“เขี่ยแฟนเก่า”
พี่เบิร์ดเคยกล่าวไว้ว่า ก็เลิกกันแล้วให้มันจบๆ ไป…
แล้วเราจะรออะไร? ในเมื่อ “คนที่เคยรัก” กลายเป็น “อดีต” ไปแล้ว ยิ่งคู่ไหนจบไม่สวยแล้วด้วย
แนะนำให้ “เขี่ย” คนๆ นั้นทิ้งด่วนๆ เลยค่ะ แล้วชีวิตคุณจะเหมือนได้เกิดใหม่เลยล่ะ
.

“แฟนเก่าหรอ? เราไม่ใช่เพื่อนกัน ไม่ใช่แม้แต่ศัตรู เราก็แค่คนแปลกหน้าที่เคยมีความทรงจำร่วมกันเท่านั้นแหละ”
.
.
ไม่ว่าแฟนเก่าจะเคยทำให้คุณเสียใจและเสียน้ำตามากแค่ไหน สุดท้ายถ้ามันจบแล้ว ก็ถือว่าเราเลิกแล้วต่อกันไป ไม่จำเป็นต้องไปเกลียดอะไรเขาด้วย จำไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น ย่อมมีเหตุผลของมันเอง ไม่มีใครผิด ใครถูกทั้งหมดหรอกค่ะ เพียงแต่ว่า “คนที่ไม่ใช่” หรือสิ่งไหนที่ทำให้ชีวิตเราแย่กว่าเดิม ก็แค่เขี่ยทิ้งค่ะ แฟนเก่าก็ด้วย เราลองมาดูกันว่าวิธี “เขี่ยแฟนเก่า” ออกจากชีวิตแบบนิ่งๆ สวยๆ มีอะไรบ้าง
.
.
“เกลียดเท่ากับยังให้ความสำคัญ”

ตรงข้ามกับรักไม่ใช่เกลียด แต่คือความนิ่งเฉย…
เห็นด้วยกับประโยคนี้กันมั้ยคะ? เพราะบ่อยครั้งเวลาเราเกลียดหรือไม่ชอบหน้าใคร เราดันไปใส่ใจเขามากเกินไปจนเสียเวลาชีวิต อย่างแฟนเก่าที่เลิกกันแล้ว ไม่ว่าจะจบกันดีหรือไม่ดี ก็ควร “อโหสิกรรม” ไปค่ะ ไม่ต้องไปโกรธไปเกลียดเขา เฉยๆ แล้วปล่อยวางซะ แล้วเวลาจะช่วยให้เรารู้สึกเฉยๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น หรืออาจจะขำกับมันไปเลยก็ได้ ใครจะรู้! และในที่สุดเราจะค่อยๆ เขี่ยแฟนเก่าออกจากความคิดเราได้ เชื่อสิ!
.
.
“ไม่ต้อง Unfollow”

.
หลายคนจะเลือกตัดแฟนเก่าออกจากชีวิตแบบหักดิบ โดยการ Unfriend/Unfollow โซเชียลมีเดียของเขาทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ตัดเขาไม่ขาด ยิ่งตัดยิ่งอยากรู้ว่าเขาเป็นยังไง ทำอะไรอยู่ มีแฟนใหม่หรือยัง? บลาๆ เราเห็นมาหลายรายแล้ว ยอมรับเถอะว่าเราก็ยังอยากรู้ความเป็นไปของเขา และการเลิกเป็นเพื่อนกับเขาก็ไม่ได้หมายความว่าจิตใจเราดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่ หรือถ้าไม่อยากเห็นการอัพเดทของเขาจริงๆ ก็แค่กดตั้งค่าไม่ให้โพตส์ของเขาขึ้นมาหน้าฟีดเราก็ได้หนิค่ะ วิธีนี้ เผื่อในอนาคตเราคนดีๆ เข้ามาในชีวิต เขาจะได้เห็นด้วยว่า “เออ เลิกกันแล้วชีวิตฉันดีกว่าเดิมเยอะ รู้ไว้”
.
.
“ตอบกลับแบบเย็นชา”

ถ้าแฟนเก่าคุณยังมาตามรังควาน ระรานไม่เลิกรา มาบอกรักหรือคิดถึงอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่ต้องหนีค่ะ ถ้าแชทมาก็แข็งใจแล้วตอบไปว่า “อืม” ไม่ก็อ่านแล้วไปตอบไปเลยค่ะ ถ้าโทรมาแล้วไม่อยากคุยก็ไม่ต้องรับค่ะ แต่ถ้าอยากรับ (ไม่งั้นโทรมาไม่เลิก) ก็รับสายและวางไว้ ไม่ต้องฟังว่าเขาพูดอะไร เพราะถ้าฟังเราก็อาจจะใจอ่อนอีก เรื่องแบบนี้ จิตใจสำคัญนะคะ อย่าใจอ่อนกับคำพูดเขาเป็นอันขาด
.
.
“ไม่ต้องหลบหน้า”

หลบหน้าเขา=หนีปัญหา
อันนี้เราหมายถึงเคสที่เจอโดยบังเอิญนะคะ เราเป็นสาวยุคใหม่สวย เริ่ด และฉลาด เราไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่เราไม่อยากเจอ แฟนเก่าก็เช่นกัน เผชิญหน้าเท่านั้นคือคำตอบ ถ้าเรามั่นใจว่าเราจิตแข็งซะอย่าง (ถึงไม่มั่นใจก็เอาให้รู้กันไปเลย) ถือว่าเป็นแบบทดสอบจิตใจละกัน เพราะถ้าเรายิ่งหลบหน้าเขา แปลว่าเรายังรู้สึกอ่อนไหวกับเขาอยู่ พูดง่ายๆ ว่าเรากำลัง “แพ้” ค่ะ! อย่ายอมล่ะ
.
.
“ยอมรับซะเถอะว่าคุณลืมเขาไม่ได้หรอก”

.
หลายคนพยายามหาวิธีลืมแฟนเก่าให้ได้ ทำทุกอย่างแล้ว แต่ก็ไม่เคยลืมได้สักที คุณขา…การที่คนๆ หนึ่งเข้ามาอยู่ในชีวิตเราไม่ว่าจะสั้นหรือยาว เขาก็กลายเป็นคนในความทรงจำของเราไปเรียบร้อยแล้วแหละค่ะ ตราบใดที่สมองคุณไม่ได้เสื่อม คุณไม่มีทางลืมเขาได้หมดใจ! แม้เวลามันจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เขาก็ต้องแว้บเข้ามาในภาพความคิดเราบ้างแหละค่ะ แต่ไม่ใช่บอกว่าคุณไม่มีทางลืมเขา แล้วจะนั่งคิดถึงเขาทั้งวันทั้งคืนนะคะ เราแค่อยากให้ยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ซะก่อน ไม่ต้องพยายามลืมใครหรอก ไม่ต้องหลอกตัวเอง เพราะท้ายที่สุด ถ้าความรู้สึกที่มีต่อเขาน้อยลงเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละที่ภาพของเขาจะค่อยๆ จางไปเอง แล้วเขาจะกลายเป็นแค่คนๆ หนึ่งที่เคยเข้ามาในชีวิตเท่านั้นแหละค่ะ
.

.
สรุปได้ว่า วิธี “เขี่ยแฟนเก่า” ทิ้งออกจากชีวิต ไม่จำเป็นต้องลบรูป ไม่ต้องหลบหน้า ไม่ต้องลืมเขา แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับตัวคุณเองทั้งนั้นแหละค่ะ และในท้ายที่สุดความเฉยชาแบบสวยๆ ของคุณจะคัดกรองสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตอย่าง “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแฟนเก่า” (ที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น) ออกไปเองแหละค่า
.


