นาทีอะไรจะมาแรงไปกว่ากระแส “แสงเหนือ” กันล่ะคะ (ไม่รวมกระแสความพีคของเจ้าแม่นาคี ที่พึ่งลาจอไปนะ อันนี้ของเค้าแรงเว่อร์จริงๆ พี่ยอม) เพราะถ้าคุณได้ติดตามโลกโซเชี่ยลอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ คงจะต้องแอบเห็นกระแสดราม่า เคสการจับโป๊ะแตกถ้วยใหญ่ ชนิดแหกแล้วแหกอีก แอบงงนิดๆ คนเราต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรอคะซิส !? แต่แบบก็ว่าไม่ได้นะคะ ยอมรับว่าเห็นความสวยสะพรึงของ “แสงเหนือ” แล้วก็อดใจไม่ได้เหมือนกัน อยากจะไปสัมผัสประสบการณ์แบบนั้นกับเค้าบ้างจัง /me เปิด Photoshop
.

.
เดี๋ยววววๆๆๆ ใจเย็นค่ะซิส 5555 วันนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะมาสอนวิธี Photoshop รีทัชรูปตัวเอง ให้เหมือนออกไปล่าแสงเหนือมาแบบคนอื่นเค้าหรอกนะคะ พี่คนจริงค่ะ ! อยากเห็นต้องได้เห็น ตอนนี้ขอให้ลืมแคร์เรื่อง Budget ในกระเป๋าและ ประเด็นดราม่าฉาวโฉ่ (แต่อ่านจบแล้วค่อยไปเผือกต่อได้ อิอิ ) เพราะวันนี้ Beauty Hunter จัดมาให้แล้วค่ะ บอกหมด ไม่มีกั๊ก ที่ไหนบ้าง ที่เรียกว่าดีที่สุด ที่คุณจะสามารถไปเห็น “แสงเหนือ” ได้ด้วยตาตัวเองโดยไม่ต้องพึ่ง Photoshop ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่าาาา
ก่อนอื่น ขอให้พวกเธอยอมรับมาก่อนเลย นี่รู้นะว่าบางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้า “เเสงเหนือ” มันคืออะไร ??? วอท !! มาค่ะ จะเล่าให้ฟังแบบใสๆพอสังเขป อันที่จริง “แสงเหนือ” หรือภาษาอังกฤษเค้าเรียกกันว่า “ออโรร่า (Aurora)” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากพายุสุริยะนอกโลก มีปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคประจุในสนามแม่เหล็กโลก เกิดเป็นเส้น แสงสีสวยงาม เช่น สีเขียว สีเหลือง สีแดง สีมวง เต้นระบำพริ้วไหวบนฟากฟ้า โดยจะพบเห็นได้เฉพาะบริเวณใกล้กับขั้วโลกเหนือ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีถึงต้นปี ไม่ได้เห็นกันง่ายๆนะคะ น้อยคนที่จะได้สัมผัส เกิดเป็นการทัวร์ล่าแสงเหนือ กันเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งสถานที่ที่เป็น “The Best” ที่คุณจะได้ชมแสงเหนือได้ด้วยตาตัวเองมีตามนี้เลยค่ะ
1.Svalbard – Norway

Photo Credit : www.mustseeplaces.eu/svalbard-norway
การจะเพิ่มโอกาสในการเห็นเเสงเหนือนั้น ยิ่งคุณได้ไปอยู่ในเขตที่ละติจูดสูงมากเท่าไหร่ ถือว่ายิ่งดีค่ะ ซึ่งที่ที่จะเหมาะไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว คงหนีไม่พ้นเกาะ Svalbard ในอาณาเขตของประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นขนานที่ 74 และ 81 ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ออกล่าแสงเหนือแล้ว ถ้าได้เดินทางมาในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ในช่วง POLAR NIGHT ที่ดวงอาทิตย์จะไม่ขึ้นเลยเกือบตลอดทั้งวัน อีกด้วย เป็นปรากฏการณ์ที่จะเกิดเฉพาะบริเวณขั้วโลกเหนือ เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล โดยเฉพาะที่เกาะ Svalbard Island แห่งนี้แหละ
.
2.Kakslauttanen – Finland
Photo Credit : www.fabulousjourneys.net/blog/chasing-the-northern-lights
ที่ Kakslauttanen Arctic Resort ในตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ คุณสามารถนอนชิลๆมองท้องฟ้ายามค่ำคืน และชมแสงเหนือได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจ ภายใต้ที่พักดีไซน์แบบกระโจมน้ำแข็งของชนเผ่าเอสกิโมที่ออกแบบเพดานเป็นกระจกใส ภายในรีสอร์ทมีกิจกรรมฤดูหนาวที่น่าสนใจมากมาย อย่างการเล่นรถเลื่อนกวางเรนเดียร์ หรือจะเช่าวอล์คกิ้งสกี เพื่อไปสำรวจชายป่าในเขต อุทยานแห่งชาติ Urho Kekkonen ที่อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ท และถ้าหากคุณได้เดินทางมาที่นี่ในช่วงวันหยุดคริสมาสต์ ก็อย่าพลาดโอกาสจะนั่งรถต่อไปอีกหน่อยเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง ไปที่บริเวณติดชายแดนรัสเซีย มีภูเขาที่ชื่อว่า “โกวาทันทอรี” (Korvatunturi) เพื่อไปทักทายบ้านเกิดของลุงซานตาคลอสที่ทุกคนทั่วโลกต่างรู้จักกันดีซักหน่อย
.
3.Jukkasjärvi Ice Hotel – Sweden
Photo Credit : www.discover-the-world.co.uk/destinations/icehotel-holidays
สถานที่ต่อมาที่อยากจะแนะนำถือเป็น โรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลกค่ะ ใช่แล้วค่ะ ฟังไม่ผิด ! โรงแรม “น้ำแข็ง” เพราะที่นี่เค้าสร้างห้องพักและตกแต่งจากน้ำเเข็งล้วนๆ ในทุกฤดูหนาว โดยโรงแรมจะตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Jukkasjärvi ห่างจาก Kiruna ประเทศสวีเดน ประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นอีกที่ที่คุณจะสามารถชมแสงเหนือได้ด้วยตาตัวเอง อย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศสุดโรแมนติค แต่ราคาที่ก็ไม่ใช่เล่นเลย คร่าวๆสนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,060 SEK ( ประมาณ 13,164 บาท ) ไปจนถึง 9,660 SEK ( ประมาณ 41,558 บาท ) #เห็นราคาเเล้วหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที
.
4.Reykjavik – Iceland
Photo Credit : www.secretescapes.com
เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์อย่าง “เรคจาวิค” (Reykjavik) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด ถือเป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด สำหรับใครที่อยากมาเห็นแสงเหนือแบบตัวเป็นๆ ที่นี่จะสามารถเห็นแสงเหนือได้เป็นระยะเวลายาวนาน ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ไปจนถึงต้นเดือนเมษายนเลยล่ะ ซึ่งนอกจากจะมาล่าแสงเหนือแล้ว “ไอซ์แลนด์” ยังเป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวมากๆ ด้วยความงดงามของธรรมชาติ อย่างธารน้ำแข็ง ภูเขาน้ำแข็งและน้ำพุร้อน ถูกจัดให้เป็นประเทศที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยนะจ๊ะ
.
5.Northern Canada
Photo Credit : http://www.nydailynews.com
ภูมิภาคทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ในเขตขั้วโลกทำให้กลายเป็นอีกจุดชมแสงเหนือที่ดีที่สุดในโลก โดยเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยว คือ เมืองเยลโลว์ ไนฟ์ (Yellowknife) และ พื้นที่รอบๆ ทะเลสาปพริสไทน์ (Pristine Lake) ทางด้านเหนือของออนทาริโอ (Ontario) รวมถึงเมืองเล็กอย่าง ทุนดรา (Tundra)โดยถ้าหากคุณมีโอกาสไปล่าแสงเหนือที่แคนาดา ก็อย่าลืมไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติอื่นๆอย่าง น้ำตกไนแองการ่า, ทะเลสาบเลค หลุยส์, เทือกเขาร็อกกี้ เมาน์เทน ที่จะมีภูมิทัศน์ที่สวยงามแปลกตาขึ้นในช่วงฤดูหนาวค่ะ
.
6.Greenland – Denmark
Photo Credit : www.homesthetics.net

