เผลอแป๊ปเดียว นี่ก็เข้าสู่ปีใหม่มาได้สักพักแล้ว ปี 2017 นี้มีแผนไปเที่ยวประเทศไหนกันบ้างหรือยังคะ ? ถ้ายังนึกไม่ออก ไม่เป็นไร เพราะเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ที่ทางทางนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกอย่าง “Lonely Planet” จะทำการจัดอันดับ “ประเทศน่าเที่ยว” ที่สุดประจำปีออกมา เพื่อเป็นเหมือนลายแทงและไกด์ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ตามไปสัมผัสกัน เอาล่ะ มาดูกันสิว่าปีนี้ “10 สุดยอดประเทศน่าเที่ยวแห่งปี 2017” จะตกเป็นของประเทศไหนบ้าง !?
.
อันดับที่ 10 : เอธิโอเปีย

มาเริ่มกันที่ลำดับที่ 10 ซึ่งเป็นประเทศที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป หรือไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่ อย่างประเทศ “เอธิโอเปีย” แต่เชื่อสิ ถ้าคุณได้ทำความรู้จักอย่างจริงจังแล้ว จะต้องรู้สึกแปลกใจในความน่าสนใจและความหลากลายของประเทศนี้ เริ่มตั้งแต่ด้านธรรมชาติ ที่ต้องบอกเลยว่ายังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างมาก มีทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาโดยเฉพาะทิวเขาต่างๆ ส่วนทางด้านวัฒนธรรม ก็มีความโดดเด่นในเรื่องโบราณคดีเนื่องจากเป็นประเทศที่เก่าแก่ในประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงก็อย่างเช่น “Tigray” โบสถ์ที่เจาะเข้าไปในหินบนเทือกเขาสูง ที่ทั้งดูขลังและสวยงามในเวลาเดียวกัน
.
อันดับที่ 9 : เมียนมาร์

ประเทศต่อมา อยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกล เป็นประเทศเพื่อนบ้านเราเอง ได้แก่ “เมียนมาร์” หรือ “พม่า” หลังจากการเปิดประเทศและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้พม่ากลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เหมือนจะมีเสียงเรียกชวนให้เข้าไปค้นหาเสน่ห์ของประเทศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมอันงดงามนี้ ในเรื่องของธรรมชาติพม่ามีภูมิประเทศที่หลากหลาย ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยงตั้งแต่ ชายทะเล ทะเลสาบ ป่าเขาไปจนถึงภูเขาไฟ และทางด้านวัฒนธรรมก็ขึ้นชื่อในเรื่องของพุทธสถานต่างๆ ที่มีให้สักการะกันมากมาย เช่น พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ พระธาตุอินทร์แขวน ฯลฯ
.
อันดับที่ 8 : โอมาน

อันดับต่อมาเป็นประเทศที่โดดเด่นในตะวันออกกลาง มีกลิ่นอายและมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหลเหมือนดั่งเทพนิยาย เกิดเป็นแรงบันดาลใจของนิทานก้องโลกต่างๆ อย่างซินแบด และอาลีบาบา เป็นต้น ความงดงามของโอมานแฝงอยู่ในภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยทะเลทรายและสถาปัตยกรรมของตึกรามบ้านช่อง และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน เป็นเหมือนเมืองในฝันที่หลายคนเคยจินตนาการถึงอย่างไรอย่างนั้น สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ทะเลทรายวาฮิบา (Wahiba Desert) ทะเลยทรายกว้างสุดลูกหูลูกตา มองไปทางไหนก็เห็นแต่ฟ้าจรดทราย
.
อันดับ 7 : มองโกเลีย

มองโกเลีย ดินแดนแห่งลูกหลานท่านเจงกิสข่านสุดยอดนักรบผู้เกรียงไกร สามารถเข้ามาอยู่ในลิสต์อันดับที่ 7 นี้ได้อย่างสบายๆ เพราะเป็นอีกประเทศที่ไม่ควรพลาดโอกาสมาสัมผัส โดยประเทศบนดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้ อุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่ อย่างทะเลทรายโกบี ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก หรือเส้นทางสายทรานซ์-ไซบีเรีย เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก ก็มีสถานีเชื่อมต่อที่สำคัญตั้งอยู่ในเมืองอูลาน บาตอร์ เมืองหลวงของประเทศมองโกเลียแห่งนี้นั่นเอง
.
อันดับที่ 6 : หมู่เกาะเบอร์มิวด้า

ได้ยินชื่อ “เบอร์มิวด้า” แล้วอย่าพึ่งขนลุกกัน เพราะ “หมู่เกาะเบอร์มิวด้า” ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ เป็นคนละที่กับ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับนั่นนะ โดยหมู่เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร มีทั้งความสวยงาม ความเงียบสงบ อากาศดีไม่ร้อนจัด และมีอากาศเย็นๆในหน้าหนาว มีหาดทรายสีทอง ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า นี่แหละเกาะสวรรค์ชัดๆ
.
อันดับที่ 5 : เนปาล

ประเทศเล็กๆบนเทือกเขาสูง ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเสน่ห์เฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ ภูมิประเทศของเนปาลล้อมรอบด้วยหุบเขาน้อยใหญ่ และธรรมชาติอันงดงาม เข้ากันได้ดีกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ใช้ชีวิตกันอย่างเงียบสงบ เรียบง่าย กลมกลืนกับความศรัทธาในศาสนา และความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนที่จะขาดไปไม่ได้เลย ถือเป็นไฮไลท์ก็คือ “เทือกเขาเอเวอเรสต์” สุดอลังการ จุดมุ่งหมายที่นักปืนเขาทั้งหลายใฝ่ฝันจะไปพิชิตนั่นเอง
.
อันดับที่ 4 : โดมินิกา

ประเทศเล็กๆในหมู่เกาะแคริบเบียนอย่าง “โดมินิกา” ที่มีนกแก้วสีสวยเป็นสัญลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งนิยามของคำว่าเกาะสวรรค์ ด้วยความครบถ้วนของธรรมชาติบนเกาะที่มีทั้งเทือกเขา อากาศแสนบริสุทธิ์ ป่าไม้เขียวขจี แม่น้ำ น้ำตก ทะเลสาบน้ำเค็ม และท้องทะเลใสๆที่โอบล้อมเกาะเอาไว้ ในทางกลับกันสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็มีไว้บริการอย่างโรงแรม รีสอร์ทที่พักสุดหรู ความหลากหลายนี้เอง ทำให้ถ้าใครก็ตามได้มาเยือนโดมินิกา ต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน
.
อันดับที่ 3 : ฟินแลนด์

“ฟินเเลนด์” งดงามทุกฤดูกาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฤดูหนาว” อยากบอกว่าในชีวิตนี้ควรจะหาโอกาสไปเหยียบสักครั้ง มันจะกลายเป็นความประทับใจตลอดชีวิต คิดดูสิมันจะเยี่ยมยอดแค่ไหนถ้าได้นอนมองท้องฟ้าในช่วงปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน และชมแสงเหนืออย่างอิ่มอกอิ่มใจ ได้ทำกิจกรรมฤดูหนาวอย่างการเล่นรถเลื่อนกวางเรนเดียร์ หรือเล่นสกีท่ามกลางบรรยากาศของทะเลสาบน้ำแข็ง และป่าสนอันสวยงามที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนสุดโรแมนติก
.
อันดับที่ 2 : โคลอมเบีย

ดินแดนเหนือสุดของทวีปอเมริกาใต้อย่าง “โคลอมเบีย” เป็นประเทศที่ผสมผสานวัฒนธรรมอันหลากหลายและธรรมชาติอันงดงาม เข้ามาอยู่ในลิสต์เป็นอันดับที่ 2 ถึงแม้ชื่อจะยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ แต่นี่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้สภาพความสมบูรณ์ของธรรมชาติต่างๆของที่นี่ยังอยู่ในสภาพที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้ไปสัมผัส ทั้งงานสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หาดทรายสวยๆ ไฮไลท์ที่สุดเลยก็คือ “The river of the five colors” หรือ แม่น้ำ 5 สี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก สุดยอดมั้ยล่ะ
.
อันดับที่ 1 : แคนาดา

สุดยอดประเทศน่าเที่ยวในปีนี้ อันดับ 1 ตกเป็นของ “แคนาดา” โดยแชมป์ของเรานี่เรียกได้ว่ามีครบไปซะหมดทุกอย่าง ตั้งแต่แหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัย เมืองหลวงที่คึกคักมีสีสัน มีระเบียบวินัย สะอาด ปลอดภัย แต่แค่เพียงขยับออกมานอกเมืองคุณก็จะได้พบกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่มีความหลากหลายมากที่สุด เนื่องด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศ อย่างทางตอนเหนือที่ตั้งอยู่ในเขตขั้วโลกจึงสามารถรับชมปรากฏการณ์แสงเหนือได้อย่างชัดเจน ขยับมาอีกก็จะมีน้ำตกไนแองการาสุดอลังการ ทะเลสาบเลค หลุยส์, เทือกเขาร็อกกี้ เมาน์เทนและอื่นๆอีกมาก รับประกันว่าถ้าได้มาสัมผัสสักครั้ง มันจะเป็นความทรงจำดีๆของคุณไปอีกนานแสนนานทั้งปี 2017 นี้และตลอดไปในอนาคตไม่รู้ลืม : )

