โตแล้วต้องฝึกความเป็นมือโปรฯ เข้าไว้นะคะซิส อย่างการทำ “พรีเซนต์” เวลานำเสนอรายงานหรือขายงานให้ลูกค้าก็จำเป็นต้องใช้ Powerpoint ในการพรีเซนต์งาน เรียกได้ว่าสำคัญต่อหน้าที่การงานไม่น้อยเลยนะคะ ดังนั้น ควรฝึกสกิลและหมั่นพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้เรามีเคล็บ (ไม่) ลับในการทำพรีเซนต์เทชั่นให้สวยแบบมือโปรฯ ทั้งยังมีความน่าสนใจ ส่งให้เรามั่นใจตอนนำเสนอมาฝากกัน มีอะไรบ้าง ตามไปดู !
.
.

.
การพรีเซนต์เรื่องๆ หนึ่งให้คนอื่นฟังนั้น เราต้องมีความแม่นยำในเนื้อหาให้ได้มากที่สุด พูดง่ายๆ คือ เราต้องรู้และเข้าใจมากเท่าที่จะทำได้ หรือถ้าเป็นไปได้ ควรรู้ให้มากกว่าคนฟังก็ยิ่งดี เพราะลองคิดดูว่าถ้ามีคนมาพูดๆๆ ในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว หรือเสิร์ซกูเกิ้ลไปก็เจอ การที่เราต้องทนนั่งฟัง ก็กลายเป็นเรื่องเสียเวลาหรือเปล่าประโยชน์ ถูกมั้ยคะ “ก็ฉันรู้อยู่แล้ว ทำไมฉันต้องฟังอีกล่ะ ?!”
.

.
พอเตรียมเนื้อหาเสร็จเรียบร้อย เราคงจะเริ่มมองภาพรวมของเนื้อหาที่เราจะนำเสนอได้บ้างแล้ว แต่ถ้ายังมองไม่ออก ไม่เข้าใจ เชิญวนไปทำข้อ 1 ใหม่อีกรอบค่ะ! เสร็จแล้วคราวนี้ ลอง “เลือก” ประเด็นที่น่าสนใจ มองให้ขาดว่าประเด็นไหนที่สำคัญที่สุด ห้ามตัดทิ้ง! และควรเลือกสิ่งที่คนฟังจะได้ความรู้และได้ประโยชน์จากสิ่งที่เรานำเสนอด้วยนะ
.

.
ต่อมาเขียนหัวข้อที่เราจะนำเสนอในแต่ละหน้า เรียงลำดับไปเลยว่าจะพูดอะไรก่อน เรียงลำดับเนื้อหาตามความเหมาะสม บทนำจนไปถึงบทสรุป และเพื่อไม่ให้คนฟังเกิดความรู้สึกงงงวยกับการนำเสนอ อาจต้องมีการเกริ่นก่อนเข้าเนื้อหาสักนิด บอกเค้าหน่อยว่าขอบเขตของเนื้อหาเป็นยังไง หัวข้อนี้คืออะไร บอกเค้าไปค่ะ! คนฟังจะได้เก็ท คนพูดก็เคลียร์ด้วย
.

.
คงเคยเห็นกันใช่มั้ยล่ะคะ? พรีเซนเทชั่นที่มีตัวอักษรแน่นๆทั้งหน้า ไม่รู้จะวางตาตรงไหนดี วอนคนทำตอบทีค่ะ ! เคล็บลับง่ายๆนะคะ คือควรแยกเนื้อหาเป็น Bullet เอาให้ “ชัด” “เข้าใจง่าย” ก็พอ ไม่ต้องจำลองหนังสือมาอยู่บนพรีเซนเทชั่นค่ะ คนดูเค้าไม่ได้อยากอ่าน เค้าอยากฟังมากกว่า ไม่งั้นจะมาพรีเซนต์ให้เสียเวลาทำไม ไม่ซีลอกแจกไปเลยล่ะ น่าจะง่ายกว่านะคะซิส! อิอิ
.

.
สืบเนื่องมาจากข้อ 4 ค่ะ บางทีที่เนื้อหาเราติดกันเป็นพืดก็เพราะก็อปปี้มานี่แหละ เลิกนะคะ เราต้องฝึกความเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าแหล่งอ้างอิงจะเป็นหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต เราควรทำการ “ย่อยเนื้อหา” ของเราเอง เพื่อประโยชน์ในการทำสคริปต์ที่จะเป็นภาษาของเราเองและจะทำให้เราพูดคล่องขึ้น มากกว่าที่จะอ่านจากเนื้อหาที่ยังไม่ผ่านการกรองใดๆ และเป็นภาษาเขียนด้วย
.

.
ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว คือ ใช้เทมเพลต สี หรือ ฟ้อนต์ของ Powerpoint เลย แต่ถ้าใครไม่ชอบฟอนต์หรือสีที่เซตมาแล้ว ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบเลย ทริคง่ายๆ คือ ควรจะใช้เป็นฟอนต์เดียวกันตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และควรวางเลเอาท์ตามความเหมาะสมของเนื้อหา เช่น เนื้อหาน้อย อาจจะเน้นรูปสวย เนื้อหาเยอะ ก็ควรจัดพารากราฟให้อ่านง่าย เป็นต้น และในส่วนของเรื่องสีก็ให้ดูที่ความเหมาะสมนิดนึงนะคะ อย่าให้สีมาเด่นกว่าเนื้อหาที่ “พรีเซนต์” ละกันเนอะ
.

.
ภาพประกอบนี่สำคัญรองจากเนื้อหาก็ว่าได้นะคะ เพราะภาพดีก็จะดึงดูดสายตาคนดู พอคนดูเปิดตา เค้าก็จะเปิดใจรับฟังสิ่งที่เรานำเสนออย่างตั้งใจมากขึ้น สิ่งที่สำคัญ คือ เลือกรูปให้แมตช์กับเนื้อหาด้วยนะ ไม่ใช่ว่าพรีเซนต์เรื่องซีเรียสมาก แต่ใส่รูปคิตตี้ เซเลอร์มูน โปเกม่อน ไม่เอานะคะ! วันนี้เราเลยนำเว็บไซต์รูปสวยๆ มากฝากกันด้วยนะ
https://pixabay.com/
http://www.freeimages.com/
https://www.pexels.com/
http://www.imcreator.com/free
https://unsplash.com/
http://deathtothestockphoto.com/
http://startupstockphotos.com/
.

ลองใช้สัญลักษณ์บ้างสิคะ บางครั้งใส่แค่ตัวอักษรก็น่าเบื่อ ว่ามั้ยคะ? ดังนั้น วิธีง่ายๆ คือ การแทรก ICON แทนคีย์เวิร์ดสำคัญๆ เช่น สัญลักษณ์ผู้หญิง/ผู้ชาย, ลูกศร เป็นต้น หรือจะใส่กราฟ/Mind Mapping ก็จะทำให้เห็นภาพสิ่งที่นำเสนอมากขึ้นด้วยนะ ลองดูค่ะ!
.
.

.
โปรแกรม Powerpoint นี่มีอะไรมากกว่าที่คุณคิดนะคะ อย่างการใช้แท็บ Transition ในการเปลี่ยนหน้าสไลด์แต่ละหน้า เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้พรีเซนต์เทชั่นสมูทและมีความน่าสนใจมากขึ้น แทนการเปลี่ยนหน้าแบบทื่อๆ หรือจะใช้แท็บ Animation ในการสร้างภาพเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ กราฟ หรือกล่องข้อความ รับรองว่าเพิ่มความน่าใจได้มากขึ้นแน่นอน ทั้งยังเป็นการจัดไทม์มิ่ง ลำดับก่อน-หลังได้ด้วย
.

.
เราควรรู้ตัวว่าจุดไหนควรหยุดหรือพอ อย่าพรีเซนต์ยาวเกินไป เพราะถ้าเรานำเสนอได้ “กระชับ” แต่น่าสนใจ ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ แหม! พูดง่ายหนิ แต่ลงมือทำก็ยากเหมือนกันนะ ใช่ค่ะ! แต่ก็บอกแล้วไง ว่าเราต้องทำการบ้านเยอะๆ เพื่อความสมบูรณ์แบบ และถ้าฝึกให้เป็นนิสัยแบบนี้เรื่อยๆ ต่อไปก็คุณก็จะเป็นมือโปรได้ไม่ยากเลย สู้ๆ นะคะ
