“บ้านในฝัน”
“บ้าน” หรือ ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่แสดงตัวตน เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจ ใครๆหลายคนจึงใฝ่ฝันอยากจะมี “บ้าน” เป็นของตัวเอง ซึ่งการจะมีบ้านในฝันเป็นนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินว่าจะทำให้สำเร็จ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะทำความฝันนั้นให้เป็นจริง ฟังทางนี้ให้ดีๆ ! 7 สิ่งสำคัญนี้แหละที่คุณต้องมีให้ครบ แล้วบ้านในฝันจะรอคุณอยู่ที่ปลายทางแน่นอน มีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ : )
.
.
ข้อแรกคุณต้องมีความฝัน…คุณสามารถฝันได้เต็มที่เลยว่าอยากมีบ้านแบบไหน กี่ห้อง กี่ชั้น เป็นบ้านเดี่ยว หรือเป็นคอนโด แต่ทั้งหมดนี้คุณต้องไม่ลืมว่าต้องอยู่ในเส้นทางของความจริงด้วย ดูความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และกำลังซื้อของคุณเอง หาจุดกึ่งกลางระหว่างความฝันและความจริง บางครั้งการตั้งเป้าหมายที่สูงไปก็อาจจะเกินความสามารถ ทำให้เกิดความกดดันและภาระที่เกินตัวได้ นกน้อยทำรังแต่พอตัวค่ะ แต่ก็ต้องเป็นรังที่เรามั่นใจแล้วว่าเลือกมาอย่างดีที่สุด เหมาะกับเราที่สุด จากนั้นก็แค่ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน บอกกับตัวเองว่าฉันจะมีบ้านในฝันให้ได้ !
สำหรับการซื้อบ้าน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีราคาสูงนั้น น้อยคนนักที่จะเลือกซื้อด้วยเงินสด ส่วนใหญ่จะต้องผ่านการขอสินเชื่อเพื่อผ่อนชำระจากธนาคารแทบทั้งสิ้น “รายได้” จึงมีความสำคัญมากในจุดนี้ เริ่มตั้งแต่การพิจารณาปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเลย เค้าจะให้ความสำคัญกับอาชีพที่มั่นคง มีที่มาที่ไปของรายได้ชัดเจนสม่ำเสมอ ยิ่งเป็นรูปแบบ “เงินเดือน” ธนาคารยิ่งชอบ แต่ถ้าคุณประกอบอาชีพอิสระ หรือธุรกิจส่วนตัว ในส่วนนี้คุณก็ต้องสามารถแสดงให้ธนาคารเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คุณมีรายได้จริงๆ และสม่ำเสมอมั่นคงในระดับที่ธนาคารจะสามารถไว้ใจได้ว่าเงินก้อนนี้ที่เค้าให้คุณไป จะไม่กลายเป็นหนี้เสีย
.
การจะมีบ้านเป็นของตัวเองนั้น ในกรณีที่ต้องกู้แบงค์แค่คุณมีรายได้ หรือมีเงินอย่างเดียวไม่พอค่ะ ! คุณต้องมีหลักฐานด้วยว่าคุณมีเงินหรือมีงานนั้นจริงๆ จุดนี้หลักฐานที่สำคัญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น “สเตทเม้น” หรือบัญชีแสดงรายได้ของคุณนั่นแหละ ส่วนใหญ่ในการขอสินเชื่อธนาคารจะขอตรวจสอบย้อนหลัง 6 เดือน – 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และเพียงพอที่จะผ่อนชำระหนี้ รวมถึงเอกสารอื่นๆอย่างเอกสารการเสียภาษี หรือเอกสารหัก ณ ที่จ่าย ที่จะเป็นอีกหลักฐานยืนยันว่าคุณมีรายได้จริงๆ ฉะนั้นมีเอกสารอะไรเก็บไว้ให้ดี และที่สำคัญพยายามอัพสมุดบัญชีบ่อยๆ เดินบัญชีให้สวยๆ ให้มีทั้งยอดเงินเข้าและยอดเงินออกที่เหมาะสมค่ะ
เงินดาวน์ คือเงินก้อนที่คุณต้องใช้ในการซื้อบ้าน โดยจะต้องจ่ายก่อนที่จะเริ่มผ่อนชำระ โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาขายหรือราคาประเมิณ แต่ถ้าคุณมีมากกว่านั้นก็ยิ่งดี เพราะยิ่งดาวน์สูงเท่าไหร่ จำนวนหนี้ก็จะยิ่งน้อย ทำให้ดอกเบี้ยน้อยลงตามไปด้วย ภาระการผ่อนต่อเดือนก็จะน้อยลงตาม ฉะนั้นสำคัญมากเลยนะในส่วนนี้ คุณจำเป็นต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับเงินดาวน์โดยเฉพาะ หลายคนมาตกม้าตายในจุดนี้ คือมีเงินเดือน มีรายได้ แต่ไม่สามารถเก็บเงินก้อนเพื่อใช้ดาวน์ได้ซะงั้น
เก็บเงินดาวน์ให้ได้เป็นก้อนก็ว่ายากแล้ว แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอนะคะ จะมีบ้านในฝันทั้งที คุณต้องมีเงินเก็บด้วย ! สาเหตุก็เพราะหลังจากที่เราได้รับการอนุมัติสินเชื่อ จ่ายเงินดาวน์ต่างๆไปเรียบร้อย มันยังจะต้องมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆตามมาอีกเพียบ ทั้งค่าโอน ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ทั้งหมดนี้ก็ใช้เงินไม่ใช้น้อยเลย ไหนจะค่าตกแต่งบ้านอีก ต้องคิดคำนวณให้ดีๆเลยนะคะใน คิดเผื่อไปถึงว่าถ้าเกิดมีเรื่องฉุกเฉิน คุณก็ต้องมีเงินเพียงพอสำหรับใช้ผ่อนบ้านด้วย ขั้นต่ำก็ไม่ควรน้อยกว่า 3-5 เท่าของเงินเดือนค่ะ
การซื้อบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของหลายๆคน บางครั้งการตัดสินใจด้วยตัวคนเดียวโดยขาดข้อมูลหรือประสบการณ์ที่เพียงพอ ก็อาจจะเกิดผลเสียตามมาได้ ฉะนั้นการหาข้อมูลให้มากที่สุดด้วยตัวเองจากแหล่งความรู้ต่างๆอย่างหนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือการขอคำปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์การซื้อบ้านมาก่อน หรืออาจจะใช้บริการ Agent ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ
สุดท้ายการจะมีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองนั้น ถึงคุณจะมีทุกข้อที่ผ่านมานี้แต่ถ้าคุณขาด “วินัย” บ้านในฝันของคุณก็อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง หรือ อาจจะหลุดลอยไปในอนาคตได้ ถ้าคุณไม่มีวินัยในการใช้ชีวิตและการวางแผนการเงินที่ดีพอ ตั้งแต่การเก็บเงินซื้อบ้าน ไปจนถึงการผ่อนชำระ คุณต้องวางแผนทุกอย่างให้รอบคอบ และทำตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัดที่สุด แค่นี้บ้านในฝันของคุณก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ : )








