“อวดแฟน”
แปรเปลี่ยนความหมั่นไส้เป็นความอิจฉาในความรักของเรากันดีกว่า!
อย่างว่าแหละค่ะ โลกโซเชียลประกอบไปด้วยประชากรล้านแปด สนิทบ้าง ไม่สนิทบ้าง
แต่คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเน็ตเวิร์คแห่งมิตรภาพของเรา การจะ “อวดแฟน” ทีไรก็กลัวสายตาคนหมั่นไส้ทุกที
.

.
จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ ต่างก็เป็นสเปซของเรานี่แหละค่ะ เพียงแต่ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวเท่านั้นเอง (แม้จะเลือกรับแต่คนที่รู้จักก็ตาม) และยิ่งจำนวนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเห็นที่แตกต่างกันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การลงอะไรเกี่ยวกับแฟนในสายตาคนหนึ่ง อาจจะเพียงแค่รู้สึกอิจฉาหรืออาจจะเอ็นดูในความรักของเรา แต่อีกคนอาจจะหมายถึงความหมั่นใส้ เบ้ปากใส่ ก็เป็นได้ วันนี้ Beauty Hunter เลยเอาวิธี “อวดแฟน” ง่ายๆ เนียนๆ มาฝากคนมีคู่ทั้งหลาย เผื่อจะเอาไปปรับใช้กันนะคะ
.
.
อวดแฟน “อย่างแยบยล”
.
อวดแฟนทั้งที ต้องมีชั้นเชิงกันหน่อยค่ะสาวๆ ไม่ใช่เอะอะจะประกาศให้โลกรู้ว่าคู่เราสวีทกันเบอร์ไหน ประเภทที่ลงรูปหัวชนกัน นัวๆ กัน เก็บไว้ดูกันสองคนก็พอมั้งค่ะ เพราะนอกจากจะดูไม่เก๋แล้ว ยังอาจโดนนินทาได้นะคะ แต่ในเมื่อเราหนีปากหอยปากปูไปไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีที่แยบยลกันสักหน่อย อันที่จริงแล้วจะอวดว่ามีแฟน หรือ จะอวดความน่ารักของแฟนเนี่ย ไม่จำเป็นต้องลงรูปคู่เสมอไป อาจจะเปลี่ยนวิธีเป็นการแชร์เพลงรักหวานซึ้ง แนบ feeling-loved ไปอีกสักนิด เอาให้รู้ว่าฉันกำลังมีความสุขก็พอ หรือ ลงรูปเดี่ยวตอนไปเที่ยวหรือไปดินเนอร์ ถึงจะเป็นรูปเดี่ยว แต่ให้คนอื่นคิดต่ออีกนิดว่า “เอ้อ! นางไปเดท” นางกำลังมีช่วงเวลาดีๆ งี้ ก็พอแล้วล่ะ
.
Photo Credit | via giphy
.
.
อวดแฟนแบบ “ไม่พร่ำเพรื่อ”
.
นานๆ ครั้ง เอาให้รู้ว่าเราไม่ได้ขึ้นคานก็เพียงพอแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องลงสามเวลาหลังอาหาร แบบนั้นมันไม่คูล! นอกจากคนจะเอือมแล้ว เดี๋ยวจะมีคนคิดว่า “ไม่เคยมีแฟนเหรอ” “เห่อไรเบอร์นั้นล่ะ” และประเภทที่แอนนิเวอร์ซารี่รอบเดือน หยุดเลยค่ะ! ไม่ใช่ว่าอวดไม่ได้นะคะ แต่จุดนี้ผิดหลักนิดหนึ่ง เพราะในภาษาอังกฤษคำว่า “anniversary” เป็นคำนาม แปลเป็นไทยได้ว่า การฉลองครบรอบปี, วันครบรอบปี นะคะ ต่อไปนี้ลงแอนนิเวอร์ซารี่ปีละครั้งนะคะซิส แต่ถ้าอยากแชร์บ่อยๆ ก็ให้ย้อนกลับไปอ่านข้อ 1 นะคะ อวดให้แยบยลกันหน่อย
.

Photo Credit | via giphy
.
.
อวดแฟนแบบ “ไม่เวิ่นเว้อ”
.
ถ้าอยากจะแชร์โมเม้นท์ดีๆ กับแฟนจริงๆ ก็ไม่ต้องแคร์อะไรมากค่ะ อยากแชร์ก็แชร์สิคะ รออะไรล่ะ! แต่แน่นอนว่าแคปชั่นก็สำคัญ เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าเราเป็นคนอวดแฟนกันเลเวลไหน ซึ่งวิธีเขียนแคปชั่นไม่ให้โดนเบ้ปากใส่น่าจะเป็นแคปชั่นในลักษณะสั้น ไม่เวิ่นเว้อ และไม่เยอะจนน่ารำคาญ เช่น “ขอบคุณนะ” โควทภาษาอังกฤษซึ้งๆ หรืออาจจะเป็นคำพูดซึ้งๆ แต่อาจตบท้ายด้วยมุกฮาๆ กลบเกลือนความเลี่ยนกันนิดหนึ่ง
.

Photo Credit | via giphy
.
.
“อย่าอวดอยู่คนเดียว”
.
เช็คกันสักนิดว่าเราไม่ได้คิดไปคนเดียว…บางคู่อีกฝ่ายลงรูปคู่ สวีทตลอดเวลา ส่วนอีกฝ่ายนี่นึกว่าโสด เพราะแทบไม่มีรูปคู่เลย ดังนั้น บังคับแฟนลงรูป เอ้ย! ไม่ใช่ อาจจะไปบ่นน้อยใจนิดหน่อยก็ได้ว่า “เธอไม่เห็นลงรูปคู่เลย อายที่มีเราเป็นแฟนหรอ” อะไรทำนองนั้น เชื่อว่าผู้ชายที่กล้าเปิดเผยแฟนตัวเองก็น่าจะมั่นใจได้พอประมาณว่าเขาให้เกียรติเรา ที่จะไม่คบเราแบบหลบๆ ซ่อนๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้มีรูปคู่ไม่ได้หมายความว่าเราจะรักกันไม่เท่าคู่ที่ลงรูปเยอะๆ นะคะ แต่แค่อยากให้ทุกคนอวดในระดับที่พอเหมาะ พองาม ไม่เยอะจนน่าหมั่นไส้ยังไงล่ะคะ
.

Photo Credit | via giphy
.
อวดแฟนแบบ “คิดถึงอนาคต“
คำว่า “ตลอดไป” ไม่อยู่จริงค่ะซิส! นี่ไม่ได้จะบั่นทอนความรู้สึกใครนะคะ จริงอยู่ว่าพอโตขึ้น เราก็อยากจะคบกับใครไปนานๆ แต่การออกตัวแรงนั้น อาจจะทำให้เราหน้าแหกได้ในภายหลัง ดังนั้น ถ้ายังไม่มั่นใจว่าคนนี้คือคนที่ใช่ ก็อย่าเพิ่งลงรูปหรือโมเม้นท์เยอะ ดีที่สุดค่ะ
.

Photo Credit | via giphy
.
ถ้าเกรงใจเพื่อนในโซเชียลกันเบอร์นี้แล้ว ยังมีคนหมั่นไส้อยู่ล่ะก็…ปัญหาคงไม่ได้อยู่ที่เราเป็นคนอวดแฟนแล้วล่ะค่ะ น่าจะอยู่ที่ทันศนคติคนๆ นั้นซะมากกว่า เอาเป็นว่าจะทำอะไร ก็แคร์สายตาคนอื่นได้พอประมาณ แต่อย่าแคร์จนตัวเองต้องลำบากใจ การอวดแฟนก็เช่นกัน ถ้าพอใจไม่เดือดร้อนใครก็ทำไปเถอะค่ะ
ถ้าใครมาเบ้ปากใส่ ก็มองบนกลับไปเลยค่ะ ไม่โกง!
.



