมือทำ แล้วจะประสบความสำเร็จได้ยังไง

.
ดังนั้น เมื่อพูดถึงคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จ เราขอพูดถึงความ “มั่นใจ” ในตัวเองก่อนละกัน เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอันดับต้นๆ เลย ถ้าวันนี้คุณยังเป็นคนที่กล้าๆ กลัวๆ ลองมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่ “มั่นใจ” ขึ้นกันดูมั้ยคะ? แล้วฝันหรือเป้าหมายของคุณที่คิดไว้ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เราก็สามารถทำมันให้เป็นความจริงได้ไม่ยากอีกต่อไป เชื่อสิ!
เริ่มที่ตัวเอง

.
การกระทำสำคัญกว่าคำพูด แต่ความคิดสำคัญกว่าการกระทำซะอีกนะ เพราะสมองก็ย่อมเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังทุกการกระทำ สมองทำให้เราคิดป้องกันตัวเองต่างๆ นานๆ เราเลยกลัวหรือไม่มั่นใจในตัวเองหรือการกระทำของตัวเอง ดังนั้น หากจะเปลี่ยนตให้กลายเป็นคนที่มั่นใจขึ้นเราต้องหันมาเซตสมองเราใหม่ แค่เริ่มพูดกับตัวเองในเชิงบวกและสร้างสรรค์มากขึ้น เช่น “มั่นๆ หน่อย” หรือ “เราต้องทำได้สิ” เป็นต้น ค่อยๆ ปรับไปเรื่อยๆ ไม่มีใครให้กำลังใจ ก็ให้กำลังใจตัวเองนี่แหละค่ะ
.
หาข้อเสียของตัวเอง

ความมั่นหน้า เอ้ย! “มั่นใจ” ในตัวเองมากๆ อาจจะส่งผลเสียได้มากกว่าผลดี เพราะความมั่นใจเหล่านั้นจะทำให้หลงลืม “ข้อเสีย” ในตัวเอง กลับกัน คนที่ไม่มีความมั่นใจก็มักจะมองเห็นแต่ข้อเสียของตัวเองเต็มไปหมด “ฉันไม่เก่ง” “ฉันไม่สวย” “ฉันอ้วน” จนไม่เหลือความภูมิใจในตัวเอง อันนี้ก็อันตรายเช่นกัน แม้ในวันที่ไม่มีใครภูมิใจในตัวเรา อย่างน้อยเราก็ต้องภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจในความรู้ความสามารถ รูปร่างที่ตัวเองมี หรือถ้าไม่มีอะไรให้ภูมิใจตัวเองก็ถึงเวลาแล้วมั้งที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างได้แล้วล่ะ
.
ตั้งคำถามอยู่เสมอ

.
เราตั้งคำถามอยู่เสมอแหละ แต่คำถามเหล่านั้น เคยมีเรื่องตัวเองอยู่บ้างมั้ย? กลับมาโฟกัสกับตัวเองให้มากๆ เช่น ทำไมคุณถึงไม่มีความมั่นใจในตัวเองล่ะ? เพราะ กลัวสายตาคนมอง? คุณเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น? เข้าสังคมไม่เก่ง? ถ้าหาสาเหตุของความไม่มั่นใจได้แล้ว ก็ควรจะแก้ไขจุดเหล่านั้นให้ดีขึ้น หรือปรับทัศนคติเสียใหม่ อย่างการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ถ้าเรามองว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นเสมอ คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะที่คุณจะไม่มั่นใจในตัวเอง ลองปรับมุมมองใหม่สิ ว่าวันนี้คุณดีกว่าเมื่อวานหรือในอดีตหรือยัง ถ้าดีกว่า เราจะไปแคร์อะไรก็คนอื่น แค่ทำตัวเองให้ดีขึ้นก็พอ จุดไหนที่ทำให้เราไม่มั่นใจก็แก้ไขซะ อาจจะดูแลรูปร่างมากขึ้น ฝึกเข้าสังคมโดยการออกจากบ้านไปรู้จักคนใหม่ๆ มากขึ้น เป็นต้น
.
ตั้งเป้าหมายให้ชัด
.
ชีวิตนี้ ไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายสักกี่อย่าง แต่ไม่เคยลงมือทำก็เท่านั้นแหละค่ะ ไม่มีความสำเร็จไหนที่ไร้เหตุผล การที่คุณจะประสบความสำเร็จได้ คุณจะต้องเชื่อมั่นใจตัวเองให้เยอะๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเหลือพื้นที่ในการฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้างด้วย ในที่นี้ ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันหน่อยนะคะ การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน จะทำให้เราทำสิ่งนั้นได้สำเร็จเร็วขึ้น อาจจะเริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ เช่น ถ้าอยากเป็นคนที่กล้าออกความคิดเห็นในที่ประชุม ก็ลองเริ่มพูดความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ในที่ประชุมครั้งแรกดู ครั้งต่อไปอาจจะลองนำเสนออะไรใหม่ๆ ให้เจ้านายฟัง ไม่แน่เราอาจจะได้รับคำชมก็ได้นะ คราวนี้ การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนปลอกกล้วยเลยล่ะ
.
อยู่ในที่นี่เขาเห็นค่าเรา

.
เคยมั้ยคะ? บางครั้งเราได้ไปอยู่ในที่ที่เราแทบไม่มีบทบาทไม่มีตัวตนเลย การอยู่ในพื้นที่แบบนั้น คงเป็นอะไรที่น่าอึดอัดสุดๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะ แน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราไม่ “มั่นใจ” ในตัวเอง เพราะคนในพื้นที่ตรงนั้นไม่เปิดโอกาสให้เราพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไรเลย ดังนั้น ถ้าที่ตรงนั้นอยู่แล้วไม่สบายใจ ลองมองหาที่ๆ ใหม่ ให้ตัวเองได้แสดงศักยภาพของตัวเองเต็มที่ คนอื่นก็จะเห็นความสามารถและเห็นเรามีตัวตนขึ้นมาเอง และความมั่นใจก็จะตามมาค่ะ
.
อย่าเปรียบเทียบกับใคร

.
ฉันไม่เก่งเหมือนเพื่อนคนนั้น ฉันไม่ขาวเหมือนเนตไอดอลคนนี้ สารพัดการเปรียบเทียบที่จะมาบั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง สเต็ปแรกที่ควรทำ คือ หยุด! เปรียบเทียบได้แล้ว ถ้าการเปรียบเทียบเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นมาเลย แต่ถ้าเปรียบเทียบไปในเชิงสร้างสรรค์ เช่น โอ๊ย! ดูคนนั้นสิ หุ่นก็ดี เรียนก็เก่ง สักวันฉันต้องเป็นแบบเขา ถ้าแบบนี้ ก็เปรียบไปเถอะค่ะ ลองเปลี่ยนความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นพลังด้านบวกดูนะคะ ความมั่นใจ ใครก็มีได้เนอะ
.
ลองทำอะไรคนเดียว

.
บางคนไปห้องน้ำยังไม่กล้าไปคนเดียวเลยค่ะ อาจจะเพราะเคยชินกับการมีเพื่อน มีคนคอยช่วยเหลือตลอดเวลา พอตัวคนเดียวปั๊ป กริบ! แบบนี้ไม่ดีเลย เพราะในชีวิตจริงเราไม่สามารถหอบหิ้วคนรอบข้างไปไหนมาไหนด้วยได้ตลอดนะคะ ลองทำอะไรคนเดียวดูบ้าง ลองกินข้าว ดูหนังคนเดียว ฟีลลิ่งคนเดียวก็เปรี้ยวได้นะจ๊ะงี้ ความมั่นใจก็อยู่ที่อินเนอร์แหละค่า เก็กๆ ไปว่าฉันมั่น เดี๋ยวก็ชินและกลายเป็นนิสัยไปเองงี้
.
คนรอบข้างก็สำคัญ

.
สืบไปสืบมา บางครั้งคนที่ไร้ความ “มั่นใจ” อาจเกิดมาจากคนรอบข้างนี่แหละค่ะ เพราะการถูกตำหนิ หรือโดนว่าบ่อยๆ การผลิตซ้ำแบบนี้เหมือนเป็นการตอกย้ำว่าคนๆ นั้นไม่ควรคิดหรือพูดอะไร เพราะกลัวพูดไปจะโดนว่าอีก เลยกลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจไปเลย หรืออาจจะชอบโดนล้อเลียนเรื่องหน้าตาหรือหุ่น ทำให้หมดความมั่นใจในหน้าตาและรูปร่าง ถ้าให้พูดกันตรงๆ นะคะ ต่อให้คุณจะไม่สวยแค่ไหน แต่ถ้าคุณมีความมั่นใจสักหน่อย คำพูดคนอื่นคงไม่กระทบความรู้สึกคุณเท่าไหร่หรอกค่ะ จริงมั้ย? ถ้าคุณไม่สะเทือน ใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้ บอกแล้วทุกอย่างอยู่ที่อินเนอร์ล้วนๆ
.

Photo Credit giphy
