ช่วงปลายปีแบบนี้ ยิงยาวไปถึงช่วงต้นปี หลายๆบ้านน่าจะต้องคุ้นเคยกับธรรมเนียมการออกไปสวัสดีปีใหม่ญาติพี่น้อง เดินสายพบปะบ้านนู้น บ้านนี้ ประหนึ่งนางงามเดินสายขอบคุณสื่อหลังจบการประกวด ซึ่งก็ทำแบบนี้กันมาเป็นประจำทุกปี เป็นเรื่องปกติธรรมดามากๆ ดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่หารู้ไม่ ! มีเรื่องหนึ่งที่เราเชื่อว่าหลายคนต้องเคยหนักอก หนักใจมาตั้งแต่เล็กจนโต กับสถานการณ์ที่ถูกญาติๆอันเป็นที่รัก ถามคำถามที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ “คำถามชวนอึดอัดใจ” ประเภทที่ว่า เอิ่มมมมม เอายังไงดี ? ตอบยังไงให้ดูไม่น่าเกลียด หรือทางที่ดีคุณลุงป้าน้าอา หนูขอไม่ตอบจะได้มั้ยคะ ปีนี้ปัญหาระดับชาติแบบนี้จะหมดไป ! เพราะ Beauty Hunter จัดมาให้แล้วกับ TOP 5 “คำถามอึดอัดใจ” ยอดฮิต จากญาติๆ พร้อมแนวทางการรับมืออย่างชาญฉลาด ถนอมน้ำใจ ไม่เสี่ยงต่อการโดนตัดญาติตัดเชื้อ 555 จะมีอะไรบ้างนั้น ถ้าพร้อมแล้วก็ไปเริ่มกันเลยค่ะ : )
.
.
.
ที่สุดของ “คำถาม” ยอดฮิต ! เป็น “คำถาม” บังคับขั้นพื้นฐาน เกิดมาชีวิตนี้ต้องเคยโดนญาติถามกันมาบ้างแหละ คอนเฟิร์ม ! บางคนโดนถามตั้งแต่อยู่ประถม มัธยม มหาลัย ยันทำงาน ถามทุกปี ถามทุกรอบ ตอนเด็กก็ยังแบบขำๆเขินๆอะน้อ แต่พอโตมาหน่อยเริ่มแบบอึดอัดแล้วอะ ขอข้ามได้มั้ยคะคำถามนี้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 555555 เออ ถ้าแบบมีแฟนแล้วยังพอตอบกลับไปได้แบบชิวๆว่า อ๋อ มีแล้วค่ะ คบกันมาหลายปีแล้ว อิอิ แค่ถ้าในเคสที่ไม่มีนี่สิ โอ้โห เจ็บจี๊ดๆ บอกไม่ถูก แล้วพอยิ่งตอบไปว่าไม่มี ก็ต้องเจอสเตปต่อมาทำนองว่า อ้าวววว ทำไมไม่มีล่ะ ? ทำไมไม่หา/จีบ ? แง ร้องไห้หนักมาก พยายามแล้วค่ะ แต่ Mission ไม่ Completed 5555 ไปต่อไม่เป็นเลยค่ะทีนี้
.
แนวทางการรับมือ :
กรณีที่มีแฟนแล้ว ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเลยค่ะ ก็ตอบไปตามความจริง แต่ถ้ายังโดนถามแบบ Inside เค้าเป็นใคร ทำงานอะไร เจอกันที่ไหน คบกันมากี่ปี ? แล้วรู้สึกอึดอัดใจไม่อยากตอบ ให้ใช้มุกติดตลก ขำขันกลบเกลื่อนไปเลย เช่น “ขอไม่ตอบคำถามสื่อนะคะ ต้นสังกัดไม่อยากให้พูดเรื่องนี้ อิอิ” หรือ “อ๋อ แฟนเป็นนักการเมืองอ่ะค่ะ พี่เค้าไม่ค่อยอยากให้พูด” หรือ ถ้าในเคส “โสด” ก็ให้ใช้แผนทำนองเดียวกัน จงเล่นตลกใส่ไปเลย เอาความฮาเข้าสู้ ตัวอย่างเช่น “อ๋อ ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องงานอ่ะค่ะ ยังไม่สนใจเรื่องความรัก อิอิ” หรือจะใช้โอกาสนี้ขอความช่วยเหลือไปเลยก็ได้ อย่างเช่น “ยังไม่มีเลยค่ะ ป้าช่วยแนะนำให้หน่อยสิ หนูโสดมากๆเลย” อะไรก็ว่าไปน้อ
.
สรุป :
เข้าใจนะคะ บางทีการพูดเรื่องส่วนตัวกับญาติหรือผู้ใหญ่ ถ้าไม่สนิทกันจริงๆมันก็อึดอัดบ้างแหละ แต่ก็อยากให้ลองมองที่เจตนาของญาติด้วยค่ะ บางทีที่ถามเค้าก็แค่อยากจะชวนเราคุยเฉยๆ หรืออาจจะเป็นห่วงเราจริงๆกลัวจะขึ้นคาน 5555 หรือบางทีอาจจะมีคนดีๆอยากแนะนำให้เรารู้จักก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ
.
.
.
คำถามนี้อัพเกรดความรุนแรงเป็นขั้นกว่าของคำถาม “มีแฟนหรือยัง” จะเริ่มโดนญาติถามหนักขึ้นเป็นพิเศษเมื่ออายุเริ่มเข้าใกล้เลข 3 และถูกถามหนักมากขึ้นอีกถ้าเลยเลข 3 แล้วแต่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน #มองเห็นคานลิบๆไกลๆ T_T แหมๆๆ ลุงป้าน้าอาคะ ของอย่างนี้หนูจะไปตอบได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่จะตกลงปลงใจคนเดียวได้ซะเมื่อไหร่ ถึงในใจหนูจะแอบไปดูฤกษ์งานแต่ง คิดธีมงาน แอบเชคคิวโรงแรมล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ถ้าอีกฝ่ายเค้าไม่มาขอ หนูก็เด๋อต่อไปแรงๆ หรือหนักสุดคือ หนูจะแต่งได้ยังไง “แฟน” ยังไม่มีเลยจ้าาาา
.
แนวทางการรับมือ :
เบสิคสุดๆ ก็ตอบไปเลยง่ายๆ ยังไม่มีฤกษ์เลยค่ะ / ยังไม่พร้อม พอดีช่วงนี้งานยังยุ่งๆ / โรงแรมคิวยังไม่ว่างค่ะ จองกันเต็มไปถึงปีหน้าเลย อะไรก็ว่าไป ในกรณีมีแฟนที่คบกันมานานๆแล้วนะ แต่ถ้าเคสที่ยังไม่มีวี่แววจะได้แต่งจริงๆ ก็ให้ Reuse มุกเดิม เอาความฮาเข้ากลบเกลื่อน #สายตลก เช่น เดี๋ยวแต่งแล้วจะร่อนการ์ดไปนะคะ กำลังพิมพ์การ์ดแป๊ป หรือ สินสอดพี่เค้ายังไม่พอ ต้องเก็บตังค์เพิ่มอีกนิดอ่ะค่ะ อิอิ #ยิ้มแห้ง
.
สรุป :
ค่าาาาาา ไม่ต่างจากคำถามเดิมหรอก ดังนั้นเราจึงขอให้คุณลองมองที่เจตนาของผู้ใหญ่เค้าอะแหละ เค้าหวังดี รักและเป็นห่วงลูกหลาน ไม่อยากให้คุณแก่ไปอย่างโดดเดี่ยว ถึงถามแบบนี้ ถ้าคิดในลักษณะนี้น่าจะช่วยลดความอึดอัดใจลงได้นะ พยายามอย่ามองความปรารถนาดีของเค้าในแง่ลบเลยค่ะ
.
.
.
คำถามที่ตีตื้นแข่งกันมากับ “มีแฟนหรือยัง” เชื่อเหลือเกินว่าทุกคนต้องเคยโดนพี่ป้าน้าอาถามอยู่บ่อยๆ ไอ้ถามอ่ะถามได้น้า ยินดีตอบมากๆ ไม่ได้หนักใจอะไร แต่เคสที่ชวนอึดอัดมันเกิดจากการโดนถาม แล้วเอาไป “เปรียบเทียบ” มากกว่าค่ะ !!! เป็นสถาณการณ์ที่ไม่โอเค พูดยากลำบากใจ รู้ค่ะ ! ว่าน้องคนนั้น (ลูกสาวอา) เค้าเรียนเก่ง จบแพทย์ มหาลัย xxx สอบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองเชียวนะ ได้ทุนไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอก ส่วนพี่คนโน้น (ลูกชายป้า) ก็เก่งมาก ทำงานเป็นนักบินอวกาศอยู่องค์การนาซ่า ปีหน้าจะได้บินไปดวงจันทร์ นับถือและก็ยินดีด้วยจริงๆค่ะ แต่ขอเถอะค่ะอย่าเอามาเปรียบเทียบกันต่อหน้าคนเยอะๆเลย ทำหน้าไม่ถูกจ้า คนเรามันก็มีดีกันคนละด้านนะคะป้า #น้อยใจ
.
แนวทางการรับมือ :
โอ๋ๆๆๆ อย่าพึ่งงอแงไปค่ะซิส ถ้าเจอคำถามแนวนี้ เราแนะว่าหายใจเข้าลึกๆค่ะ เออ ออ ห่อหมกตามน้ำไปเลย กลั้นสีหน้าเอาไว้ อย่าไปใส่ใจมาก รีบๆไหลตามเลยค่ะ เช่น ว้าววววว เก่งจังเลย น่าภูมิใจเเทนคุณป้าจริงๆค่ะ 555555 หรือ พี่เค้าเก่งมากๆ น่านับถือสุดๆ หนูจะเอาเป็นแบบอย่างนะคะ #ยิ้มหวานแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
.
สรุป :
อย่าไปใส่ใจค่ะ จงยินดีกับลูกหลานของญาติๆ ด้วยความจริงใจ ยังไงเค้าก็ญาติเรา น่าภูมิใจออกมีญาติเก่งๆ ให้มองว่าเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ เอามาใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อพัฒนาตัวเอง และอย่าไปถือสาลุงป้าน้าอาที่อวดลูกเลย มันเป็นความภูมิใจของพ่อแม่ค่ะ คิดดูสิถ้าในอนาคตเรามีลูก แล้วลูกเราเติบโตมาได้ดิบได้ดีแบบนี้ เราก็คงอยากอวดเหมือนกันแหละ จริงมะ ?
.
.
เอิ่ม…………………… กินจุดกันไปยาวๆเลยค่าาาาาาา ! ป้าคะ คำถามนี้ถ้าเป็นที่บริษัท ฝ่ายบุคคลเค้าระบุเลยว่า เป็นกฏเกณฑ์และมารยาทที่ห้ามถามกันนะ บางทีขนาดเป็นเพื่อนสนิทเค้ายังหลีกเลี่ยงที่จะไม่คุยกันเรื่องนี้เลย มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนอ่ะค่ะ แต่บางทีไปพบปะญาติ แล้วป้าเล่นถามกลางโต๊ะอาหารเลยอ่ะ ไฝแห้งไปเลยจ้า สตั๊นท์ไป 5 วิ ตอบยังไงดีล่ะ ไม่ตอบได้มั้ยนะ แล้วหนักสุดพอบอกไปแล้วโดนเกทับ เปรียบเทียบกับคนอื่นอีกละก็ นอยด์ไปเลยจ้า อยากมุดดินหายไปทันที ณ บัดนั้น
.
แนวทางการรับมือ :
จุดนี้เพื่อรักษาน้ำใจของทุกฝ่าย ไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้มุกติดตลกเหมือนเดิมค่ะ ฮ่าๆ ตอบไปเลยทำนองว่า อ๋อ มันเป็นความลับของบริษัทอะคะ ( พูดเสร็จแล้วให้หัวเราะแบบเสียสติ ) หรือ ตอบแบบเกินจริงเอาฮา “ก็ไม่เยอะไม่น้อยอ่ะค่ะ 7 หลักเอง 55555555” แค่นี้แหละค่ะ ญาติไม่เซ้าซี้ถามต่อแล้วล่ะ ( แต่ถ้าถามต่อก็ตัวใครตัวมัน )
.
สรุป :
เข้าใจค่ะ ว่าประเด็นนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ไม่ควรถามกัน เปลี่ยนจากถามเงินเดือน เป็นให้เงินวันปีใหม่มาเป็นของสัมมนาคุณเล็กๆน้อยๆจะดีซะกว่า 55555 แต่ยังไงก็ให้มองซะว่านี่เป็นญาติ เป็นคนในครอบครัว ตอบไปก็คงไม่เสียหาย ไม่ใช่คนอื่นไกล เค้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอก แล้วก็ให้เตือนตัวเองไว้ค่ะ ว่าต่อไปในอนาคตเราก็ห้ามไปถามคำถามแบบนี้กับลูกหลานเหมือนกัน
.
.
.
“ไปทำอะไรมา อ้วนขึ้นหรือเปล่า” “ปีนี้อ้วนขึ้นนะ ปีที่แล้วดูผอมกว่านี้ “ “น้ำหนักขึ้นกี่โลเนี่ย ดูอวบระยะสุดท้ายแล้ว”
กรี๊ดดดดดดดดดดด หนูไม่ใช่เครื่องชั่งน้ำหนักนะ T_T โอเคค่ะ หนูอาจจะดูอ้วนขึ้น หนูยอมรับ พอดีช่วงใกล้สิ้นปีเผลอเอนจอยอีตติ้งไปหน่อย เดี๋ยวเพื่อนกลุ่มนู้น กลุ่มนี้ก็นัดเลี้ยงกัน จัดเต็มทุกมื้อไปอีก มันก็ต้องมีขึ้นกันมาบ้างแหละน่า แต่โดนทักแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น ก็เสียเซลฟ์แรงๆเหมือนกันนะคะญาติขา
.
แนวทางการรับมือ :
ยืดพุง ยอมรับไปเลยค่ะ ! อ้วนก็บอกว่าอ้วน 555555 ก็เธอทำตัวของตัวเองนิ บอกไปเลยช่วงนี้หนูแค่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมานิดนึง อิอิ หรือแบบเดี๋ยวนี้เทรนด์สาวอวบกำลังมาค่ะ หนูนำเทรนด์ล่วงหน้า อย่าไปคิดมากค่ะ ญาติเค้าก็ถามไปแบบนั้นแหละ จริงๆเราอาจจะไม่ได้อ้วนขึ้นก็ได้ แค่บางทีไม่ได้เจอกันนานไงอาจจะไม่คุ้นตา หรือก็แค่อยากทักทายเฉยๆอะแหล่ะ
.
สรุป :
อันที่จริงคำถามนี้เราควรเตือนตัวเองไว้ด้วยนะคะ ว่าไม่ควรไปถามใครเลย ถ้าเป็นฝรั่งเค้าถือมากๆเลย แต่ด้วยนี่อาจจะเป็นสไตล์ของคนไทยอ่ะค่ะ ที่ชอบทักทายกันด้วยเรื่องรูปร่าง ทำกันจนเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้คิดอะไร ซึ่งคนถามอะไม่คิดอะไรจริงๆ ทักทายไปแบบนั้นแหละ แต่คนถูกถามอ่ะ บางคนเค้าก็คิดมากนะ รู้ไว้ด้วย
.




