“โรคหัวร้อน”
เป็นกันมั้ยคะ ? อากาศร้อนๆแบบนี้ แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆมาสะกิด ก็ทำให้หงุดหงิดใจ รำคาญจนปรอทอารมณ์มันพุ่งทะยาน แทบจะระเบิดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ถ้ายังควบคุมได้ก็ไม่มีปัญหา แต่บางครั้งก็เผลอเหวี่ยงวีนออกไป เพราะอารมณ์ล้วนๆแบบขาดสติ พออารมณ์เย็นลงก็ต้องมานั่งเสียใจในสิ่งที่ทำไปซะทุกที นี่แหละค่ะ ! “โรคหัวร้อน” อีกหนึ่งโรคใจที่มาพร้อมหน้าร้อน ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ เราขอพาไปแนะนำวิธีดีๆ เปลี่ยนร้อนให้กลายเป็นเย็น ระงับความคลั่งดับความใจร้อนกันค่ะซิส !
.

.
.
1.นับหนึ่งให้ถึงสิบ

.
เบสิคพื้นฐานที่สุดค่ะ แค่นับเลขเป็นก็ทำได้แน่นอน ง่ายๆนะคะ เมื่อรู้สึกว่าเจอเรื่องที่มากระทบใจ ที่ดูแล้วเสี่ยงแน่ๆที่อารมณ์จะระเบิด ขอให้มีสติเอาไว้ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ นับ 1-10 ในใจ แต่ถ้ายังไม่หายหัวร้อน ก็นับไปเรื่อยๆถึงพันถึงหมื่นก็นับไปเถอะค่ะ เป็นเทคนิคในการเปลี่ยนโฟกัสจากเรื่องที่ชวนหัวเสียมาอยู่กับตัวเอง ทำให้มีเวลาไตร่ตรองและคุยกับตัวเองมากขึ้น ได้คิดทบทวนสิ่งต่างๆให้รอบคอบก่อนที่สวนกลับใดๆออกไป แต่ถ้านับยังไงก็ไม่เย็นลงสักที ก็ไปข้อต่อไปเลยค่ะ
.
2.กินของเย็นๆ

.
ร้อนมา ก็ต้องเอาเย็นสู้ ! จัดไปเลยค่ะสารพัดของเย็นๆ ไอศกรีม บิงซู หวานเย็น น้ำอัดลม น้ำแข็งไส น้ำเปล่าก็ได้…ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะว่ามันช่วยดับอาการ “หัวร้อน” ได้จริงๆ จำไปใช้ได้เลยค่ะ เจอเหตุการณ์กวนใจเมื่อไหร่ หาของเย็นใกล้ตัวเข้าปากทันที ดื่มด่ำความเย็นให้ชื่นใจ ทำใจให้สงบ แล้วค่อยพูดค่อยจากันค่ะ ถ้าเป็นหนักๆจะพกน้ำเย็นติดตัวไว้ก็ไม่เสียหายนะ ใจร้อนเมื่อไหร่หยิบขึ้นมากระดกได้ทันที !
.
3.ใช้ความเข้าใจ

.
วิธีนี้สำหรับมือใหม่อาจจะยากไปสักนิด ต้องใช้เวลาฝึกฝนพอสมควร สเตปแรกเลยถ้าเจอเรื่องชวนปวดกบาล ให้เงียบไว้ก่อน ฟังคู่กรณีด้วยสติ เปิดใจฟังเค้าก่อน ให้เค้าพูดให้จบ อย่าขัดจังหวะ อย่าเถียงโดยใช้อารมณ์ พยายามทำความเข้าใจเหตุผลของเค้า ฟังด้วยความกรุณา มองให้ลึกถึงปัจจัยที่ทำให้เค้าทำกับเราแบบนี้ เค้าอาจจะมีเรื่องกระทบจิตใจมาก่อนหน้านี้ หรือบางทีก็อาจเจอฤทธิ์ของ “โรคหัวร้อน” มาไม่ต่างจากเราค่ะ
.
4.หูซ้ายทะลุหุขวา

.
ไม่ต้องเก็บทุกเรื่องมาใส่ใจค่ะ จำเอาไว้ถ้าเราใส่ใจทุกเรื่อง เราจะเป็นบ้า ! เรื่องไหนที่มันเป็นสาระสำคัญ เป็น Facts ก็รับฟังเหตุผลของเค้าแล้วเอามาทบทวนค่ะ แต่เรื่องไหนที่มันไร้สาระ มีแต่อารมณ์ล้วนๆ ผ่านมาก็ให้ผ่านไป เอามาเก็บไว้ก็มีแต่จะเครียด มีแต่จะเพิ่มระดับความโมโห หัวไม่ได้เย็นลง มีแต่ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น !
.
5.เดินหนี

.
ขอย้ำก่อนเลยว่าแค่ “เดินหนี” นะคะ ไม่ใช่หนีปัญหา กล่าวคือในที่นี้ถ้าคุณรู้ตัวว่าโรคหัวร้อนกำเริบ ใกล้จะเบิดความร้อนแรงออกมาแล้ว ก็ให้รีบเดินหนีเลยค่ะ ไปอยู่กับตัวเอง หาอะไรทำให้ใจเย็นลงก่อน หลีกเลี่ยงการปะทะในสภาวะที่อารมณ์ของทั้งสองฝ่ายยังคุกรุ่น ทำใจนิ่งๆ พร้อมแล้วค่อยกลับมาเคลียร์ พูดจากันดีๆ แบบไม่มีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวดีกว่านะ
.
6.ยอมให้เป็น

.
แพ้บ้างก็ได้ ล้มบ้างก็ได้ค่ะ ! การจ้องจะเอาชนะอย่างเดียว บางทีมันก็ไม่ได้เวิร์คเสมอไปหรอก มันไม่คุ้มเลยถ้าจะดันทุรังเถียงกันไปด้วยอารมณ์แล้วสุดท้ายต้องสูญเสียมิตรภาพ เสียภาพลักษณ์ด้วย อะไรที่ยอมได้ก็ยอมไปเถอะค่ะ คำสั้นๆอย่างคำว่า “ขอโทษ” นี่แหละ เป็นยาขนานเอกในการรักษาโรคหัวร้อน
.
7.รู้จักตัวเอง

.
ข้อนี้สำคัญที่สุด คุณต้องรู้จักตัวเองค่ะ คุยกับตัวเองบ้างว่าทำไมไอ้โรคหัวร้อนนี้ มันถึงต้องกำเริบกับคุณบ่อยจัง ปรึกษาพูดคุยกับคนรอบข้าง หาคำแนะนำดีๆ เพื่อมาปรับปรุงตัวคุณเอง หรือจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญไปเลยจะทางโลกหรือทางธรรมก็มีให้เลือกเต็มไปหมด หาเวลาเข้าวัด ทำบุญ นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบดูบ้าง ดับโรคหัวร้อนได้อยู่หมัดแน่นอนค่ะ : )

