“เบื่องาน”
“ไม่อยากไปทำงาน”
“ทำไมต้องมาทนกับอะไรแบบนี้”
“ไม่ไหวแล้วนะ”
“อยากลาออก”
คำพูดเหล่านี้เป็นแพทเทิร์นของประโยคที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆจากคนรอบข้างที่กำลังประสบปัญหา “เบื่องาน” หรือไม่ต้องมองไปไหนไกล เพราะบางทีมันก็มาจากเสียงในหัวของเราเองนั่นแหละ จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามที แต่ทุกครั้งที่มีความคิดแบบนี้เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ “ความทุกข์” เป็นความอึดอัดใจ ความรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจที่จะทำงาน

ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่รู้สึกแบบนี้ เชื่อเถอะว่าเกิน 90% ของคนวัยทำงาน ต้องเคยมีความรู้สึกประมาณนี้เกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งหรือมากกว่านั้น ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานที่รักมากแค่ไหนก็ตาม การ “เบื่องาน” ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆจากปัญหาของตัวคุณเอง เช่น ความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือ ปัจจัยภายนอก อย่างหัวหน้า ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน แต่ถ้าคุณคลิ๊กเข้ามาอ่านคอนเท้นท์นี้ บอกเลยว่ายังไม่สายเกินไปนะคะ ที่คุณจะปรับความคิดซะใหม่ ลบความทุกข์ที่เกิดจากการทำงานให้เบาบางลงไป จะด้วยวิธีไหนบ้างนั้น BEAUTY HUNTER ขอให้คุณลองใช้ 5 วิธีนี้ดูค่ะ : )
1.มองให้เห็นคุณค่าของงาน
มาเริ่มกันที่ข้อแรก “มองให้เห็นคุณค่าของงาน” วิธีนี้เป็นวิธีคิดที่มีพลังมากๆเลยค่ะ ถ้าคุณกำลัง “เบื่องาน” อยากให้เริ่มปรับความคิดด้วยวิธีนี้ดูก่อนเป็นอย่างแรก เพราะทำได้ง่ายที่สุดและมีแนวโน้มจะเห็นผลชัดเจนมาก ขั้นตอนก็คือให้คุณมองไปรอบๆตัว มองให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณมีอยู่

.
คุณมีงานทำ คุณมีเงินเดือน ถึงจะรู้สึกเบื่อไปบ้างในบางครั้ง แต่ถ้าเทียบกับคนที่เค้าไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ คนที่ต้องตระเวนสัมภาษณ์งานไปทั่วแล้วพบกับความผิดหวังซ้ำๆ สีหน้าของพวกเค้าตอนรอลุ้นว่าจะบริษัทจะปฏิเสธหรือรับเข้าทำงาน ความรู้สึกของคนที่ไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก ต้องทำงานที่ลำบากหรืองานที่โดนดูถูกจากคนในสังคม บางคนต้องหาเช้ากินค่ำ หรือต้องทำอะไรที่ผิดกฏหมายเพื่อให้มีชีวิตรอดไปวันๆ ลองมองให้ลึกว่าจริงๆแล้วคุณ “โชคดี” ขนาดไหน จงขอบคุณงานที่คุณมีจากใจจริง เชื่อเถอะว่ามีคนอีกมากที่อยากมานั่งอยู่ในจุดที่คุณบอกว่า “เบื่องาน” แต่พวกเค้าไม่เคยได้รับโอกาสนี้เลยด้วยซ้ำ
.
2.มองไปที่เป้าหมาย
เป้าหมายคือแรงผลักดัน เป็นแรงจูงใจที่ดี ที่จะช่วยให้คุณมองข้ามปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นไปได้ บางครั้งที่คุณรู้สึก “เบื่องาน” ก็อาจจะเกิดมาจากการที่คุณไม่มีเป้าหมายชัดเจนด้วย เช่น คุณไม่ได้มองอนาคตเอาไว้ หรือ ไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่าที่ทำงานทุกวันนี้ ทำไปเพื่ออะไร ? ถ้าคำตอบคือ ก็เพื่อได้เงินเดือนมาใช้ยังไงล่ะ….ถ้านี่คือคำตอบของเป้าหมายในการทำงานของคุณ รีบเปลี่ยนความคิดเถอะค่ะ
.
ลองมองไปให้ไกลมากกว่าวันที่ 30 หรือ 31 ของเดือนดูบ้างมั้ย ? เช่น มองออกไปไกลๆว่าอีก 3 เดือน ฉันจะไปเที่ยวเมืองนอก ฉันจึงต้องทำงานเพื่อเก็บเงิน , มองออกไปไกลๆว่าในอนาคตอีก 3 ปี ฉันจะต้องซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ฉันจึงต้องตั้งใจทำงานเพื่อเลื่อนตำแหน่ง เพื่อจะได้มีเงินเดือนมากขึ้น เป็นต้น แล้วเมื่อไหร่ที่มีความคิด “เบื่องาน” แทรกเข้ามาในหัว ก็ให้เตือนตัวเองซ้ำๆว่าที่เรากำลังทำอยู่นั้น เราทำเพื่อเป้าหมายนะ โอกาสและความสำเร็จจะเป็นของคนที่พยายามสร้างมันขึ้นมาเท่านั้นค่ะ
.
3.มองหาสาเหตุของทุกข์
ความทุกข์ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ไม่เฉพาะแต่เรื่อง “เบื่องาน” มันไม่สามารถเกิดขึ้นมาเองได้แบบดื้อๆ คิดจะทุกข์ก็ทุกข์ขึ้นมาซะอย่างงั้น ไม่มีค่ะ ! ทุกความทุกข์ล้วนมีสาเหตุและปัจจัย ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำก็คือหาสาเหตุนั้นให้เจอ เรียนรู้มัน และหาแนวทางแก้ไข จะว่าไปแล้วมันก็เหมือนกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่าง “อริยสัจ 4” หรือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ อันประกอบด้วย ทุกข์ (ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ) , สมุทัย (สาเหตุแห่งทุกข์นั้น) , นิโรธ (ความเข้าใจสาเหตุแห่งทุกข์) และ มรรค (หนทางแห่งการดับทุกข์)
.
.
หาคำตอบให้ตัวเองไปทีละ Step ค่ะ อยู่กับตัวเองและทบทวนความทุกข์ที่เกิดขึ้นให้รอบด้าน ว่าจริงๆแล้วที่ “เบื่องาน” เป็นเพราะอะไร แล้วจัดการปัญหานั้นอย่างเหมาะสม เช่น ถ้ารู้สึกเหนื่อยกับการทำงาน เป็นเพราะเราต้องเดินทางมาทำงานไกลเกินไปหรือเปล่า ? แก้ไขยังไงดี เช่าหอพักใกล้ที่ทำงานได้มั้ย ? หรือ ถ้ารู้สึกว่างานหนักเกินไป เป็นเพราะเราจัดการไม่ดีหรือเปล่า หรือเป็นเพราะเราไม่ถนัดในงานนี้ ? ปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือจากหัวหน้า หรือ เพื่อนร่วมงานได้มั้ย ? เป็นต้น
4.มองแต่ด้านดีๆ
ไม่มีสิ่งไหนที่จะดีได้ตลอดหรอกค่ะ เป็นธรรมดาของโลกนี้ มีหยินก็ต้องมีหยาง มีเรื่องดีๆก็ต้องมีเรื่องร้ายๆ แต่เมื่อไหร่ที่เรื่องร้ายเกิดขึ้น เกิดเป็นความเบื่อหน่ายหรือความทุกข์ อยากให้คุณลองมองว่า “It’s just a bad day” มันก็แค่วันแย่ๆวันหนึ่ง นอนหลับตื่นมาก็ลืมมันไปซะ อย่าเก็บเอามาคิดให้รกสมอง บางอย่างเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาบ้างก็ได้ จำไว้นะคะ “ถ้าคุณใส่ใจทุกเรื่อง คุณจะเป็นบ้า”
.
.
พยายามมองหาและโฟกัสแต่ด้านดีๆค่ะ เพราะเราเชื่อว่ายังไงงานที่คุณกำลังเบื่ออยู่นั้น มันก็ต้องมีอะไรดีบ้างแหละ ถ้าไม่อย่างงั้นคุณไม่เดินเข้ามาสมัครที่นี่ตั้งแต่แรกหรอก หวนกลับไปคิดถึงความรู้สึกตอนเริ่มทำงานวันแรก ความตื่นเต้น ความดีใจที่ได้เริ่มงานสิคะ ดึงความรู้สึกดีๆในตอนนั้นมาใช้ กลบเกลื่อนความน่าเบื่อที่เกิดขึ้น เพิกเฉยกับอะไรที่ไม่เป็นเหมือนที่หวังไว้ พูดไปก็เหมือนหลอกตัวเองนะคะ แต่คอนเซปมันก็มีแค่นั้นแหละค่ะ มองแต่ด้านดีๆเอาไว้อย่างเดียวพอ เช่น ถ้ารู้สึกว่าหัวหน้าไม่มีเหตุผล อารมณ์ร้อน ก็ให้มองว่าเค้ามีความเครียดในหลายๆด้าน และพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด , ถ้าเพื่อนร่วมงานขี้นินทา ขี้เม้าท์ ก็ลองมองว่าจริงๆแล้วเค้าทำงานเก่งนะ น่าเอาแบบอย่าง มองข้ามข้อเสียของเค้าไปค่ะ
5.มองหาเวลาพักบ้าง
สุดท้ายแล้วถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ถึงจุดที่ว่าอีกนิดทุกอย่างมันจะระเบิดแล้ว ลองวิธีนี้ก่อนนะคะก่อนที่จะเททุกอย่างทิ้ง บางทีอาจจะช่วยลบความทุกข์ที่เกิดจากเรื่องงานของคุณให้หายไปได้ในพริบตา ง่ายๆเลยค่ะ “เหนื่อยนัก ก็พักบ้าง” เบื่อ ทุกข์ เซ็ง จากการทำงาน ก็วางมันไว้ก่อนแล้วหลบไปพัก พักแบบพักจริงๆนะคะ เห็นมาหลายคนแล้วไปเที่ยวพักผ่อน แต่ก็ยังเอางานตามไปหลอกหลอนด้วย กองไว้ตรงนั้นเลยค่ะ พักใจ พักกาย ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง
.
.



